อาฎานาฎิยสูตร

ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น


                                                                 
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฎิกวรรค
                                                                 
ภาณวารที่ ๑

๙. อาฏานาฏิยสูตร

ว่าด้วยมนต์เครื่องรักษาชื่ออาฏานาฏิยะ
ภาณวารที่ ๑

             [๒๗๕] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
             สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตกรุงราชคฤห์
ครั้งนั้น ท้าวมหาราชทั้ง ๔ องค์วางยามรักษาการณ์ไว้ทั้ง ๔ ทิศ วางกองกำลังไว้
ทั้ง ๔ ทิศ วางหน่วยป้องกันไว้ทั้ง ๔ ทิศ ด้วยกองทัพยักษ์หมู่ใหญ่ ด้วยกองทัพ
คนธรรพ์หมู่ใหญ่ ด้วยกองทัพกุมภัณฑ์หมู่ใหญ่ และด้วยกองทัพนาคหมู่ใหญ่
เมื่อราตรีผ่านไป๑- มีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างไสวทั่วภูเขาคิชฌกูฏ
แล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร
             ฝ่ายยักษ์เหล่านั้น บางพวกถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร
บางพวกสนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันกับพระผู้มีพระภาค
แล้วนั่ง ณ ที่สมควร บางพวกประนมมือไปทางที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่แล้วนั่ง
ณ ที่สมควร บางพวกประกาศชื่อและตระกูลแล้วนั่ง ณ ที่สมควร บางพวกนั่งนิ่งเฉย
ณ ที่สมควร

             [๒๗๖] ท้าวเวสวัณมหาราชประทับนั่ง ณ ที่สมควรแล้ว ได้กราบทูลพระ
ผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ยักษ์ชั้นสูงที่ไม่เลื่อมใสพระผู้มีพระภาค
ก็มี ที่เลื่อมใสพระผู้มีพระภาคก็มี ยักษ์ชั้นกลางที่ไม่เลื่อมใสพระผู้มีพระภาคก็มี
ที่เลื่อมใสพระผู้มีพระภาคก็มี ยักษ์ชั้นต่ำที่ไม่เลื่อมใสพระผู้มีพระภาคก็มี  ที่เลื่อมใส
พระผู้มีพระภาคก็มี ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ โดยมาก ยักษ์ไม่เลื่อมใสพระผู้มี
พระภาคเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมเพื่องดเว้น
จากการฆ่าสัตว์ ทรงแสดงธรรมเพื่องดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขามิได้ให้
ทรงแสดงธรรมเพื่องดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ทรงแสดงธรรมเพื่องดเว้น
จากการพูดเท็จ ทรงแสดงธรรมเพื่องดเว้นจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัย

+++++++++
@เชิงอรรถ :
@๑ เมื่อราตรีผ่านไป หมายถึงปฐมยาม คือยามที่หนึ่งผ่านไป (ในคืนหนึ่ง แบ่งเป็น ๓ ยาม ยามละ ๔ ชั่วโมง
@เรียกปฐมยาม มัชฌิมยามและปัจฉิมยาม ตามลำดับ) (ที.ม.อ. ๒๙๓/๒๕๙, ที.ปา.อ. ๒๗๕/๑๘๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๑ หน้า : ๒๑๙}
+++++++++




อันเป็นเหตุแห่งความประมาท แต่โดยมาก พวกยักษ์ไม่งดเว้นจากการฆ่าสัตว์
ไม่งดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขามิได้ให้ ไม่งดเว้นจากการประพฤติผิด
ในกาม ไม่งดเว้นจากการพูดเท็จ ไม่งดเว้นจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัย
อันเป็นเหตุแห่งความประมาท การที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมเพื่อการงดเว้น
นั้นจึงไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของยักษ์เหล่านั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มีสาวก
ของพระผู้มีพระภาคที่อาศัยเสนาสนะเป็นป่าละเมาะ และป่าทึบ อันสงัด มีเสียงน้อย
มีเสียงอึกทึกน้อย ปราศจากการสัญจรไปมาของผู้คน ควรเป็นสถานที่ทำการลับ
ของมนุษย์ ควรแก่การหลีกเร้น พวกยักษ์ชั้นสูงผู้อาศัยอยู่ในป่านั้นที่ไม่เลื่อมใสใน
พระธรรมวินัยของพระผู้มีพระภาคนี้ก็มี ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาค
ทรงเรียนมนต์เครื่องรักษาชื่ออาฏานาฏิยะ เพื่อให้ยักษ์เหล่านั้นเลื่อมใส เพื่อคุ้มครอง
เพื่อรักษา เพื่อไม่ถูกเบียดเบียน เพื่ออยู่สำราญของภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
ทั้งหลายเถิด พระพุทธเจ้าข้า”
             พระผู้มีพระภาคทรงรับนิมนต์ด้วยพระอาการดุษณี
             ลำดับนั้น ท้าวเวสวัณมหาราช ทรงทราบพระอาการที่พระผู้มีพระภาคทรงรับ
แล้วจึงได้กราบทูลมนต์เครื่องรักษาชื่ออาฏานาฏิยะนี้ ในเวลานั้นว่า

             [๒๗๗] “ขอนอบน้อมพระวิปัสสีพุทธเจ้า
             ผู้มีพระจักษุ มีพระสิริ
             ขอนอบน้อมพระสิขีพุทธเจ้า
             ผู้ทรงอนุเคราะห์แก่สัตว์ทั่วหน้า
             ขอนอบน้อมพระเวสสภูพุทธเจ้า
             ผู้ทรงชำระกิเลส มีความเพียร
             ขอนอบน้อมพระกกุสันธพุทธเจ้า
             ผู้ทรงย่ำยีมารและกองทัพมาร
             ขอนอบน้อมพระโกนาคมนพุทธเจ้า
             ผู้มีบาปอันลอยแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์


             ขอนอบน้อมพระกัสสปพุทธเจ้า
             ผู้หลุดพ้นในที่ทั้งปวง
             ขอนอบน้อมพระอังคีรสพุทธเจ้าผู้ศากยบุตร
             ผู้มีพระสิริ ผู้ทรงแสดงธรรมนี้
             อันเป็นเครื่องบรรเทาทุกข์ทั้งปวง
             อนึ่ง พระพุทธเจ้าเหล่าใดเป็นผู้ดับกิเลสแล้วในโลก
             ทรงเห็นแจ้งแล้วตามความเป็นจริง
             พระพุทธเจ้าเหล่านั้นเป็นผู้ไม่ส่อเสียด
             เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ปราศจากความครั่นคร้าม
             เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายนอบน้อมพระพุทธเจ้า
             ผู้โคตมโคตรพระองค์ใด
             ทรงเกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
             ทรงเพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
             เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ปราศจากความครั่นคร้าม

             [๒๗๘] พระสุริยะ คือพระอาทิตย์
             มีมณฑลใหญ่ ขึ้นทางทิศใด
             เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น กลางคืนก็หายไป
             และเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นเรียกกันว่ากลางวัน
             ในที่ที่พระอาทิตย์ขึ้นนั้นมีห้วงน้ำลึก
             คือ มหาสมุทรที่เต็มด้วยน้ำ
             ชนทั้งหลายรู้จักห้วงน้ำนั้นว่าสมุทรที่เต็มด้วยน้ำ
             คนเรียกทิศนั้นว่า ทิศนั้นเป็นทิศตะวันออกจากภูเขาสิเนรุนี้ไป
             ซึ่งเป็นทิศที่ท้าวมหาราชผู้มียศองค์นั้นอภิบาลอยู่
             ท้าวมหาราชนั้นมีพระนามว่าธตรฐ
             ทรงเป็นหัวหน้าของพวกคนธรรพ์ มีคนธรรพ์แวดล้อม
             ทรงโปรดปรานการร่ายรำและการขับร้อง

                                                

             ข้าพระพุทธเจ้าได้สดับมาว่า
                          ‘แม้โอรสของท้าวธตรฐจะมีมากก็มีพระนามเดียวกัน
             คือทั้ง ๙๑ องค์ มีพระนามว่าอินทะ ต่างมีพลังมาก’
             ท้าวธตรฐและพระโอรสเหล่านั้น
             เห็นพระพุทธเจ้าผู้ตื่นแล้ว
             ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์
             พากันถวายอภิวาทพระพุทธเจ้า
             ซึ่งเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ปราศจากครามครั่นคร้าม แต่ที่ไกล
             ข้าแต่พระผู้ทรงเป็นบุรุษอาชาไนย
             ข้าพระพุทธเจ้าขอนอบน้อมพระองค์
             ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นบุรุษสูงสุด
             ข้าพระพุทธเจ้าขอนอบน้อมพระองค์
             ขอพระองค์โปรดตรวจดูด้วยพระญาณอันฉลาดเถิด
             แม้อมนุษย์ทั้งหลายก็ถวายอภิวาทพระองค์
             ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
             ก็ได้สดับเรื่องนี้มาเนืองๆ ฉะนั้น จึงกราบทูลเช่นนี้
             ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายเคยถามพวกอมนุษย์ว่า
                          ‘พวกท่าน ถวายอภิวาทพระชินโคดมหรือ’
             พวกอมนุษย์ตอบว่า
                          ‘พวกเราถวายอภิวาทพระชินโคดม’
             ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
             ขอถวายอภิวาทพระพุทธโคดม
             ผู้เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
                                              

             [๒๗๙] ชนทั้งหลายผู้ส่อเสียด
             ผู้นินทาคนลับหลัง เป็นผู้ฆ่าสัตว์
             เป็นนายพราน เป็นโจร เป็นคนตลบตะแลง
             ตายแล้ว เขาบอกให้นำออกไปทางที่ใด
             คนเรียกทิศนั้นว่า ทิศนั้นเป็นทิศใต้จากภูเขาสิเนรุนี้ไป
             ซึ่งเป็นทิศที่ท้าวมหาราชผู้มียศองค์นั้นอภิบาลอยู่
             ท้าวมหาราชนั้นมีพระนามว่าวิรุฬหะ
             ทรงเป็นหัวหน้าของพวกกุมภัณฑ์ มีกุมภัณฑ์แวดล้อม
             ทรงโปรดปรานการร่ายรำและการขับร้อง
             ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า
                          ‘แม้โอรสของท้าววิรุฬหะจะมีมากก็มีพระนามเดียวกัน
             คือทั้ง ๙๑ องค์ มีพระนามว่าอินทะ ต่างมีพลังมาก’
             ท้าววิรุฬหะและพระโอรสเหล่านั้น
             เห็นพระพุทธเจ้าผู้ตื่นแล้ว
             ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์
             พากันถวายอภิวาทพระพุทธเจ้า
             ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ยิ่ง ปราศจากความครั่นคร้าม แต่ที่ไกล
             ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นบุรุษอาชาไนย
             ข้าพระพุทธเจ้าขอนอบน้อมพระองค์
             ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นบุรุษสูงสุด
             ข้าพระพุทธเจ้าขอนอบน้อมพระองค์
             ขอพระองค์โปรดตรวจดูด้วยพระญาณอันฉลาดเถิด
             แม้อมนุษย์ทั้งหลายก็ถวายอภิวาทพระองค์
             ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
             ก็ได้สดับเรื่องนั้นมาเนืองๆ ฉะนั้น จึงกราบทูลเช่นนี้


             ข้าพระองค์ทั้งหลายถามพวกอมนุษย์ว่า
                          ‘พวกท่านถวายอภิวาทพระชินโคดมหรือ’
             พวกอมนุษย์ตอบว่า
                          ‘พวกเราถวายอภิวาทพระชินโคดม’
             ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
             ขอถวายอภิวาทพระพุทธโคดม
             ผู้เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ

             [๒๘๐] พระสุริยะ คือพระอาทิตย์
             มีมณฑลใหญ่ ตกทางทิศใด
             เมื่อพระอาทิตย์ตก กลางวันก็หายไป
             และเมื่อพระอาทิตย์ตกเรียกกันว่ากลางคืน
             ในที่ที่พระอาทิตย์ตกนั้น มีห้วงน้ำลึก
             คือมหาสมุทรที่เต็มด้วยน้ำ
             ชนทั้งหลายรู้จักห้วงน้ำนั้นว่า สมุทรที่เต็มด้วยน้ำ
             คนเรียกทิศนั้นว่า ทิศนั้นเป็นทิศตะวันตกจากภูเขาสิเนรุนี้ไป
             ซึ่งเป็นทิศที่ท้าวมหาราชผู้มียศองค์นั้นอภิบาลอยู่
             ท้าวมหาราชนั้นมีพระนามว่าวิรูปักษ์
             ทรงเป็นหัวหน้าของพวกนาค มีนาคแวดล้อม
             ทรงโปรดปรานการร่ายรำและการขับร้อง
             ข้าพระพุทธเจ้าได้สดับมาว่า
             ‘แม้โอรสของท้าววิรูปักษ์จะมีมาก ก็มีพระนามเดียวกัน
             คือทั้ง ๙๑ องค์ มีพระนามว่าอินทะ ต่างมีพลังมาก...........
    
ยิ้ม
++++++++
อ่านต่อที่:
http://www.84000.org/tipitaka/_mcu/m_siri.php?B=11&siri=9

ยิ้ม
เป็นธรรมที่หัวหน้ายักษ์นำมาถวาย
เพื่อคุ้มครองพระศาสนา
ผู้อ่านจะได้มงคล
ความรู้ และอื่นๆ  

มีลักษณะและวัตถุประสงค์คล้าย
คาถาชินบัญชร
ควรประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานะการณ์
ยิ้ม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่