[CR] รีวิว "เพื่อน..ที่ระลึก" - เหมือนรู้สึกว่าหนังไม่ละเอียดเหมือนงานก่อนๆของค่าย เล่าเรื่องวนอยู่กับที่ ลุ้นดีแต่ไม่น่ากลัว

กระทู้รีวิว
---------------------------------
"The Promise - เพื่อน…ที่ระลึก" (7.5/10)
---------------------------------

สวัสดีครับเพื่อนชาว Pantip ทุกท่านวันนี้เพจหนัง "Movies Feedback" ขอเสนอความเห็นหลังชม "The Promise - เพื่อน…ที่ระลึก" ทางไปเพจผมครับ --> https://www.facebook.com/FeedbackMovies

ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อหนังอหังสาฯไปแล้วสำหรับผู้กำกับ "จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์" หนึ่งในเซียนผู้สร้างหนังผีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศ ถ้าไม่นับงานเขียนบท "ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ" และ "แฝด" ก็นับว่าหนังที่จิมกำกับนั้นมักจะวนอยู่กับการสร้างประเด็นให้สิ่งปลูกสร้างที่เราเห็นในชีวิตประจำวันเสมอ นับตั้งแต่งานกำกับเรื่องแรกของเขาใน "โปรแกรมหน้า..วิญญาณอาฆาต" ที่ไปสร้างความสยองไว้กับโรงภาพยนตร์ ถัดมาก็ "ลัดดาแลนด์" ที่คราวนี้เล่นใหญ่ถึงขนาดเอาผีไปใส่ไว้ในหมู่บ้านกันเลย ตามมาด้วยความสยองที่เกิดจากรักสามเศร้าของเพื่อนซี้ภายในสระว่ายน้ำอย่าง "ฝากไว้..ในกายเธอ" ถึงแม้ว่าเรื่องหลังจะไม่ปังเท่าสองเรื่องแรก แต่จิมก็ยังไม่หมดลูกเล่นและยังคงหันมาหากินกับเรื่องผีและสิ่งปลูกสร้างชิ้นใหม่ ที่ครั้งนี้หันไปเอาตึกร้างใจกลางกรุงที่ขึ้นชื่อมากที่สุดตึกหนึ่งมาสร้างเรื่องราวความน่ากลัวที่อิงกับเหตุการณ์จริงจากครั้งที่ประเทศเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้ง" เมื่อปี 2540 กับหนังที่มีชื่อชวนสงสัยว่า "เพื่อน..ที่ระลึก"  

ภายหลังจากการปล่อยใบปิดและโปรโมทภาพจากหนังที่เผยให้เห็นตึก "สาทร ยูนิค ทาวเวอร์" ซึ่งมันถูกใช้เป็นธีมหลักของเรื่อง ก็เกิดกระแสรอคอยการเข้าฉายของหนังอย่างใจจดใจจ่อ ด้วยปัจจัยที่เกิดจากความไว้ใจต่อค่ายหนังที่ประสบความสำเร็จที่สุดในเมืองไทยอย่าง "GDH" และประสบการณ์ในการผลิตหนังสยองขวัญที่ผู้ชมเชื่อใจและไว้ใจที่จะยอมเสียเงินเพื่อเข้าไปชมผลงานของผู้กำกับคนนี้ ทำให้เป็นเรื่องปกติที่หนังจะถูกตั้งความหวังไว้สูงตั้งแต่มันยังไม่ได้ฤกษ์เข้าฉาย ยิ่งมารู้ว่า "บี น้ำทิพย์" แห่งบ้านเดอะเฟซไทยแลนด์ได้มารับบทนำในหนังเรื่องนี้ร่วมกับ "ลิลลี่ อภิชญา" สาวสวยวัย 15 ปีและเป็นหนึ่งในลูกทีมของสาว บี น้ำทิพย์ ในรายการเดอะเฟซซีซั่น 2 ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้กระแสของหนังแรงจนเตรียมที่จะเป็นว่าที่หนังร้อยล้านไปอีกเรื่องของค่าย แต่ทว่าเมื่อหนังถูกฉายในรอบสื่อมวลชน ฟีดแบ็คมันกลับไม่เปรี้ยงอย่างที่คาด กระแสการเข้าฉายในสุดสัปดาห์ที่หนังเปิดตัวก็ไม่ได้เข้าฝักเหมือนที่คาดการณ์ไว้ โดยรายได้ 4 วันแรก (ในกทม. ปริมณฑล และเชียงใหม่) หนังทำเงินเข้าเป็นอันดับ 3 ของตารางบ๊อกออฟฟิศบ้านเรา เกิดอะไรขึ้นกับหนังเรื่องนี้กันแน่ รีวิวนี้จะลองมาวิเคราะห์กันครับ

ก่อนอื่นต้องขอพูดถึง เรื่องราวในภาพรวมของ "เพื่อน..ที่ระลึก" กันก่อน โดยหนังมีจุดเริ่มต้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้ง" ที่เกิดขึ้นในปี 2540 นับเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมทางการเงินที่ทำให้เศรษฐีในขณะนั้นกลายเป็นยาจกในชั่วข้ามคืน ชีวิตของ "อิ๊บ" และ "บุ๋ม" ก็นับเป็นสองจากหลายๆครอบครัวที่ประสบเคราะห์กรรมนี้ เมื่อคอนโดหรูใจกลางเมืองที่พ่อของพวกเธอลงทุนร่วมกันต้องระงับการก่อสร้างแบบกระทันหัน จากชีวิตที่แสนสุขสบายสูญสลายไปพร้อมกับทรัพย์สินที่มีทั้งหมด การฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหาและโชคชะตาที่เล่นตลกกับพวกเธอคือหนทางเดียวในตอนนั้นที่อิ๊บและบุ๋มเลือกที่จะลงมือร่วมกันบนตึกที่ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทั้งสองเคยสัญญากันว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป และเมื่อเสียงเหนี่ยวไกปืนของอิ๊บดังขึ้น พร้อมๆกับร่างอันโชกเลือดที่ล้มลงบนพื้น แต่ "บุ๋ม" กลับเลือกที่จะหันหลังหนีเนื่องจากความหวาดกลัว ปล่อยให้ "อิ๊บ"นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจอยู่เพียงผู้เดียวบนตึกนั้น

20 ปีผ่านไป "บุ๋ม" เติบโตกลายเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และเป็นอีกครั้งที่ธุรกิจของเธอประสบปัญหาจนเธอต้องจำใจกลับไปเพิ่งใบบุญเก่าที่พ่อของเธอสร้างไว้ด้วยการหันไปปรับปรุงและหากินกับตึกที่เธอมีอดีตอันเลวร้ายกับอิ๊บ ซึ่งเพียงแค่วันแรกหลังจากที่เธอและ "เบล" ลูกสาวสุดที่รักก้าวย่างกลับไปที่ตึกนั้น กลางดึกวันนั้นเอง เบลก็มีอาการพูดคนเดียวเหมือนคนนอนละเมอ รวมถึงมีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นกับครอบครัวเธออย่างต่อเนื่อง บุ๋มรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็น "อิ๊บ" เพื่อนเก่าที่เธอปล่อยให้รออยู่ที่ตึกอย่างโดดเดี๋ยวเป็นเวลานานแสนนาน การกลับมาครั้งนี้ของอิ๊บมีจุดประสงค์เพื่ออะไรกันแน่ หรือนั่นอาจเป็นการกลับมาทวงสัญญาที่บุ๋มเคยรับปากว่าจะไม่ให้อิ๊บตายคนเดียวบนตึกแห่งนั้น!!

หนังเริ่มต้นด้วยการนำเสนอความสัมพันธ์ของสองสาวเพื่อนซี้ ผ่านรูปภาพและคลิปวีดีโอเก่าๆที่แสดงถึงกิจกรรมที่แฝงนัยว่าทั้งสองต่างมีฐานะที่ดีกันทั้งคู่ ทั้งภาพการขี่ม้า เล่นไอซ์สเก็ต หรือแม้แต่ฉากในบ้านที่มีทั้งเปียโน สระว่ายน้ำ สิ่งเหล่านี้ถูกใช้เป็นการสื่อสารให้ผู้ชมซึมซับสิ่งที่พวกเขาทั้งสองมีอยู่อย่างสุขสบายก่อนจะนำเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ถือว่าเป็นสาเหตุของเรื่องราวทั้งหมดนั้นคือการนำเสนอผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่หนักที่สุดของประเทศหรือที่เรารู้จักกันว่า "วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง" ที่เปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่ของตัวละครไปแบบฉับพลันไม่ทันตั้งตัว สำหรับประเด็นนี้ส่วนตัวมองว่าน่าจะเป็นส่วนที่ดีที่สุดของหนัง ส่วนหนึ่งก็เพราะมันทำให้เราเข้าใจและรับรู้ถึงผลกระทบที่ตัวละครได้รับได้อย่างชัดเจน เราจะไม่เชื่อถึงแรงจูงใจในการอยากฆ่าตัวตายของทั้งสองเลยหากประเด็นนี้หนังไม่ได้เจาะลึกและเน้นหนักกับปัญหานี้ ภายหลังจากการฆ่าตัวตายหนังก็ตัดบทเข้าสู่ช่วงเวลาในปัจจุบันและพูดถึงชีวิตครอบครัวของบุ๋มที่มีเบลลูกสาวสุดที่รักเคียงข้าง หนังไม่พูดพร่ำทำเพลงตัดบทเข้าสู่การสู้วิกฤตทางธุรกิจของบุ๋มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้บุ๋มมีตึกของพ่อที่การก่อสร้างชะงักไปเมื่อ 20 ปีก่อน เธอตัดสินใจที่จะรีโนเวตมันอีกครั้ง และนั้นคือจุดเริ่มต้นของความลึกลับทั้งหมด

ความน่ากลัวที่ผู้กำกับจิมใส่มาใน "เพื่อนที่ระลึก" เหมือนจะเน้นไปกับการส่งเสียงตึงตังและจังหวะลับๆล่อๆแทบทั้งเรื่อง ตัวหนังเหมือนจะหลอกล่อกับสิ่งที่มองไม่เห็น เหมือนจะให้ผู้ชมจินตนาการไปกับหนังเองว่ารูปร่างหน้าตาของตัวผีที่ออกมาหลอกนั้นเป็นอย่างไร จะเห็นได้จากการนำประเด็นของการนอนละเมอเข้ามาโยงกับหนัง ที่แรกเริ่มเดิมทีก็น่าสนใจอยู่หรอก แต่เมื่อผ่านไปเรื่อยๆแล้ว หนังกลับแตะกับประเด็นนี้เพียงผิวเผิน ไม่ได้ลงรายละเอียด หรือดึงอารมณ์ของผู้ชมให้หวาดกลัวไปกับอาการนี้เลย ท้ายสุดของหนังจึงทำได้เพียงอาศัยให้การละเมอของตัวละครเป็นสะพานเชื่อมระหว่างคนกับผี ซึ่งก็ถือว่ายังเป็นเทคนิคที่โอเคกว่าจะให้ผีมาเข้าสิงตัวละครแบบโจ้งๆ และ GDH เองก็คงไม่เล่าตรงไปตรงมาแบบนั้นแน่ๆ จุดนี้เองที่เป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวหนังลดความน่ากลัวลงไปเยอะเมื่อเทียบกับหนังเรื่องเก่าๆของผู้กำกับจิม ที่อดีตเคยสร้างตัวละครผีหน้าตาหน้ากลัวออกมาให้เรากลับไปผวากันต่อที่บ้าน

และนอกจากตัวของผีจะแทบไม่เห็นในหนังเรื่องนี้แล้ว เรื่องราวที่นับจากการฆ่าตัวตายของอิ๊บก็หยุดนิ่งอยู่แค่ส่วนนั้น ตั้งแต่กลางเรื่องจนถึงปลายเรื่อง หนังแทบไม่มีเนื้อหาหรือปมประเด็นอะไรใหม่ๆเลย เรื่องราวส่วนใหญ่มีแค่การเอาตัวรอดไปวันๆจากสิ่งลี้ลับ ไม่มีการคลายปม หรือสอดแทรกความน่าสนใจลงไปเรื่อยๆเหมือนที่ "โปรแกรมหน้าฯ" เคยทำไว้ในการพูดถึงที่มาที่ไปของ "ผีชบา" ความเซอร์ไพรส์กับการหักมุมที่เปรียบเสมือนจุดขายของค่ายหนังจึงไม่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าผู้ชมย่อมผิดหวังไปตามๆกันกับการเล่าเรื่องเป็นเส้นตรงแบบนี้ ในภาพรวมของหนังจึงออกมาครึ่งๆกลางๆ ไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ได้แย่จนดูไม่สนุก ความลุ้นระทึกสามารถพบได้ตลอดทั้งเรื่อง แต่ความสยองและความประทับใจที่เป็นปัจจัยในการบอกต่อจนเป็นกระแสปากต่อปากยังคงเป็นสิ่งที่ค่ายหนังยังทำได้ไม่ดีนัก เช่นเดียวกับบทภาพยนตร์ที่คราวนี้ผมมองว่ายังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ซึ่งหากมองเทียบกับหนังผีค่ายอื่นแล้ว ผมยังมองว่า "เพื่อน..ที่ระลึก" ยังมีมาตรฐานที่ดูดีกว่า แต่หากเทียบกับหนังผีในค่ายตั้งแต่เริ่มเป็น GTH จนมาถึง GDH ในวันนี้ หนังเรื่องนี้ถือว่ายังทรงตัวแต่อาจจะถูกนำมาพูดถึงได้ไม่บ่อยนัก

เพื่อนๆสามารถเข้าไปกดไลก์และติดตามการรีวิวหนังกันได้ที่ https://www.facebook.com/FeedbackMovies
ชื่อสินค้า:   The Promise เพื่อน..ที่ระลึก
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่