สลันเตอ เชียงใหม่

-สลันเตอ เชียงใหม่-

    สวัสดีครับเพื่อนๆ จะขอเล่าประสบการณ์ระหว่างทางเทียว ในทริป นกขมิ้น ช่วงหน้าฝนนี้ด้วยภาพถ่าย “ ชีวิตนอกคอก บางครั้งมีความหมาย กว่าชีวิตในกรอบ”
   ความสุขบนความเจ็บราว..ตั้งแต่ขึ้นศักราชใหม่มานี้ ผมเองถูกสังขารรังแก่มาตลอด เป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธ หมอยื่นใบวินิจฉัยว่า เอ็นขาบวม งดใช้อวัยวะเทียมชั่วคราว (ฮ่า-ฮ่า)
   ทริปนี้จึงเดินทางขึ้นเหนือ ด้วยรถไถ่ (วิลแชร์) ส่วนขาเทียมแยกเป็น 2 ท่อนยัดใส่กระเป๋า เผื่อว่ามีเหตุจำเป็นต้องใช้ เดินทางด้วยรถทัวร์ 8 ชั่วโมงในเวลาล้อหมุน  ไม่น้อย ไม่นาน..

   08.30 น.ถึงนครเวียง
   ลงจากรถ ยืดเส้น ยืดสาย  หลังจากก้นติดเบาะมานานหลายชั่วโมง ในใจคิดตลอดเวลาว่าถึงนครเวียงเมื่อไร จะกินอาหารเหนือให้หายอยาก...
   แต่ความจริง ก็คือว่าจริง ไม่พ้นกระเพาไข่ดาว (ฮ่า-ฮ่า)
   นครเชียงใหม่ยามนี้ ไม่ต่างจากนครอื่นในองศาเดียวกัน คือฝนตก..และฝนตก ไม่น้อย ไม่มาก...
   ธรรมชาติไม่เคยเปลี่ยนฤดู คนก็เช่นกัน ยังอยากใช้ชีวิตจนกว่าสังขารจะเปื่อย กระดูกจะกระร่อน
   หลังจากอาหารมื้อเช้าเสร็จ พวกเราก็ออกเดินทางไปยังที่พัก สิ่งขึ้นชื่อ และเป็นเอกลักษณ์ของนครเวียงคือรถแดง ไหนๆมาแล้วก็นั่งสักหน่อย...

   จากสถานีรถนครชัยแอร์ถึงที่พักแถวๆถนนวัวลาย รถแดงเรียกราคาไม่มาก-ไม่น้อย เขาและเพื่อนของเขา ไม่เคยคิด ว่าลูกค้าเป็นคนแปลกหน้า ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม และมือกวักเรียก...
   15 นาที กับการเดินทางถึงที่พัก ที่เลือกที่พักบริเวณนี้เพราะว่าอยากจะมาเดิน กาดคนเดิน (ตลาดคนเดิน) ถนนวัวลาย ทุกวันเสาร์จะกลายเป็นถนนคนเดิน จะมีการปิดถนนตั้งร้านตั้งแต่บ่ายแก่ๆ และกาดนัดจะวายช่วงดึกๆ
   16.20 น.
   ความหลากหลายของสินค้า และผู้คน ใช้เวลาไม่นานก็แน่ขนัด  ทั้งของกิน ของใช้ ของเล่น และของไม่เล่น...
   ใส้อั่วนี้ ผมถือว่าของโปรดของผมเลย...แซ่บมากครับ
   เธอว่าเธอมาเพื่องานนี้นะ...
   น้าคนนี้เล่นให้ฟังสดๆเพราะมากๆ..
   ของทำมือก็สวยนะครับ...

  กาดนัดคนเดิน ถนนวัวลาย จะมีวัดหนึ่งที่สวยงามมากๆ คือวัดศรีสุพรรณ วัดแห่งนี้มีความโดดเด่น คือมีอุโบสถที่ทำด้วยเงินทั้งหลัง ตอนแรกที่เห็นรู้สึกทึ่งมากครับ ทั้งวัสดุที่ใช้ และลวดลายวิจิตงดงามมาก  อุโบสถหลังนี้ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปข้างใน แค่มองจากด้านนอกก็สุขสว่างแล้ว สำหรับผู้มาเยือน
   พวกเราเดินกาดนัดไม่ดึกเท่าไร คนเยอะมาก รู้สึกเหนื่อยกับการเข็นรถวิลแชร์ ก็เลยกลับไปนอนกัน...
   09.00 น.
   สีสันนครเชียงใหม่ มีอะไรให้ค้นหาไม่เคยขาด กลางวันชมเวียง เข้าวัด กลางคืนชมแสงไฟ และดอกนิออน (ฮ่า-ฮ่า)
   ประตูท่าแพยามนี้ ไม่เคยเหงาคละคลา ด้วยผู้มาเยื่อน..แม้แต่พวกเราเอง ก็แวะมา และเจอมิตรสหาย ที่รักการถ่ายภาพเหมือนกัน เก่ง ธุลีฟ้า ละอองดิน
   รูปนี้เรียกน้องที่ขายอาหารนกมาถ่ายให้...ขอบคุณหลายๆ
   มุมนี้วัดสวนดอก  เก่ง ธุลีฟ้า ละอองดิน เป็นไกด์ ขอบคุณหลายๆ
  ในโบสถ์ก็สวยนะครับ...
  อีกวัดหนึ่งที่วกเราได้แวะไป คือวัดโลกโมฬี วัดนี้สวยงาม ถือว่าเป็นเก่าแก่อีกวันหนึ่งคู่เมืองเชียงใหม่เลยก็ว่าได้ครับ...อมยิ้ม17อมยิ้ม17
  ทริปนี้พวกเราอยู่ในเมืองเชียงใหม่ประมาณ 2 วัน พอหลังจากนั้น พวกเราก็เช่ารถแล้วก็ขึ้นดอยกัน รถเช่า เครื่อง 1500 นี้ขึ้นภูสูงสบายๆเลยครับ  ตามประสาคนที่ราบสูง  นานๆได้ขึ้นภูสูงรู้สึกตื่นเต้น ตื่นเต้นระหว่างทางมากกว่าปลายทาง ร้อยโค้ง พันเหว หัวเราะหัวเราะ
  09.30 น.
  ออกจากนครเวียงเข้า อ.แม่ริม จุดหมายคือ ม่อนแจ่ม ที่ใครๆก็ชอบพูดถึง จริงๆระยะทางก็ไม่ไกลมากหมายนะครับ แต่ขับรถขึ้นเขาใช้เวลาเหลี้ยวโค้งมากกว่าทางตรง (ฮ่า-ฮ่า)
  มาถึงม่อนแจ่มประมาณเกือบเที่ยง เพราะแวะไปเรื่อยระหว่างทาง จริงๆอยากจะแวะทุกที่ เพราะร้านรวงแถวนี้ ทำเลเชิญชวนนักท่องเที่ยวอย่าพวกเรายิ่งนัก...
  บางครั้งรู้สึกอิจฉาคนที่นี้นะครับ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีเมฆ-หมอกเป็นเพื่อน  แต่อย่างว่าแหละครับ คนเมืองอยากไปอยู่ป่า คนป่าก็อยากมาอยู่เมือง (ฮ่า-ฮ่า)
   แต่อย่างว่าอีกแหละครับ วันนี้ วินาทีนี้ ทุกอย่างไม่ได้อยู่บนหลังม้ากับลาแล้ว ความเจริญอยู่ในบรรทัดเดี่ยวกันกับในเมือง แถมหัวใจคนบนภูฯยังน่ารักกว่า...อมยิ้ม29อมยิ้ม29ไม่มาก ไม่น้อย
   เราอยู่บนม่อนแจ่มกันหลายนาทีชั่วโมง ที่นี้ฟ้าเปิดสลับเมฆฝน เอื่อยเคลียคลอแต่ไม่ตก คนหลายกลุ่ม หลายคู่และเดี่ยว บางคนมาเพื่อให้รู้ ให้เห็นแล้วจากไป บางคนมาเพื่อจดจำ บางคนมาเพื่อบันทึกความทรงจำ และอีกหลายคน มาเพื่อ 108 เหตุผล...
   ม่อนแจ่มตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อ.แม่ริม  ม่อนแจ่ม มีอากาศเย็นสบายตลอดปี และอยู่ในโครงหลวงหนองหอย มีการปลูกพืชผักมากมาย โดยเฉพาะกล่ำปลี...
   เมียนประๆๆ...(ร่ำรวยๆ)เยี่ยมเยี่ยม

   คืนนี้เรานอนกันใกล้ๆม่อนแจ่ม ห่างกันประมาณ 10 นาทีรถวิ่ง อากาศเย็นและลมแรงในตอนกลางคืน เหมาะกับการนอนนับดาว  (ฮ่า-ฮ่า)
   แต่ผมหลับตั้งแต่ 3 ทุ่มแล้วคร๊าบบบบบ...อมยิ้ม01อมยิ้ม01
   เทอจู บานจู เทอเจีย บานเจีย...(ทำชั่ว ได้ ทำดี ได้ดี)  ฝันดี....เพี้ยนฝันดีเพี้ยนฝันดี
   07.30 น.
   หลังจากอิ่มจากอาหารเช้า พวกเราก็เดินทางกันต่อ จริงๆทริปนี้ไม่ได้มีจุดหมายที่หนึ่ง ที่ใดเฉพาะ เราอยากจะไปเรื่อยๆมากกว่า จะเรียกว่าทริป “นกขมิ้น”ก็ได้นะ  (ฮ่า-ฮ่า) ค่ำที่ไหน เรานอนที่นั้น ลงเขาจาก อ.แม่ริมขับรถข้ามตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อไป อ.แม่วาง ในแม่วางนี้ไม่ได้เก็บเรื่องราวระหว่างทางสักเท่าไร  เพราะขับรถขึ้นเขามาก็เริ่มค่ำๆ ก็เลยหาที่พักกัน..
   08.20 น.
   เสร็จจากอาหารเช้า ล้อก็หมุนออกจากแม่วาง โค้งแล้ว โค้งเหล่าถึง อ.จอมทอง เข้าพักที่หมู่บ้านแม่กลางหลวง ซึ่งพวกเราค่อยข้างโชคดี มาถึงที่นี้บ่ายแก่ๆ เลยมีโอกาสบันทึกเรื่องราวการลงแขกดำนา ของชาว ปกาเกอะญอ...ดอกไม้ดอกไม้
   การใช้ควายเหล็กที่นี้ แตกต่างจากควายเหล็กที่ราบสูงอย่างบ้านผมหรือที่อื่นๆ คือเขาไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ในการขับเคลื่อน แต่เขาใช้เครื่องยนต์สูบน้ำในการขับเคลื่อน ใช้ล้อและคราดย้ำน้ำและดินให้เละ เพื่อปักต้นกล้า ไม่ได้ถามว่าดินที่นี้ต้องไถ่ดะ ไถ่แปรหรือเปล่า
   การใช้ควายเหล็กที่นี้ แตกต่างจากควายเหล็กที่ราบสูงอย่างบ้านผมหรือที่อื่นๆ คือเขาไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ในการขับเคลื่อน แต่เขาใช้เครื่องยนต์สูบน้ำในการขับเคลื่อน ใช้ล้อและคราดย้ำน้ำและดินให้เละ เพื่อปักต้นกล้า ไม่ได้ถามว่าดินที่นี้ต้องไถ่ดะ ไถ่แปรหรือเปล่า
   ไถ่ดะ คือ การไถ่ครั้งแรกเพื่อกำจัดวัชพืช และตากหน้าดิน เพื่อดินร่วนขึ้น
   ไถ่แปร คือ การไถ่รอบสองเพื่อย่อยดินและวัชพืช
   ความสุขของเขา และเพื่อนของเขา แค่มีน้ำในนา มีกล้าให้ถอน
   คืนนี้พักที่นี้ ผมเองรู้สีกชอบบรรยากาศและรสชาติอาหารที่นี้ หมายถึงความเป็นบ้านๆ อย่างน้ำพริกหนุ่มปกาเกอะญอ รู้สึกหอมเครื่องเทศและเผ็ดกำลังดี กินกับผักสดๆ เรียกเหงื่อแก้หนาวได้ หนาวหรือเย็น ตามประสาคนที่ราบสูงขึ้นดอย
  การนอนหรือการพักผ่อนในที่แปลกไม่คุ้นเคย เป็นเรื่องยากข่มตาให้หลับ เสียงลมภูเขาคำรามทั้งคืน  
  08.00 น.
  ท้องฟ้าเช้านี้ยังปิดและมีฝนโปรยช่วงเช้า หากาแฟกินสิครับบรรยากาศแบบนี้ เข้าไปในหมู่บ้าน กาแฟสดร้านสมศักดิ์ เป็นกาแฟที่บดด้วยมือ ชงด้วยน้ำเดือดในการกา สมศักดิ์เล่าให้พวกเราฟังว่า ไฟในเตานี้ไม่เคยดับ น้ำในกานี้ไม่เคยแห้ง ผู้คนไม่เคยหายที่จะแวะมา และเวียนไป  
   คนแปลกหน้าคือมิตร ของคนที่นี้   เรานั่งเสวนาอยู่ที่นี้ ไม่น้อย - ไม่นาน  แล้วบอกลา         
   อาจือ หนุ่นกระทง พูดกับพวกเราว่า ถ้าพี่จะมาที่นี้  พี่ไม่ต้องเอาอะไรมา....
   เอาแค่เงิน และหัวใจมา  ก็พอ....เยี่ยมเยี่ยม
   ...เมียนประๆ ดอกไม้ดอกไม้
   แล้วเราก็เดินทางกลับเมืองเชียงใหม่ ต่อด้วยกรุงเทพฯ...จบทริปนกขมิ้น หน้าฝน..กลับมาทำงาน เก็บเงิน รอทริปหน้า เม่าออกรถเม่าออกรถ
จูง กะ...

สวัสดี....

ขอบอนุญาตคู่รักในภาพ มาขึ้นหน้าปกนะครับ เข้ากับชื่อเรื่องดี

และขอบคุณทุกท่านในภาพ ที่ร่วมให้เกิดเรื่องราวขึ้น
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  บันทึกนักเดินทาง ภาพถ่าย ม่อนแจ่ม
Pantip.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่