สวัสดีค่ะ ขอรีวิวประสบการณ์เป็น backpacker ครั้งแรก กับ การเขียนกระทู้ครั้งแรก หน่อยนะคะ
ทริปนี้เริ่มต้นจากเราเป็นสมาชิกของ airasia ค่ะ เจอ post final call แลกแต้มไปญี่ปุ่น ช่วงเดือน พ.ย. 58 กดจองเลยค่ะ
4 คน ไป-กลับได้ราคารวมกระเป๋าขากลับ 25 กิโล อยู่ที่ 5,590 บาทต่อคน
(ขาไปใช้คูปองโหลดกระเป๋าฟรีของบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพแอร์เอเชียค่ะ)
จากนั้นก็จองห้องพักที่ K’House Backpackers Kyoto เป็นห้อง Mix Dorm 4 คน ส่วนที่พักใน Osaka จองผ่าน Airbnb ค่ะ
เราวางแผนเที่ยวแค่เกียวโตกับโอซาก้าพอค่ะ โดยซื้อบัตร Icoca+Haruka เพื่อใช้เดินทางจากสนามบินคันไซไปเกียวโตเลย
เวลาเที่ยวในเกียวโตใช้ 1 Day Bus หากนั่งรถไฟเป็นเที่ยว ๆ ก็ใช้เงินจากบัตร Icoca ในโอซาก้าใช้ Osaka Amazing Pass ค่ะ
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม ก็ไป shopping ได้ นัดเจอกับเพื่อนที่ King Power รางน้ำ เราเตรียม Passport และ ไฟล์ทบินไปพร้อมค่ะ
เตรียม Shopping เต็มที่ เพราะปกติเราใช้เครื่องสำอางค์ลังโคมอยู่ค่ะ หากไม่มีบินไปต่างประเทศก็ต้องไปซื้อที่เคาน์เตอร์ตาม
ห้างสรรพสินค้า แต่พอมาดูราคาที่ King Power โหวว ถูกกว่าเยอะค่ะ แถมได้ส่วนลดเพิ่มอีก
เรามีบัตรเครดิต SCB King Power Platinum ได้ส่วนลด 15% เลยค่ะ
Genifique ขวดนี้ถูกมากเลยค่ะ ปกติหน้าเคาน์เตอร์ ขนาด 50 ml ก็ราคา 4,900 บาทแล้ว
แต่ของ King Power เป็นไซส์พิเศษ 100 ml ถ้าขวดเดียวจะ 6,105 บาท แต่ถ้า pack คู่ ลดลงอีกค่ะ เหลือเพียง 10,990 บาท
พอหารออกมาแล้วตกขวดละ 5,495 บาทเองค่ะ แถมได้ส่วนลดอีก 15% ถ้าโชคดีไปเจอช่วงจัดรายการพอดี ได้ลดเป็น 20% เลยค่ะ
เพื่อนฝากซื้อน้ำหอมค่ะ ซื้อ 1 ได้ถึง 4 ได้เป็น set ของขวัญด้วยค่ะ ในราคาที่ถูกกว่าเคาน์เตอร์เยอะมาก
แถมซื้อครบตามกำหนดได้ของแถมอีกนะคะ โอ๊ยยยยยย ฟินจนไม่รู้จะบรรยายยังไง
จัด ABSOLUE มา 1 ชุด ได้ set ของแถม ABSOLUE มาอย่างเยอะ แบบนี้จะไม่ให้ Love King Power ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วค่ะ
บินต่างประเทศเมื่อไหร่ ต้องมาจัดทุกครั้งไปค่ะ
แบรนด์อื่น ๆ ก็มีอีกหลากหลายเลยค่ะ แล้วแต่ว่าใครชอบแบรนด์ไหน มีให้เลือกมากมายเลยค่ะ
Shop จนเมื่อยก็เข้าไปนั่งพักทานน้ำ ทานขนมอร่อย ๆ ใน King Power Lounge พร้อมผู้ติดตามได้อีก 1 ท่านค่ะ
ณ จุดนี้ ขอเตือนเพื่อน ๆ เลยนะคะว่า หากคิดจะ Shop แนะนำให้ Shop ที่ King Power เลยค่ะ อย่าหวังน้ำบ่อหน้า
จากทริปญี่ปุ่นรอบนี้ รู้เลยค่ะว่า King Power ถูกกว่าจริง ๆ เพราะเพื่อนจะซื้อ SK II กับ Kanebo รุ่น Impress ค่ะ
ใน King Power มีขายนะคะ นางไม่เอาค่ะ จะไปซื้อที่ญี่ปุ่น ประมาณว่าชั้นจะไปญี่ปุ่นอยู่แล้ว ญี่ปุ่นต้องถูกกว่าแน่นอน
ปรากฏว่า แห้วคร้า ที่ญี่ปุ่นแพงกว่า King Power อีก เป็นไงละคร้า คราวหลังเข็ดเลยคร้า ไม่หวังน้ำบ่อหน้าอีกแล้วค่ะ




18 พ.ย. 58 เหิรฟ้าสู่ Kansai ด้วยสายการบิน Thai Airasia X เที่ยวบิน XJ610 ต้องขอบคุณ Airasia ด้วยนะคะ
ที่เปิดโอกาสให้เราได้หาประสบการณ์ในต่างแดน สมกับสโลแกน "ใคร ๆ ก็บินได้" จริง ๆ ค่ะ
เมื่อถึงสนามบินคันไซ ผ่าน ตม. ได้รับกระเป๋า และผ่านศุลากรเรียบร้อย ขึ้นลิฟท์มาชั้น 2 ค่ะ คืนนี้เรานอนค้างสนามบินกัน
19 พ.ย. 58 ซื้อบัตร ICOCA & HARUKA ที่ JR Ticket Office เรียบร้อย ก็มาขึ้นรถไฟกันเลย
ถึง Kyoto Station แล้วเดินไปที่พักของเรา K’House Backpackers Kyoto ตามแผนที่ที่เค้าส่งมาให้ตอนจอง ไม่หลงเลยค่ะ
เที่ยวที่แรกกันเลย วัดทอง (Kinkakuji) เสียค่าเข้าชม 400 yen
มัวเถลไถลที่วัดทองนานไปหน่อย กว่าจะมาถึงวัดเรียวอันจิ (Ryoanji Temple) เหลืออีกแค่ครึ่งชั่วโมงก็จะปิดให้ชมล่ะ
เลยตัดสินใจไม่เข้าชมด้านใน ลองเดินด้านนอกเจอใบไม้แดงอยู่หน่อยนึง แถมมีต้นที่มีผลแดง ๆ ด้วย ไม่รู้ว่าผลอะไรเหมือนกันค่ะ
มื้อเย็นกลับมาทาน “Tonkatsu” ของร้าน Katsukura ที่ชั้น 11 ห้าง Cube อยู่ใน Kyoto Station เลยค่ะ ขึ้นบันไดเลื่อนไปเรื่อย ๆ
จนชั้น 11 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าห้าง Cube หันไปทางซ้ายมือ เจอร้านเลยค่ะ
เข้ามาปุ๊ป เค้าจะเสิร์ฟชาร้อน และ งา ให้เราบดเพื่อผสมกับน้ำจิ้มค่ะ น้ำจิ้มมี 3 แบบนะคะ เราก็ผสม ๆ กันตามที่ชอบ แล้วลองชิมดูค่ะ
มีผักดองให้แกล้มด้วย ส่วนถ้วยเล็กสุดนั้นเป็นมัสตาร์ดค่ะ ผสมเข้าไปพร้อมน้ำจิ้มอร่อยไปอีกแบบ แก้เลี่ยนดี
Tonkatsu ของเรามาแว้ว หมูนี่นุ่มมากเลยค่ะ ใช้ตะเกียบตัดขาดได้ กระหล่ำปลีฝอยเป็นอะไรที่อร่อยมาก สด กรอบ ซุปมิโซะก็เข้มข้น
ร้านนี้สามารถเติมข้าว ชาร้อน ซุปมิโซะ และกระหล่ำปลีฝอย ได้ไม่อั้นนะคะ

20 พ.ย. 58 วันนี้เราตื่นสายโด่งเลยค่ะ ไหน ๆ ก็ตื่นสายแล้ว หาของอร่อยกินก่อน วันนี้เราจะไปกินราเม็งเจ้าอร่อยกันค่ะ
อยู่ระหว่างทางเดินจากที่พัก ไป Kyoto Station ค่ะ
ร้าน 本家 第一旭 Honke Dai-ichi asahi Ramen เปิด ตี 5 – ตี 2 ระหว่างรอคิวพนักงานจะนำเมนูมาให้เราเลือกเลยค่ะ
เราสั่งแบบชามเล็ก ราคา 550 yen แค่นี้ก็อิ่มแปล้แล้วค่ะ
อิ่มท้องแล้ว เที่ยวต่อได้ วันนี้เราไปเที่ยววัดเอคันโด (Eikando Temple) กันค่ะ
วัดนี้ถือเป็นไฮไลท์เลยค่ะ เพราะเป็นวัดที่มีชื่อเสียงในการชมใบไม้แดงมาก ๆ แถมค่าเข้าก็แพงที่สุดอยู่ที่ 1,000 yen ค่ะ
วันนี้ทั้งวันอยู่ที่เดียวเลยค่ะ ที่นี่เราได้เจอใบไม้เปลี่ยนสีเยอะที่สุดแล้วค่ะ
มีร้านขายขนม และที่นั่ง ให้เรานั่งทาน พร้อมซึมซับบรรยากาศแบบชิลล์ ๆ ด้วยค่ะ
21 พ.ย. 58 ช่วงเช้าไปเที่ยวศาลเจ้าจิ้งจอก (Fushimi Inari Shrine) กันค่ะ ใช้บัตร ICOCA จ่ายค่ารถไฟ JR จาก Kyoto Station
ไป Inari Station ออกจากสถานีปุ๊ป เลี้ยวซ้าย ไปชิมข้าวหน้าปลาไหลชื่อดังของที่นี่กันค่ะ
ไปเดินเที่ยวศาลเจ้ากันดีกว่า เดินผ่านโทริอิสีแดงปุ๊ปถือว่าเราเดินเข้าเขตของศาลเจ้าแล้วค่ะ โทริอิใหญ่มาก สีแดงสดใสเชียวค่ะ
ถนนสายช้อปปิ้งของศาลเจ้าจิ้งจอกนี้น่าช้อปมาก ๆ ค่ะ มีของน่ารัก ๆ เต็มเลย ซุ้มอาหารก็น่าทานทั้งนั้น
นั่งรถไฟไปเที่ยวต่อที่วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple)
ปิดท้ายด้วยวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera Temple)
วันนี้เราต้องนั่งรถไฟกลับมานอนที่โอซาก้าค่ะ
22 พ.ย. 58 วันนี้ไปตะลุยสวนสนุก Universal Studios Japan กันค่ะ
มุ่งตรงไปโซน Harry Potter กันเลย
ออกมาเล่นเครื่องเล่นตัวอื่น ๆ บ้าง
เดินเล่น ถ่ายรูป ชิลล์ ๆ บ้าง
23 พ.ย. 58 วันนี้เรา Check Out ฝากกระเป๋าไว้ แล้วเที่ยวโอซาก้าด้วยบัตร Osaka Amazing Pass กันค่ะ
ไปหาอะไรกินที่ KUROMON MARKET กันดีกว่า
อิ่มล่ะ เที่ยวได้ ไปปราสาทโอซาก้ากันค่ะ
เที่ยวกันต่อที่ Osaka Museum of Housing and Living และเดินเล่น Shopping กันที่ Tenjinbashisuji Shopping Street
มานั่งชิงช้าสวรรค์เทมโปซาน ชมอ่าวโอซาก้า
จบวันด้วยการกลับมาเดินเล่นย่านนัมบะ
กลับที่พักไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ เดินทางไปสนามบิน ขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ
เหลือไว้แต่ความสนุก ความสุข ความประทับใจ ที่ต้องมีทริปต่อไปแน่นอนค่ะ
[CR] เคล็ดไม่ลับ ฉบับ Backpacker มือใหม่
ทริปนี้เริ่มต้นจากเราเป็นสมาชิกของ airasia ค่ะ เจอ post final call แลกแต้มไปญี่ปุ่น ช่วงเดือน พ.ย. 58 กดจองเลยค่ะ
4 คน ไป-กลับได้ราคารวมกระเป๋าขากลับ 25 กิโล อยู่ที่ 5,590 บาทต่อคน
(ขาไปใช้คูปองโหลดกระเป๋าฟรีของบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพแอร์เอเชียค่ะ)
จากนั้นก็จองห้องพักที่ K’House Backpackers Kyoto เป็นห้อง Mix Dorm 4 คน ส่วนที่พักใน Osaka จองผ่าน Airbnb ค่ะ
เราวางแผนเที่ยวแค่เกียวโตกับโอซาก้าพอค่ะ โดยซื้อบัตร Icoca+Haruka เพื่อใช้เดินทางจากสนามบินคันไซไปเกียวโตเลย
เวลาเที่ยวในเกียวโตใช้ 1 Day Bus หากนั่งรถไฟเป็นเที่ยว ๆ ก็ใช้เงินจากบัตร Icoca ในโอซาก้าใช้ Osaka Amazing Pass ค่ะ
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม ก็ไป shopping ได้ นัดเจอกับเพื่อนที่ King Power รางน้ำ เราเตรียม Passport และ ไฟล์ทบินไปพร้อมค่ะ
เตรียม Shopping เต็มที่ เพราะปกติเราใช้เครื่องสำอางค์ลังโคมอยู่ค่ะ หากไม่มีบินไปต่างประเทศก็ต้องไปซื้อที่เคาน์เตอร์ตาม
ห้างสรรพสินค้า แต่พอมาดูราคาที่ King Power โหวว ถูกกว่าเยอะค่ะ แถมได้ส่วนลดเพิ่มอีก
เรามีบัตรเครดิต SCB King Power Platinum ได้ส่วนลด 15% เลยค่ะ
แต่ของ King Power เป็นไซส์พิเศษ 100 ml ถ้าขวดเดียวจะ 6,105 บาท แต่ถ้า pack คู่ ลดลงอีกค่ะ เหลือเพียง 10,990 บาท
พอหารออกมาแล้วตกขวดละ 5,495 บาทเองค่ะ แถมได้ส่วนลดอีก 15% ถ้าโชคดีไปเจอช่วงจัดรายการพอดี ได้ลดเป็น 20% เลยค่ะ
เพื่อนฝากซื้อน้ำหอมค่ะ ซื้อ 1 ได้ถึง 4 ได้เป็น set ของขวัญด้วยค่ะ ในราคาที่ถูกกว่าเคาน์เตอร์เยอะมาก
แถมซื้อครบตามกำหนดได้ของแถมอีกนะคะ โอ๊ยยยยยย ฟินจนไม่รู้จะบรรยายยังไง
จัด ABSOLUE มา 1 ชุด ได้ set ของแถม ABSOLUE มาอย่างเยอะ แบบนี้จะไม่ให้ Love King Power ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วค่ะ
บินต่างประเทศเมื่อไหร่ ต้องมาจัดทุกครั้งไปค่ะ
แบรนด์อื่น ๆ ก็มีอีกหลากหลายเลยค่ะ แล้วแต่ว่าใครชอบแบรนด์ไหน มีให้เลือกมากมายเลยค่ะ
Shop จนเมื่อยก็เข้าไปนั่งพักทานน้ำ ทานขนมอร่อย ๆ ใน King Power Lounge พร้อมผู้ติดตามได้อีก 1 ท่านค่ะ
ณ จุดนี้ ขอเตือนเพื่อน ๆ เลยนะคะว่า หากคิดจะ Shop แนะนำให้ Shop ที่ King Power เลยค่ะ อย่าหวังน้ำบ่อหน้า
จากทริปญี่ปุ่นรอบนี้ รู้เลยค่ะว่า King Power ถูกกว่าจริง ๆ เพราะเพื่อนจะซื้อ SK II กับ Kanebo รุ่น Impress ค่ะ
ใน King Power มีขายนะคะ นางไม่เอาค่ะ จะไปซื้อที่ญี่ปุ่น ประมาณว่าชั้นจะไปญี่ปุ่นอยู่แล้ว ญี่ปุ่นต้องถูกกว่าแน่นอน
ปรากฏว่า แห้วคร้า ที่ญี่ปุ่นแพงกว่า King Power อีก เป็นไงละคร้า คราวหลังเข็ดเลยคร้า ไม่หวังน้ำบ่อหน้าอีกแล้วค่ะ
ที่เปิดโอกาสให้เราได้หาประสบการณ์ในต่างแดน สมกับสโลแกน "ใคร ๆ ก็บินได้" จริง ๆ ค่ะ
เมื่อถึงสนามบินคันไซ ผ่าน ตม. ได้รับกระเป๋า และผ่านศุลากรเรียบร้อย ขึ้นลิฟท์มาชั้น 2 ค่ะ คืนนี้เรานอนค้างสนามบินกัน
ถึง Kyoto Station แล้วเดินไปที่พักของเรา K’House Backpackers Kyoto ตามแผนที่ที่เค้าส่งมาให้ตอนจอง ไม่หลงเลยค่ะ
มัวเถลไถลที่วัดทองนานไปหน่อย กว่าจะมาถึงวัดเรียวอันจิ (Ryoanji Temple) เหลืออีกแค่ครึ่งชั่วโมงก็จะปิดให้ชมล่ะ
เลยตัดสินใจไม่เข้าชมด้านใน ลองเดินด้านนอกเจอใบไม้แดงอยู่หน่อยนึง แถมมีต้นที่มีผลแดง ๆ ด้วย ไม่รู้ว่าผลอะไรเหมือนกันค่ะ
มื้อเย็นกลับมาทาน “Tonkatsu” ของร้าน Katsukura ที่ชั้น 11 ห้าง Cube อยู่ใน Kyoto Station เลยค่ะ ขึ้นบันไดเลื่อนไปเรื่อย ๆ
จนชั้น 11 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าห้าง Cube หันไปทางซ้ายมือ เจอร้านเลยค่ะ
เข้ามาปุ๊ป เค้าจะเสิร์ฟชาร้อน และ งา ให้เราบดเพื่อผสมกับน้ำจิ้มค่ะ น้ำจิ้มมี 3 แบบนะคะ เราก็ผสม ๆ กันตามที่ชอบ แล้วลองชิมดูค่ะ
มีผักดองให้แกล้มด้วย ส่วนถ้วยเล็กสุดนั้นเป็นมัสตาร์ดค่ะ ผสมเข้าไปพร้อมน้ำจิ้มอร่อยไปอีกแบบ แก้เลี่ยนดี
Tonkatsu ของเรามาแว้ว หมูนี่นุ่มมากเลยค่ะ ใช้ตะเกียบตัดขาดได้ กระหล่ำปลีฝอยเป็นอะไรที่อร่อยมาก สด กรอบ ซุปมิโซะก็เข้มข้น
ร้านนี้สามารถเติมข้าว ชาร้อน ซุปมิโซะ และกระหล่ำปลีฝอย ได้ไม่อั้นนะคะ
อยู่ระหว่างทางเดินจากที่พัก ไป Kyoto Station ค่ะ
ร้าน 本家 第一旭 Honke Dai-ichi asahi Ramen เปิด ตี 5 – ตี 2 ระหว่างรอคิวพนักงานจะนำเมนูมาให้เราเลือกเลยค่ะ
เราสั่งแบบชามเล็ก ราคา 550 yen แค่นี้ก็อิ่มแปล้แล้วค่ะ
อิ่มท้องแล้ว เที่ยวต่อได้ วันนี้เราไปเที่ยววัดเอคันโด (Eikando Temple) กันค่ะ
วัดนี้ถือเป็นไฮไลท์เลยค่ะ เพราะเป็นวัดที่มีชื่อเสียงในการชมใบไม้แดงมาก ๆ แถมค่าเข้าก็แพงที่สุดอยู่ที่ 1,000 yen ค่ะ
วันนี้ทั้งวันอยู่ที่เดียวเลยค่ะ ที่นี่เราได้เจอใบไม้เปลี่ยนสีเยอะที่สุดแล้วค่ะ
มีร้านขายขนม และที่นั่ง ให้เรานั่งทาน พร้อมซึมซับบรรยากาศแบบชิลล์ ๆ ด้วยค่ะ
21 พ.ย. 58 ช่วงเช้าไปเที่ยวศาลเจ้าจิ้งจอก (Fushimi Inari Shrine) กันค่ะ ใช้บัตร ICOCA จ่ายค่ารถไฟ JR จาก Kyoto Station
ไป Inari Station ออกจากสถานีปุ๊ป เลี้ยวซ้าย ไปชิมข้าวหน้าปลาไหลชื่อดังของที่นี่กันค่ะ
ไปเดินเที่ยวศาลเจ้ากันดีกว่า เดินผ่านโทริอิสีแดงปุ๊ปถือว่าเราเดินเข้าเขตของศาลเจ้าแล้วค่ะ โทริอิใหญ่มาก สีแดงสดใสเชียวค่ะ
ถนนสายช้อปปิ้งของศาลเจ้าจิ้งจอกนี้น่าช้อปมาก ๆ ค่ะ มีของน่ารัก ๆ เต็มเลย ซุ้มอาหารก็น่าทานทั้งนั้น
นั่งรถไฟไปเที่ยวต่อที่วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple)
ปิดท้ายด้วยวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera Temple)
มุ่งตรงไปโซน Harry Potter กันเลย
ออกมาเล่นเครื่องเล่นตัวอื่น ๆ บ้าง
เดินเล่น ถ่ายรูป ชิลล์ ๆ บ้าง
23 พ.ย. 58 วันนี้เรา Check Out ฝากกระเป๋าไว้ แล้วเที่ยวโอซาก้าด้วยบัตร Osaka Amazing Pass กันค่ะ
ไปหาอะไรกินที่ KUROMON MARKET กันดีกว่า
อิ่มล่ะ เที่ยวได้ ไปปราสาทโอซาก้ากันค่ะ
เที่ยวกันต่อที่ Osaka Museum of Housing and Living และเดินเล่น Shopping กันที่ Tenjinbashisuji Shopping Street
มานั่งชิงช้าสวรรค์เทมโปซาน ชมอ่าวโอซาก้า
จบวันด้วยการกลับมาเดินเล่นย่านนัมบะ
กลับที่พักไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ เดินทางไปสนามบิน ขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ
เหลือไว้แต่ความสนุก ความสุข ความประทับใจ ที่ต้องมีทริปต่อไปแน่นอนค่ะ