คนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคนย่อมเป็นห่วงลูกเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วแต่ ผมมีแม่คนนึงที่คอยเป็นห่วงเป็นเป็นใยผมอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องส่วนตัว ผมเป็นเด็กคนนึงทั่วๆไปที่เกิดมาในครอบครัวที่มีพ่อแม่อยู่ด้วยกัน แต่แล้วเมื่อผมอายุ10ปี พ่อกับแม่ของผมก็หญ่ากัน และผมก็เลือกที่จะอยู่กับแม่ ผมอยู่กับแม่มา1ปีกว่า แม่ก็เริ่มที่จะพาคนๆนึงเข้ามาในบ้านและค่อนข้างที่จะใส่ใจผมน้อยลง ซึ่งผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะคิดว่ามันก็เป็นเรื่องของแม่ จนมีอยู่ช่วงปิดเทอมตอนที่ผมอยู่ มอต้นผมก็ย้ายบ้านและมีห้องส่วนตัวและผมก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเพราะไม่ค่อยที่จะมีเพื่อนเนื่องจาก แม่โทรไปปรึกษาคุณครูเรื่องของผมและบอกเรื่องของครอบครัวเราให้ครูฟังแล้วคุณครูก็เอาเรื่องที่พ่อแม่ของผมหญ่ากันมาพูดในห้องเพื่อให้เพื่อนๆมีเรื่องสนุกๆคุย จนผมกลายเป็นคนที่ถูกล้อและโดนกลั่นแกล้งอยู่เสมอๆ
และผมก็ตัดขาดจากสังคมเพื่อนแล้วก็ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาตลอด เมื่อปิดเทอมผมจึงไม่ค่อยได้ออกไปไหนและก็นั่งเล่นอยู่แต่ในห้องแต่ส่วนมากจะชอบดูหนังหนังกับดูYouTube และเล่นดนตรีเป็นส่วนใหญ่ แล้วอยู่มาวันนึงแม่ของผมก็มาบอกว่าจะไม่ให้เล่นคอมซึ่งเหตุผลก็คือผมใช้เวลาอยู่แต่กับคอมพิวเตอร์ ผมถูกแย่งทุกอย่างไปไม่ว่าจะเป็นพ่อ หรือสังคมเพื่อน หรือแม้กระทั่งสิ่งเดียวที่ผมมี คอมพิวเตอร์ แล้ววันๆผมก็ได้แต่นั่งอยู่ในห้องคนเดียวแล้วก็หายใจทิ้งไปวันๆ เพราะในห้องของผมนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย ไม่ว่าจะเป็น TV หนังสือ คอมพิวเตอร์ ซึ่งผมว่ามันไม่ต่างจากอยู่ในคุกเท่าไหร่ จนผมทนอยู่ในสภาพแบบนี้ไม่ไหวเลยหนีไปอยู่บ้านของญาติ ซึ่งได้ช่วยงานที่นั่นก็ยังดีกว่า ซึ่งบ้านของผมทำธุรกิจส่วนตัวจึงพนักงานไว้เฝ้าร้านอยู่แล้วถ้าจะให้ไปช่วยก็คงเป็นการเกะกะซ้ะเปล่าๆ ส่วนบ้านญาติของผมถึงจะเป็นธุรกิจแบบเดียวกันแต่ก็มีลูกค้าเข้ามาซื้อของชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่บ่อยๆ ผมจึงได้ขยับอยู่บ้าง แต่ก็มีความสุขมากกว่าอยู่ที่บ้าน ผมอยู่ที่บ้านญาติมาจนถึงเวลาที่จะเปิดเทอมแม่ผมก็มารับผมกับ และตอนนั้นคุณยายก็ถามถึงเหตุผลของผมที่หนีมาที่นี่ แม่ก็บอกว่าวันๆผมเอาแต่เล่นเกมไม่สนใจทำอะไรเลย แล้วผมก็เลยถามทำไมแม่ถึงพูดแบบนี้ แม่ก็บอกว่า"ก็มันเป็นความจริงเพราะแม่แอบติดกล้องวงจรปิดไว้ที่ห้องของผม3ตัว และห้องในห้องของผมอีก1ตัว" ทมได้แต่อึ้งในความเป็นห่วงของแม่ และก็ใช้ชีวิตแบบนั้นมาตลอด3ปี จนวันนึงผมต้อไปเข้าโรงเรียนอื่นเพื่อที่จะเรียนต่อมอปลาย และเพื่อนก็ได้ชวนผมไปโรงเรียนกวดวิชาที่ต่างจังหวัดของผม ผมจึงไปขอแม่ว่าอยากจะไปอยู่หรอเพราะจะได้ลงใช้ชีวิตด้วยตัวเองคนเดียวดู แต่แม่กลับไม่เห็นด้วยและผมก็ได้บอกว่า "ถ้าสอบไม่ติดก็ไปเสียตังค์เอาละกัน" ผมพูดแบบนั้นไปด้วยความโมโห และผมควรจะทำยังไงต่อไปดีครับ ถ้าผมต้องอยู่แบบนี้ต่อไปผมคงดูแลตัวเองตอนโตไปไม่ได้แน่ๆ แต่ถึงจะบอกว่าอยากไปติวแต่ผมก็อ่านหนังสือด้วยตัวเองอยู่บ้างนะครับ เพราะงั้นไม่ต้องมาแขวะเรื่องนี้ ที่ผมอยากจะไปทำแบบนั้นก็เพราะว่าจะจะลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีแม่ดูก็เท่านั้นไม่ได้อยากไปหลงแสงสีอะไรอยู่แล้วเพราะส่วนตัวไม่ค่อยเข้าสังคมอยู่แล้ว ส่วนเพื่อนของผมก็มีแต่คนดีดีที่มีปัญหาทางใจคล้ายๆกับผมและถูกดีดออกจากสังคมเพราะเรื่อง หน้าตาบ้าง บ้านรวยจนเกินไปบ้าง เลยมาได้เจอกันครับ
ความเป็นห่วงหรือโรคจิต
และผมก็ตัดขาดจากสังคมเพื่อนแล้วก็ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาตลอด เมื่อปิดเทอมผมจึงไม่ค่อยได้ออกไปไหนและก็นั่งเล่นอยู่แต่ในห้องแต่ส่วนมากจะชอบดูหนังหนังกับดูYouTube และเล่นดนตรีเป็นส่วนใหญ่ แล้วอยู่มาวันนึงแม่ของผมก็มาบอกว่าจะไม่ให้เล่นคอมซึ่งเหตุผลก็คือผมใช้เวลาอยู่แต่กับคอมพิวเตอร์ ผมถูกแย่งทุกอย่างไปไม่ว่าจะเป็นพ่อ หรือสังคมเพื่อน หรือแม้กระทั่งสิ่งเดียวที่ผมมี คอมพิวเตอร์ แล้ววันๆผมก็ได้แต่นั่งอยู่ในห้องคนเดียวแล้วก็หายใจทิ้งไปวันๆ เพราะในห้องของผมนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย ไม่ว่าจะเป็น TV หนังสือ คอมพิวเตอร์ ซึ่งผมว่ามันไม่ต่างจากอยู่ในคุกเท่าไหร่ จนผมทนอยู่ในสภาพแบบนี้ไม่ไหวเลยหนีไปอยู่บ้านของญาติ ซึ่งได้ช่วยงานที่นั่นก็ยังดีกว่า ซึ่งบ้านของผมทำธุรกิจส่วนตัวจึงพนักงานไว้เฝ้าร้านอยู่แล้วถ้าจะให้ไปช่วยก็คงเป็นการเกะกะซ้ะเปล่าๆ ส่วนบ้านญาติของผมถึงจะเป็นธุรกิจแบบเดียวกันแต่ก็มีลูกค้าเข้ามาซื้อของชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่บ่อยๆ ผมจึงได้ขยับอยู่บ้าง แต่ก็มีความสุขมากกว่าอยู่ที่บ้าน ผมอยู่ที่บ้านญาติมาจนถึงเวลาที่จะเปิดเทอมแม่ผมก็มารับผมกับ และตอนนั้นคุณยายก็ถามถึงเหตุผลของผมที่หนีมาที่นี่ แม่ก็บอกว่าวันๆผมเอาแต่เล่นเกมไม่สนใจทำอะไรเลย แล้วผมก็เลยถามทำไมแม่ถึงพูดแบบนี้ แม่ก็บอกว่า"ก็มันเป็นความจริงเพราะแม่แอบติดกล้องวงจรปิดไว้ที่ห้องของผม3ตัว และห้องในห้องของผมอีก1ตัว" ทมได้แต่อึ้งในความเป็นห่วงของแม่ และก็ใช้ชีวิตแบบนั้นมาตลอด3ปี จนวันนึงผมต้อไปเข้าโรงเรียนอื่นเพื่อที่จะเรียนต่อมอปลาย และเพื่อนก็ได้ชวนผมไปโรงเรียนกวดวิชาที่ต่างจังหวัดของผม ผมจึงไปขอแม่ว่าอยากจะไปอยู่หรอเพราะจะได้ลงใช้ชีวิตด้วยตัวเองคนเดียวดู แต่แม่กลับไม่เห็นด้วยและผมก็ได้บอกว่า "ถ้าสอบไม่ติดก็ไปเสียตังค์เอาละกัน" ผมพูดแบบนั้นไปด้วยความโมโห และผมควรจะทำยังไงต่อไปดีครับ ถ้าผมต้องอยู่แบบนี้ต่อไปผมคงดูแลตัวเองตอนโตไปไม่ได้แน่ๆ แต่ถึงจะบอกว่าอยากไปติวแต่ผมก็อ่านหนังสือด้วยตัวเองอยู่บ้างนะครับ เพราะงั้นไม่ต้องมาแขวะเรื่องนี้ ที่ผมอยากจะไปทำแบบนั้นก็เพราะว่าจะจะลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีแม่ดูก็เท่านั้นไม่ได้อยากไปหลงแสงสีอะไรอยู่แล้วเพราะส่วนตัวไม่ค่อยเข้าสังคมอยู่แล้ว ส่วนเพื่อนของผมก็มีแต่คนดีดีที่มีปัญหาทางใจคล้ายๆกับผมและถูกดีดออกจากสังคมเพราะเรื่อง หน้าตาบ้าง บ้านรวยจนเกินไปบ้าง เลยมาได้เจอกันครับ