ชีวิตที่แสนแตกต่าง ของพนักงานเงินเดือน กับ ลูกเจ้าของกิจการ

ชีวิตที่แสนแตกต่าง ของพนักงานเงินเดือน กับ ลูกเจ้าของกิจการ

เชื่อได้ว่า ทุกคนคงจะรู้สึกเหนื่อยและเป็นทุกข์กับการใช้ชีวิตให้ผ่านไปในแต่ละวัน ซึ่งก็มักจะพบเจอเรื่องราวต่างๆ ที่ทำให้ไม่สบายใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ตอนเกิดมาแรกๆ ก็ต้องอดๆอยากๆ เรียนหนังสือก็ตามมีตามเกิด ไม่มีเงินมากมาย ที่จะไปติว เนื่องจากฐานะทางบ้านไม่ดี ก็ทำให้ไม่สามารถจะเข้ามหาลัยดีๆได้ หรือ ถ้าเข้าไปได้ ก็ไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอมเขาอีก จึงต้องตัดใจไปเรียน ที่อื่น หรือ ไม่ก็ต้องออกหางาน ใช้แรงกายแรงค่าเทอมมา เพื่อให้ตัวเองเรียนสูงที่สุด

ซึ่งคนที่มีต้นทุนจำกัด หรือ เกิดมาครอบครัวที่ไม่ดี วันๆเจอแต่พ่อแม่ทะเลาะกัน ไม่ก็บ้างแตกสาแหรกขาด พ่อแม่แยกทาง มันทำให้ต้องเติบโตขึ้นมาอย่าง ภาวะจิตใจไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไหร่นัก กำลังใจในการใช้ชีวิตไม่ค่อยจะมี ยิ่งเวลาพูดคุยอะไรกับคนทั่วไป ก็มักจะพูดหาว่า พูดแต่แง่ร้าย อคติบ้างหล่ะ ทั้งที่ก็แค่จะบอกสิ่งที่เจออยู่เท่านั้น บางคนที่ไม่เคยเจออะไรกระทบหนักๆ ก็จะย้อนกลับมาว่า ไม่ชอบเลย ที่พูดแบบนี้ แต่ก่อนหน้าปากก็พูดว่า เป็นคนใจกว้าง เปิดรับทุกอย่าง แท้ๆ เพียงแต่เขาพูดถึงชีวิตที่เจอมาเท่านั้น ไม่ได้ยัดเยียดให้เชื่อ แต่มันทำให้อีกคนรู้สึกขัดใจ ก็เลยทำให้คุยกันด้วยไม่ได้ หรือ ไม่ก็ถ้าเงียบไม่พูดก็หาว่าหยิ่งผยองอีก

จริงอยู่ว่า ความคิด ทัศนคติดี การมอง คิดถึงสิ่งดีๆ อยู่อย่างมีความหวัง เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนในการใช้ชีวิตให้ผ่านแต่ละวัน แต่ยังไงก็ต้องตั้งอยู่บนความเห็นจริงด้วย เพราะการเอาแต่โลกสวย หรือ เอาแต่จมดิ่งอยู่กับปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ มันก็ยากมากที่จะมีกำลังใจ ต่อสู้ชีวิตต่อไป ซึ่งสังคมยุคทุนนิยม ก็มักจะตราหน้าา คนที่ยังไม่มีรถ คอนโด ไอโฟน ซัมซุงกาแล็คซี่ เป็นพวกไร้ค่า ไม่เอาไหน ทั้งที่จริงๆ เขาก็พยายามอยู่ แล้วอีกอย่าง พวกที่ว่าคนเหล่านี้ เขาไม่มีวันเข้าใจหรอก เพราะเขาไม่เคยเจอสภาพแบบ กินข้าวซ้ำๆ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ รองเท้าขาดๆ ไม่มีเงินซื้อหนังสือ หรือ เดินทางไปไหนไกลๆ แต่เขากลับมีชีวิตที่สุขสบาย ก็บ้านมีบริษัท มีกิจการ จะทำตอนไหนก็ได้ ยังไงก็มีคนสอนงานให้อยู่แล้ว จะไปยากอะไรหล่ะ

แล้วการเป็นพนักงานกินเงินเดือน หรือ รายวันทำแรงค่าเเรง เพือเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มันก็คงจะใช้ไม่ได้เสมอไป นั่นก็เพราะองค์กร มักจะไม่ค่อยสอนอะไรให้มากมาย เพราะเกรงว่า หากรู้เยอะ ข้อมูลจะรั่วไหล หรือ ไม่ก็เกร่งว่า จะไปเปิดกิจการแข่ง ซึ่งหลายคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ก็ต้องไปแต่เช้ามืด ให้ทันตอกบัตร เลิกก็ดึกดื่อ ซึ่งคนส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้มีทักษะ ความรู้อะไรมากมายหรอก กว่าจะได้เงินเดือน เพิ่มขึ้นก็ต้องใช้เวลานานมากๆ เผลอๆไม่ขึ้นด้วยซ้ำ ยังไงก็ต้องหมั่นพัฒนา ศึกษาหาความรู้เสมอ เผื่อสักวันจะเห็นโอกาส ที่เหมาสมะกับเราจริงๆ

ยังไงอย่าลืมนะว่า การจะมีชีวิตดีขึ้น หรือ รวยได้ ก็ต้องทำธุรกิจเท่านั้น แล้วการทำธุรกิจก็ไม่ได้ทำง่ายๆ สำคัญจะต้องรู้กระบวนการต่างๆ จะไปรับของจากไหน ส่งใคร
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่