คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 16
ประชาธิปไตยไทยล้มลุกคลุกคลานมาตลอดยาวนาน สาเหตุสำคัญเกิดจากนักการเมืองคอร์รัปชัน
ทำให้ชนชั้นกลางไม่ยอมรับต่อต้านกันมาโดยตลอด และก่อนหน้านี้ทหารก็ใช้เป็นเหตุผลในการปฎิวัติ
เสมอ จนเกิดกระแสกดดันให้เกิดการแก้ใข รธน เกิด รธน ปี 40 คุณทักษิณเข้ามาก็เกิดซ้ำรอย
เดิมคือ ข้อรังเกียจกรณีขัดกันแห่งผลประโยชน์ คุณทักษิณก็อ้างถูกอำมาตย์กลั่นแกล้ง
เสื้อแดงก็ว่าต้องการกดขี่คนรากหญ้า ของชนชั้นสูงเพื่อรักษาผลประโยชน์ชนชั้นตัวเอง ไม่
อยากช่วยเหลือคนจน โดยไม่ได้ดูความเป็นจริงเลยว่า ก่อนหน้าสมัยคุณทักษิณ ไม่เคยมีข่าวอะไรเกี่ยว
ข้องกับอำมาตย์แม้แต่น้อย ก็เกิดการล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน สาเหตุเพราะคอร์รัปชัน มีการลงทุนซื้อ
เสียงไปมาก โกงการเลือกตั้ง ก็จำเป็นต้องขอคืนพร้อมกำไรเป็นธรรมดา จะมีใครซักกี่คนที่เสียสละเงิน
มากมายเพื่อมาช่วยชาติ บริหารบ้านเมือง ผมขอภาวนาให้มีจริงนะครับ ในอนาคตอันใกล้ บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร
ผมก็ยังเห็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญทางการเมืองเหมือนในอดีตที่ผ่านมา อยู่ 3 กลุมเช่นเดิม คือ ทหาร นักการเมือง ชนชั้นกลาง
การป้องกันการโกงเลือกตั้ง ซื้อเสียง จึงเป็นการลดต้นตอของปัญหากระตุ้นให้จำเป็นต้องถอนทุนที่เกิดขึ้นมาตลอดในอดีต
ได้ในระดับหนี่ง
ส่วนคนเลื้อแดงธรรมดา ตลอดจนคนรากหญ้า เข้าใจว่าอำมาตย์รักษาผลประโยชน์ชนชั้นสูง ไม่สนใจคนรากหญ้า
ส่วนทักษิณเอาผลประโยชน์คนชั้นสูงมาให้คนรากหญ้า เป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก ไม่เข้าใจสังคมไทย
ค่อนข้างสนใจแต่มิติทางการเมืองอย่างเดียว ไม่ให้ความสนใจทางด้านเศรษฐกิจเท่าที่ควร ไม่เข้าใจว่าสังคมนักลงทุน
เค้ามีอุปสรรคอะไร ความจริงที่ควรรู้ก็คือ สังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ เป็นกันมาแต่อดีต และเป็นมากที่สุด
ในยุคคุณทักษิณ อย่างที่คุณวิกรม กรมดิษฐ์ บอกแหละครับ ว่าข้อเสียที่สำคัญของคุณทักษิณ คือ เต็มไปด้วย
พวกพ้องญาติมิตร แกชอบมาเป็นโขลง ทีชอบพีงพาการอุปถัมภ์มาก
สังคมไทยที่ชอบระบบอุปถ้มภ์มาก ในหมู่ชนชั้นล่าง และชนชั้นสูง นายทุนต่างๆ หรือแม้แต่ชนชั้น กลางระดับบน ที่ผมเห็นก็มีแต่ชนชั้นกลางธรรมดาที่ไม่คิดพี่งพาใคร หวังใช้ความสามารถของตัวเอง มีความคิดทางการเมืองที่เป็นอุดมคติ ต้องการนักการเมืองใน
อุดมคติมากที่สุด ผมมีความหวังกับชนชั้นกลางธรรมดามากที่สุด ผมไม่ได้ว่าชนชั้นล่างไม่ดีนะครับ เค้าเป็น
กลุ่มคนที่มีน้ำใจมากที่สุดด้วยซ้ำ แต่ไนทางการเมืองแล้วผมไม่เห็นด้วยกับทัศนคติเท่านั้นเอง เพราะระบบอุปถัมภ์เป็น
ที่มาของการทุจริต คอร์รัปชัน ต่างๆ กรีดกันการแข่งขันทางธุรกิจอย่างยุติธรรม ใครเก่งที่สุดชนะ ที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ
อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วธุรกิจไหนจะสนใจR&D สร้างนวัตกรรมละครับ ในเมือ่ชัยชนะซื้อได้ด้วยเงิน ปิดโอกาสคนอื่นเข้ามาแข่งชันได้
หลายปีก่อนเคยได้ยินคุณสมคิดพูดว่า บริษัทไทยมีน้อยรายที่จะ โก อินเตอร์ได้จริง เพราะเราเคยชินกับระบบอุปถัมภ์ ถูกอุ้มกันมา
แม้แต่เพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ มาเลย์เซีย เราก็ไปสู้กับเค้ายาก เพราะเขาเติบโตมาจากฝีมือล้วนๆ นี่ละครับ ไม่ใช่การคอร์รัปชัน ทำให้เกิดแค่
สิ้นเปลืองงบประมาณรัฐเท่านั้น แล้วให้มาหยวนๆกัน โกงแต่เก่ง ไม่เป็นไร มองกันอย่างคับแคบ ทั้งๆที่ความจริงประเทศที่เจริญแล้วแสดงให้เห็นว่า ล้วนมีการคอร์รัปชันต่ำ ทำให้ระบบการค้าเสรีในประเทศนั้น เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพที่สุด โดยยังไม่ได้พูดถีงความเสื่อมทรามทางสังคม คุณธรรม จริยธรรม
ทำให้ชนชั้นกลางไม่ยอมรับต่อต้านกันมาโดยตลอด และก่อนหน้านี้ทหารก็ใช้เป็นเหตุผลในการปฎิวัติ
เสมอ จนเกิดกระแสกดดันให้เกิดการแก้ใข รธน เกิด รธน ปี 40 คุณทักษิณเข้ามาก็เกิดซ้ำรอย
เดิมคือ ข้อรังเกียจกรณีขัดกันแห่งผลประโยชน์ คุณทักษิณก็อ้างถูกอำมาตย์กลั่นแกล้ง
เสื้อแดงก็ว่าต้องการกดขี่คนรากหญ้า ของชนชั้นสูงเพื่อรักษาผลประโยชน์ชนชั้นตัวเอง ไม่
อยากช่วยเหลือคนจน โดยไม่ได้ดูความเป็นจริงเลยว่า ก่อนหน้าสมัยคุณทักษิณ ไม่เคยมีข่าวอะไรเกี่ยว
ข้องกับอำมาตย์แม้แต่น้อย ก็เกิดการล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน สาเหตุเพราะคอร์รัปชัน มีการลงทุนซื้อ
เสียงไปมาก โกงการเลือกตั้ง ก็จำเป็นต้องขอคืนพร้อมกำไรเป็นธรรมดา จะมีใครซักกี่คนที่เสียสละเงิน
มากมายเพื่อมาช่วยชาติ บริหารบ้านเมือง ผมขอภาวนาให้มีจริงนะครับ ในอนาคตอันใกล้ บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร
ผมก็ยังเห็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญทางการเมืองเหมือนในอดีตที่ผ่านมา อยู่ 3 กลุมเช่นเดิม คือ ทหาร นักการเมือง ชนชั้นกลาง
การป้องกันการโกงเลือกตั้ง ซื้อเสียง จึงเป็นการลดต้นตอของปัญหากระตุ้นให้จำเป็นต้องถอนทุนที่เกิดขึ้นมาตลอดในอดีต
ได้ในระดับหนี่ง
ส่วนคนเลื้อแดงธรรมดา ตลอดจนคนรากหญ้า เข้าใจว่าอำมาตย์รักษาผลประโยชน์ชนชั้นสูง ไม่สนใจคนรากหญ้า
ส่วนทักษิณเอาผลประโยชน์คนชั้นสูงมาให้คนรากหญ้า เป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก ไม่เข้าใจสังคมไทย
ค่อนข้างสนใจแต่มิติทางการเมืองอย่างเดียว ไม่ให้ความสนใจทางด้านเศรษฐกิจเท่าที่ควร ไม่เข้าใจว่าสังคมนักลงทุน
เค้ามีอุปสรรคอะไร ความจริงที่ควรรู้ก็คือ สังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ เป็นกันมาแต่อดีต และเป็นมากที่สุด
ในยุคคุณทักษิณ อย่างที่คุณวิกรม กรมดิษฐ์ บอกแหละครับ ว่าข้อเสียที่สำคัญของคุณทักษิณ คือ เต็มไปด้วย
พวกพ้องญาติมิตร แกชอบมาเป็นโขลง ทีชอบพีงพาการอุปถัมภ์มาก
สังคมไทยที่ชอบระบบอุปถ้มภ์มาก ในหมู่ชนชั้นล่าง และชนชั้นสูง นายทุนต่างๆ หรือแม้แต่ชนชั้น กลางระดับบน ที่ผมเห็นก็มีแต่ชนชั้นกลางธรรมดาที่ไม่คิดพี่งพาใคร หวังใช้ความสามารถของตัวเอง มีความคิดทางการเมืองที่เป็นอุดมคติ ต้องการนักการเมืองใน
อุดมคติมากที่สุด ผมมีความหวังกับชนชั้นกลางธรรมดามากที่สุด ผมไม่ได้ว่าชนชั้นล่างไม่ดีนะครับ เค้าเป็น
กลุ่มคนที่มีน้ำใจมากที่สุดด้วยซ้ำ แต่ไนทางการเมืองแล้วผมไม่เห็นด้วยกับทัศนคติเท่านั้นเอง เพราะระบบอุปถัมภ์เป็น
ที่มาของการทุจริต คอร์รัปชัน ต่างๆ กรีดกันการแข่งขันทางธุรกิจอย่างยุติธรรม ใครเก่งที่สุดชนะ ที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ
อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วธุรกิจไหนจะสนใจR&D สร้างนวัตกรรมละครับ ในเมือ่ชัยชนะซื้อได้ด้วยเงิน ปิดโอกาสคนอื่นเข้ามาแข่งชันได้
หลายปีก่อนเคยได้ยินคุณสมคิดพูดว่า บริษัทไทยมีน้อยรายที่จะ โก อินเตอร์ได้จริง เพราะเราเคยชินกับระบบอุปถัมภ์ ถูกอุ้มกันมา
แม้แต่เพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ มาเลย์เซีย เราก็ไปสู้กับเค้ายาก เพราะเขาเติบโตมาจากฝีมือล้วนๆ นี่ละครับ ไม่ใช่การคอร์รัปชัน ทำให้เกิดแค่
สิ้นเปลืองงบประมาณรัฐเท่านั้น แล้วให้มาหยวนๆกัน โกงแต่เก่ง ไม่เป็นไร มองกันอย่างคับแคบ ทั้งๆที่ความจริงประเทศที่เจริญแล้วแสดงให้เห็นว่า ล้วนมีการคอร์รัปชันต่ำ ทำให้ระบบการค้าเสรีในประเทศนั้น เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพที่สุด โดยยังไม่ได้พูดถีงความเสื่อมทรามทางสังคม คุณธรรม จริยธรรม
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
เข้ามาสนับสนุนมุมกาแฟ NONแดง ที่รวมกลุ่มตั้งมุมเล็กๆนี้ขึ้นมาและแสดงเจตนาเปิดเผย จริงใจ จากชื่อที่ตั้งขึ้นนี้
เราไม่ได้เป็นสมาชิกของมุมนี้แต่เห็นการแสดงออกมีสาระในเรื่องของการเมืองที่นำมาตั้งกระทู้ให้อ่านบ่อยๆก็ขอชื่นชมที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ไม่เปลี่นนแปลงนี้ ถึงจะเป็นส่วนน้อยของห้องแต่เป็นส่วนที่แข็งแกร่งและมีพลังพอที่จะอยู่ยืนหยัดในห้องนี้ได้
เราเข้าห้องนี้ไม่เป็นเวลานึกอยากเข้ามาตอนไหนก็มา บางครั้งมาทั้งวัน บางครั้งหายไปหลายๆวันพอเห็นกระทู้มุม NONแดงยังอยู่ก็รู้สึกดีใจ และอยากให้คงอยู่ตลอดไปไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร
ขอให้กำลังใจคนโพสกระทู้ที่ต้องทำหน้าที่นี้โดยไม่ย่อท้อ
ปล. เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนี้อย่างยิ่งและบทลงโทษที่แรงพอจะยับยั้งการทุจริตในการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่ตัวแทนของประชาชนได้
เราไม่ได้เป็นสมาชิกของมุมนี้แต่เห็นการแสดงออกมีสาระในเรื่องของการเมืองที่นำมาตั้งกระทู้ให้อ่านบ่อยๆก็ขอชื่นชมที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ไม่เปลี่นนแปลงนี้ ถึงจะเป็นส่วนน้อยของห้องแต่เป็นส่วนที่แข็งแกร่งและมีพลังพอที่จะอยู่ยืนหยัดในห้องนี้ได้
เราเข้าห้องนี้ไม่เป็นเวลานึกอยากเข้ามาตอนไหนก็มา บางครั้งมาทั้งวัน บางครั้งหายไปหลายๆวันพอเห็นกระทู้มุม NONแดงยังอยู่ก็รู้สึกดีใจ และอยากให้คงอยู่ตลอดไปไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร
ขอให้กำลังใจคนโพสกระทู้ที่ต้องทำหน้าที่นี้โดยไม่ย่อท้อ
ปล. เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนี้อย่างยิ่งและบทลงโทษที่แรงพอจะยับยั้งการทุจริตในการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่ตัวแทนของประชาชนได้
ความคิดเห็นที่ 11
แวะมาเยี่ยมเยียนคุณอำ และสมาชิก nonแดง ทุกท่านครับ
บางครั้งผมอาจห่างหายไปนาน ไม่สะดวกติดต่ออย่างสม่ำเสมอได้ แต่ก็
อยากเป็นกำลังใจให้ครับ เมื้อกี้เช็คประวัติการโพสต์ของผมครั้งสุดท้ายที่แสดง
ความเห็นในกระทูnonแดง เพื่อเช็คว่ามีใครตอบกลับหรือเปล่า เพราะบ่อย
ครั้งผมโพสต์เสร็จก็ออกจากกระทู้ไปเลย เพื่อไปทำธุระอย่างอื่น และไม่ได้กลับ
เข้ามาดูกระทู้ใหม่ ว้นนี้จึงทราบภายหลังว่าคุณเขียวใสแสง เชิญร่วมงานครบ
รอบ4ปี non แดง รู้สึกขอบคุณและซาบซี้งในมิตรภาพของคุณเขียวใสแสง และ
ชาวnonแดงครับ และต้องขอโทษล่วงหน้าไว้ก่อน ผมอาจไม่มีเวลาติดตาม หรือเข้ามาเล่น
ห้องนี้บ่อยๆ บางทีคงจะพลาดงานนี้มากกว่า แต่ก็จะหาโอกาสมาเยี่ยม ขออภัยอีกครั้งครับ
บางครั้งผมอาจห่างหายไปนาน ไม่สะดวกติดต่ออย่างสม่ำเสมอได้ แต่ก็
อยากเป็นกำลังใจให้ครับ เมื้อกี้เช็คประวัติการโพสต์ของผมครั้งสุดท้ายที่แสดง
ความเห็นในกระทูnonแดง เพื่อเช็คว่ามีใครตอบกลับหรือเปล่า เพราะบ่อย
ครั้งผมโพสต์เสร็จก็ออกจากกระทู้ไปเลย เพื่อไปทำธุระอย่างอื่น และไม่ได้กลับ
เข้ามาดูกระทู้ใหม่ ว้นนี้จึงทราบภายหลังว่าคุณเขียวใสแสง เชิญร่วมงานครบ
รอบ4ปี non แดง รู้สึกขอบคุณและซาบซี้งในมิตรภาพของคุณเขียวใสแสง และ
ชาวnonแดงครับ และต้องขอโทษล่วงหน้าไว้ก่อน ผมอาจไม่มีเวลาติดตาม หรือเข้ามาเล่น
ห้องนี้บ่อยๆ บางทีคงจะพลาดงานนี้มากกว่า แต่ก็จะหาโอกาสมาเยี่ยม ขออภัยอีกครั้งครับ
แสดงความคิดเห็น
@@@มุมกาแฟNONแดง(มุมนี้ไม่มีใครเป็นเสื้อแดง)วันจันทร์ที่ 4/04/2559 : ยาแรง ทุจริตเลือกตั้ง ‘คุก10ปี’ชดใช้20ล้านบ.@@@
เมื่อวันอาทิตย์ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุม สปท.วันที่ 4 เม.ย. จะมีการพิจารณารายงานของ สปท.การเมือง เรื่อง "การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม" ตามที่คณะอนุ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองพิจารณาเสร็จแล้ว เพื่อรายงานให้ที่ประชุม สปท.รับทราบ
นายเสรีกล่าวว่า รายงานฉบับดังกล่าวเป็นการหาแนวทางทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งต้องประสานความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน พรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และส่วนราชการในการแก้ปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง โดยมีข้อเสนอการปฏิรูปที่สำคัญ เช่น การปฏิรูปการป้องกันและการทุจริตเลือกตั้ง โดยกรณีประชาชนมีหลักฐานการทุจริตเลือกตั้งหรือซื้อสิทธิขายเสียงแล้ว แจ้งให้ กกต.ทราบ หากพบว่าทำผิดจริงและคดีถึงที่สุดแล้ว ให้ผู้แจ้งเบาะแสได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ตามที่ กกต.กำหนด โดย สปท.การเมืองเสนอไปว่า ควรได้รับค่าตอบแทนจากการชี้เบาะแสไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท เพื่อสร้างแรงจูงใจภาคประชาชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ป้องกันทุจริตเลือกตั้ง
นายเสรียังกล่าวว่า สปท.การเมืองยังเสนอมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงทางอ้อมและระบบอุปถัมภ์การเลือกตั้ง โดยห้ามนักการเมืองบริจาคเงินช่วยตามประเพณีต่างๆ เช่น งานศพ งานแต่งงาน งานบวช ภายในเขตเลือกตั้งของตัวเอง ไม่ว่าเป็นก่อนหรือระหว่างเลือกตั้ง และขณะดำรงตำแหน่งการเมือง แต่ไม่ห้ามในเรื่องการไปงานตามประเพณีต่างๆ นอกจากนี้ยังกำหนดมาตรการลงโทษแบบฉีดยาแรง เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยให้มีมาตรการลงโทษทั้งแพ่ง อาญา และทางการเมืองที่รุนแรงเด็ดขาดและรวดเร็วแก่ผู้แจกเงินซื้อเสียง และผู้รับเงินซื้อเสียง อาทิ มีบทลงโทษทางการเมืองโดยตัดสิทธิไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต รวมทั้งกำหนดบทลงโทษทางอาญาแก่ผู้ทุจริตเลือกตั้ง ให้มีโทษจำคุก 1-10 ปี ไม่มีการรอการลงโทษ โดยมีอายุความ 20 ปี รวมทั้งให้มีโทษปรับ 20 ล้านบาทควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสียงเลือกตั้ง การสร้างหลักฐานเท็จเพื่อกลั่นแกล้งผู้สมัคร
“ที่ผ่านมามีกฎหมายบัญญัติลงโทษผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เช่น ตัดสิทธิทางการเมือง แต่มาตรการยังไม่มีประสิทธิภาพกระตุ้นให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้เท่าที่ควร จึงควรต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น เช่น กำหนดโทษตัดสิทธิบางประเภทแก่ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยไม่มีเหตุอันควร โดยเฉพาะหากเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องมีบทลงโทษสูงกว่าประชาชน คือต้องรับโทษทางวินัยด้วย ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะช่วยแก้ทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตและเที่ยงธรรมได้ โดยจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส., พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว., พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง และ พ.ร.บ.พรรคการเมือง” นายเสรีกล่าว
สำหรับเนื้อหาของรายงานดังกล่าวนั้น มีทั้งสิ้น 14 หน้า โดยได้มีข้อเสนอปฏิรูปทั้งสิ้น 8 เรื่อง คือ ปฏิรูปการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทางการเมืองและการเลือกตั้ง, ปฏิรูปการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งและการซื้อสิทธิขายเสียง, ปฏิรูปการป้องกันธุรกิจการเมืองและนายทุนพรรคการเมือง, ปฏิรูปการตรวจสอบและพัฒนานักการเมือง, ปฏิรูปการดำเนินที่เกี่ยวข้องกับ กกต., ปฏิรูปการกำหนดมาตรการลงโทษ, ปฏิรูปการดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและจัดตั้งศาลเลือกตั้ง และปฏิรูปการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้
โดยในเรื่องปฏิรูปการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นได้มีข้อเสนอให้มีการขยายเวลาการเลือกตั้งเป็น 08.00-18.00 น. รวมทั้งเสนอให้มีการกฎหมายรองรับการจัดตั้งกลุ่มบุคคลเพื่อดำเนินกิจกรรมและมีหน้าที่สอดส่อง ป้องกันและสนับสนุนงานของ กกต. ที่น่าสนใจยังมีเรื่องของการปฏิรูปมาตรการลงโทษ อาทิ กรณีหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรครู้เห็นการกระทำผิดการเลือกตั้งให้ถือว่ามีความผิดต้องถูกตัดสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต รวมทั้งมีมาตรการลงโทษทางแพ่ง อาญา และทางการเมืองที่รุนแรงเด็ดขาดและรวดเร็ว โดยผู้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งให้มีโทษจำคุก 1-10 ปี โดยไม่มีการรอลงอาญา และให้มีโทษปรับถึง 20 ล้านบาท มีอายุความ 20 ปี ส่วนกรณีการกลั่นแกล้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้เสนอโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีโดยมารอลงอาญา และมีโทษปรับ 20 ล้านบาท
“ข้าราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากไม่ไปใช้สิทธิต้องรับโทษสูงกว่าประชาชนที่จะถูกตัดสิทธิบางประเภทแล้ว คือต้องรับโทษทางวินัยด้วย ส่วนนักธุรกิจการเมืองและนายทุนพรรคการเมืองนั้น ได้กำหนดห้ามสนับสนุนเงินลงทุนแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองทุกกรณี เว้นแต่บริจาคตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งห้ามผู้สมัครนำเงินของบุคคลหรืของนิติบุคคลมาใช้จ่ายในการเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก 10 ปีโดยไม่รอลงอาญา และมีโทษปรับ 20 ล้านบาท โดยหากเป็นนิติบุคคล ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจสอบกระแสการเงินหมุนเวียนในนิติบุคคลนั้นด้วย” ข้อเสนอของอนุ กมธ.ระบุ
สำหรับในเรื่องคดีการเลือกตั้งนั้น ได้มีการเสนอให้มีการจัดตั้งศาลเลือกตั้ง โดยระยะแรกให้มีศาลแผนกคดีเลือกตั้งและวิธีพิจารณาคดีเลือกตั้งอยู่ในศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาของศาลยุติธรรม และพัฒนาเป็นศาลเลือกตั้งต่อไป โดยคดีเลือกตั้งให้ กกต.สามารถยื่นฟ้องต่อศาลเองได้ไม่ว่าคดีแพ่งหรืออาญา และหากมีความผิดจนทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ผู้กระทำความผิดและพรรคการเมืองนั้นต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งนั้น ส่วนระยะเวลาในการวินิจฉัยชี้ขาดคดีเลือกตั้งของทั้ง 3 ศาลนั้น ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน.
http://www.thaipost.net/?q=%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%8A%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87-%E2%80%98%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%8110%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E2%80%99%E0%B8%8A%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%8920%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A