ตื่นเต้น ครั้งแรกกับการตั้งกระทู้และครั้งแรกที่เห็นผี

***ก่อนอื่น เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล*** อ่านเพื่อความบันเทิง

จริงๆแรกที่เคยเห็นมันไม่ค่อยพีค เลยเอาเรื่องครั้งหลังมาเล่ามาควบด้วย ให้เหมือนโรงหนังแถวสะพานควาย
ต้องมีเรื่องควบ จะได้คุ้มๆ อิอิอิ

ก่อนเริ่มเล่า ขอบ่นความน้อยอกน้อยใจก่อนว่า เป็นคนที่เล่าเรื่องผีไม่เคยน่ากลัวเลย
เล่าให้เพื่อนฟังทีไรทุกคนหัวเราะทุกที่ มันคืออารายยยยยย
ครั้งนี้เลยตั้งใจจะเล่าให้ดูหน้ากลัวที่สุด

ภาคโหมโรง (เหมือนคอนเสริต ต้องมีวงเปิด)
ครั้งแรกที่เจอกับคุณเค้า เป็นช่วงสมัย ม.ต้น
สมัยนั้นต้องไปเรียนไกลบ้าน จึงต้องไปพักบ้านญาติ ซึ่งบ้านหลังนี้อยู่ติดกับวิลัยพยาบาล และถัดจากนั้นก้อเป็นโรงพยาบาล
หลังบ้านรั้วจะติดกับส่วนที่เป็นหอพักนักศึกษาพยาบาล ซึ่งฟังดูแล้วก้อเหมือนไม่น่าจะมีไร และบ้านก้อเป็นบ้านสร้างใหม่ ไม่ใช่บ้านมือสอง
ซึ่งก้อได้ไปอยู่สักพัก อยู่มาวันนึง ในตอนเช้าตรู่ ประมาน 6 โมงเช้า เราก้อนอนอยู่ในห้องบนชั้นสามคนเดียว ซึ่งขณะที่นอนหลับสนิทมากๆ บอกเลย เพราะปกติตื่นสายไปเรียนไม่เคยทัน จู่ๆก้อมีคนมาเขย่าตัวเรา จนตื่น พอลืมตาก้อเห็นเป็นผู้หญิงอ้วนๆ ผมยาว ซึ่งแม่บ้านที่บ้านญาติก้อมีลักษณะแบบนี้
เราเลยไม่คิดไรมาก แต่ไม่ได้เห็นหน้า เพราะพอลืมตาก้อเห็นแต่ด้านหลังเค้าเดินไปที่ประตู พอเราลุกจากที่นอน ก้องงนิดนึงว่าประตูล็อค แต่ยังงัวเงีย เลยไม่ได้ชนใจอะไร ก้อไปอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนตามปกติ วันนั้นเลยไม่สาย
หลังเลิกเรียนกลับมาบ้าน พอเจอหน้าแม่บ้านก้อเลยถามเค้าว่า ทำไมเมื่อเช้าได้ไปปลุก เพราะปกติถ้าไม่ได้บอกไว้ เค้าก้อไม่เคยขึ้นมาปลุก
และที่สำคัญเค้าจะแค่เคาะประตู ไม่ได้เปิดเข้ามา เพราะล็อคห้องนอนตลอด
แต่คำตอบที่ได้ คือ แม่บ้านบอกว่าไม่ได้ปลุกนะ ไปตลาดอยู่เลยตอนประมานหกโมง
พอได้ยินยังงั้น เราก้อเพิ่งฉุกคิดได้ว่าเอ้อ เมื่อเช้าตอนเปิดประตูห้องก้อยังล็อคอยู่ และพอมาคิดทบทวน ตอนที่มีคนมาปลุก เค้าเดินออกไป
ก้อไม่ก้อไม่เห็น รึได้ยินเสียงเปิดปิดประตูเลย .... ฮื้ยยยยยยยยย

พอไปเล่าให้พ่อแม่ ญาติเจ้าของบ้านฟัง ผู้ใหญ่เค้าก้อบอกว่าไม่มีหรอก คิดไปเอง บ้านก้อเป็นบ้านสร้างเอง
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ทุกประตูที่บ้านญาติหลังนั้น ก้อมียัญเจิม ที่เป็นเหมือนแป้งขาวๆ ที่พระเจิมเวลาขึ้นบ้านใหม่ รึเจิมรถ
แต่บ้านเป็นบ้านปูน พื้นหินขัดงะ เวลาเดินก้อจะมีเสียงฝีเท้า บางครั้ง ทั้งที่ทุกคนอยู่ชั้นล่างหมด ก้อได้ยินเสียงคนเดินเป็นครั้งคราว

เราก้อแอบขำๆเบา ว่า ไหนว่าไม่เชื่องายวะ แต่ญาติเค้าก้อเชิญพระมาเจิมตอนที่เราไม่อยู่ กลับมาอีกที่ มียัญเจิมเรียบร้อย หึหึหึ

ภาคคั่นโฆษณา
ยังอยู่บ้านหลังเก่า จนเราจบมัถยม
ส่วนตัวเป็นคนไม่กลัวคุณเค้านะ แต่ถามว่าให้ไปป่าช้าตอนกลางคืนกล้าไปไหม บอกเลยไม่กล้า จิงๆกัวความมืด กับบรรยากาศมันชวนให้กัว
คือเอาจริงกัวบรรยากาศมากกว่า ยิ่งเวลาลมเย็นๆ รึรู้สึกเย็นวาบที่หลัง อะไรแบบนี้น่ากัว แต่ถ้าเจอจริง เราค่อนข้างสุขุมกว่าที่คิด ขนาดตัวเองยังงงเลย
ว่าไม่เวลาเจอถึงไม่สติแตกไรแบบนั้น

ตอนนั้นบ่ายสอง แดดเปรี้ยง อากาศร้อนๆแบบ35-36องศาเลย กินข้าวเที่ยงเสร็จไรเรียบร้อย ก้อกะว่าจะไปนอนกลางวัน เลยเดินขึ้นห้องบนชั้นสามซึ่งเป็นชั้นที่ด้านที่หันไป วิลัยพยาบาล เป็นหน้าต่างเรียงตลอดทั้งแนวกำแพง
พอมองออกไปจากหน้าต่าง มันจะอยู่ระดับเดียวกับดาดฟ้าตึกๆหนึ่งพอดี แล้วมันดาดฟ้าก้อจะมีอีกครึ่งชั้นขึ้นไปเล็กๆ เหมือนในหนังงะ
เวลาเดินขึ้นบันได ตัวเอราจะต้องหันออกไปทางหน้าต่างงะ มันก้อเห็นเงาดำๆบนดาดฟ้า มีลักษณะเพมือนคนนั่งขัดสมาธิอยู่ แต่ไม่ใช่เงาของสิ่งของ รึคนแน่ๆ เพราะเงานั้นนั้นอยู่ริมขอบตึกดาดฟ้าเลยไม่ใช่ติดผนัง เราเลยพยามเพิ่งดูว่าคืออะไร ซึ่งระยะห่างจากหน้าต่างไปถึงตึกนั้นประมาน 300 ม. ได้
ซึ่งถ้าจะบอกคน ก้ออาจจะเห็นหน้าไม่ชัด รึไม่รู้ว่าใคร แต่มันก้อต้องเห็นว่าเป็นคน แต่นี้เป็นเงาดำ มองอย่างไงก้อไม่เป็นเป็นหน้า รึว่าใส่เสื้อผ้าอะไรยังงาย เราก้อเลยยิ่งเพิ่ง เงานั้นก้อนิ่งมาก ไม่ขยับเขยือยไรเลย เราจ้องได้สักพัก ประมานนาทีกว่าๆ ก้อไม่เห็นอะไรนอกจากเงาดำ ก้อเลยเอ้อช่างเถอะ
ไปนอนดีกว่าง่วง 5555 พอตื่นมาประมานสี่โมงเย็น ก้อลองมองไปที่ตรงนั้นอีกที ก้อไม่เห็นอะไรเลย เป็นแค่ดาดฟ้าล่วงๆ ธรรมดา

ก้อรู้สึกแปลกใจเหมือนกัน แต่ก้อไม่ได้สนใจ เดินลงไปหาไรกินดีกว่า อิอิอิอิ

เด่วต่อไปจะเข้าของจริงและ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่