ณ ที่เเห่งหนึ่ง

สวัสดีครับผมมีเรื่องราวอยากเล่าให้ฟังกัน มันเป็นเรื่องความรักครับ มันเป็นความรักที่ซับซ้อนน่ะครับ ความรักของผมเกิดขึ้นในรั้วม่วงครับ ก่อนจะเข้าเนื้อเรื่องผมขอเล่าเรื่องส่วนตัวซักนิดน่ะครับ ผมเองเป็นลูกคนกลาง จากภาคกลาง เเละฐานะปานกลาง ไม่เคยคิดในสมองเลยว่าจะต้องมาเรียนไกลถึงเชียงใหม่ ทั้งที่คณะก็ไม่รู้มันจะเข้ากับตัวเองหรือป่าว ( ผมเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์น่ะครับ ) ความจริงชอบสายบริหารเพราะที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัวด้วย ด้วยความที่สอบตรงติด ธุรกิจระหว่างประเทศ ของรั้วเขียว แต่ดันแอดติด วิศวะ ที่รั้วม่วง มันจึงเป็นเรื่องที่ยากที่จะเลือกเเต่สุดท้าย ผมอยู่ที่นี้ครับ ณ รั้วม่วงเเห่งนี้ มาตอนเเรกไม่รู้จักใครเลย ด้วยความที่เรามีบุคคลิกที่นิ่ง+แอ็คๆหน่อย ซึ่งภาษาเหนือเขาเรียกกันว่า แซ้บ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอารมณ์แบบไหน เลยเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ผมอาจจะเข้ากับคนได้น้อยมากในช่วงเริ่มต้น แต่ผมก็มีเพื่อนที่เป็นเจ้าถิ่นอยู่คนนึงครับ เขาเปรียบเสมือนไกด์นำเที่ยว พาเที่ยว พาไปนู่นไปนี่ เเนะนำต่างๆเกี่ยวกับรั้วม่วงเเห่งนี้ และนจุดเริ่มต้นของความรักมันเริ่มตรงนี้ครับ ผมมีโอกาสได้ไปกินข้าวกับเพื่อนคนนี้ที่กาดหน้ามอ ซึ่งเอาจริงๆเเล้วผมเพิ่งมารู้ตลอดหลังว่า กาด ก็คือ ตลาด ภาษาบ้านเรานั้นเอง เราก็ตกลงกันว่าจะกินไรดี มีร้านอาหารเยอะมากเเละคนก็เยอะมากเช่นกัน ผมเลือกที่จะกินสเต็กครับเพราะดูง่ายเเละเร็วดีด้วย เเละร้านนั้นเองทำให้ผมพบกับสาวคนนึง ซึ่งนั้นร้านข้างๆกัน เธอไม่ได้โดดเด่นเป็นประกาย หรือมีออร่ามากมายแต่ผมรู้สึกได้ว่า ใช่ ทั้งๆที่เราเพิ่งเจอกันครั้งเเรก มันอาจจะเหมือนการตกหลุมรักล่ะมั้งครับ ผมก็นั่งกินไปแอบมองไป เพื่อนก็ถามด้วยความเป็นเจ้าถิ่นว่าชอบหรอ ติดต่อให้ได้น่ะพอดีรู้จักคนที่อยู่ในกลุ่มนั้น ตอนนั้นผมคิดว่า ทำไมโลกมันกลมเเบบนี้ว่ะ เเละผมจะรอช้าทำไมล่ะครับ ก็ลุยทันทีผมบอกเพื่อนอยากได้ช่องทางติดต่อไม่ว่าจะเป็นไลน์ หรือ เฟสบุ๊คอะไรก็ตามขอเเค่ได้คุย เพื่อนก็บอกเดี๋ยวจัดให้ ระหว่างที่เรานั้นกินกันนั้นผมเห็นกระดาษทิชชู่ขาวเเละปากกาด้ามนึง ไม่รู้ตอนนั้นคิดอะไรก็เลยหยิบมาวาดรูปเล่น แต่ทำไมทำมามันโอเคดีน่ะ ผมชอบว่ารูปดวงตาครับถึงเเม้หัวผมจะไม่ค่อยศิลป์เท่าไหร่ เเต่ผมชอบน่ะและเธอคนนั้นดันเป็นสาวที่มีตากลมโตอีก โอ้ยยยยยยยยยเข้าทางเลยครับ ผมไม่รอช้าวาดเสร็จเเละเขียนกำกับไปว่า You're beautiful eyes เเละส่งไปให้เพื่อนเพื่อส่งต่อไปให้เธอเเละวันนั้นเราก็ได้คุยกันจริงๆครับ ประมาณเที่ยงคืนกว่าที่เพื่อนส่งเฟสบ็คเธอมาให้ ผมตื่นเต้นเเละบอกไม่ถูกเลย หลังจากวันนั้นเราก็คุยกันอีกผมถามเธอว่า เคยได้กระดาษทิชชู่จากเรามั้ย เธอตอบว่าไม่แต่รู้ว่าผมเขียนเเต่เพื่อนลืมให้ตามนั้นครับ เเล้วผมทำไปเพื่อออ-.- เอาล่ะครับเราเข้าใกล้เนื้อหาหลักของเรื่องนี้เเล้วน่ะครับ เธอคนนี้ค่อนข้างจะไม่เหมือนสาวคนอื่นๆที่ผมคุยมาครับ มีความคิดเป็นของตัวเองสูงมาก ไม่อยากผูกมัด ซึ่งผมเองก็เข้าใจเรื่องเเบบนี้มันต้องใช้เวลาเเละเราก็คุยเรื่อยมา มีเจอกันบ้าน กินข้าวกันบ้าง ต้องบอกเลยช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีกับการมาอยู่ที่ไกลจากครอบครัวเเบบนี้ เธอทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ด้วยกัน หรือนี้ผมจะเจอคนที่ใช่เเล้ว? ด้วยบุคคลิกของผมดูแซ้บเเละเจ้าชู้ จึงไม่แปลกที่เธอจะไม่ไว้ใจผม เธอเป็นคนเดาใจเเละค่อนข้างโตมาก ผมจึงพยายามพิชิตใจเธอด้วยการดูเอาใจใส่ หรือมุขตลกบ้าง ซึ่งมันก็ดีความสัมพันธ์เราเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นก็เเฮปปี้มาก แต่แล้วผ่านได้ซัก 2 เดือนเราเริ่มมีปัญหากัน เเละมันก็รุนเเรงมากพอที่ผมจะต้องเดินออกมาจากชีวิตเธอ ผมรู้ว่าเขาเสียใจ ร้องไห้ ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรจากผมเลย วันนั้นผมรู้เลยว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่ถูกแต่ทำไงได้ ผมทำมันไปเเล้ว.
       ผมจึงต้องอยู่กับความเหงาตั้งเเต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา เราไม่ได้ติดต่อกันเลยเเละไม่เคยเจอกันเลย ช่วงชีวิตตอนนั้นก็ดูเหมือนแฮปปี้ดี ใช้เวลากับเพื่อนเเละการออกกำลังกายซะส่วนใหญ่ จนมีอยู่วันนึงผมถูกเชิญให้เป็นนักเเสดงรับเชิญในงานๆนึง ซึ่งบังเอิญมากๆดันมาเธอซะได้ ในใจคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย เธอไม่ได้มาจริง แต่ผมโกหกตัวเองไม่ได้เพราะนั้นคือเธอจริง ตอนนั้นผมทำตัวไม่ถูกจะทำไงดีว่ะ ผมได้เเต่มองเธอจากด้านหลังและคิดทบทวน จะทักหรือไม่ทักไปดี สุดท้ายพวกคุณคิดว่าไงครับ? ใช่ครับผมทักไป ด้วยความเป็นห่วงเพราะเป็นสาวน้อยตัวเล็กเเละอยู่ท่ามกลางหนุ่มๆเยอะเเยะมากมาย ผมเลยทักให้เธอเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนๆหน่อย ตอนนั้นเธอดูตกใจมากที่ผมทักไปเเละอยากเจอผม เเละโอเคผมก็อยากเจอเธอ จึงเดินเข้าไปหาเเละถามเรื่อยเปื่อย จนสุดท้ายถามว่ากลับยังไง? เธอบอกเธอขับรถซึ่งที่จอด โอ้โห้ โคตรไกลจากที่เเสดงเเละเวลาตอนนั้นประมาณตีหนึ่งกว่าได้ครับ ผมเลยขออาสาพาไปส่งที่รถ ซึ่งตอนนั้นผมมีบุคคลิกที่จะโกรธเธอตลอดเวลาผมไม่รู้จะวางตัวยังไง เพราะครั้งสุดท้ายเราคุยผมโกรธเธออยู่ ผมก็พาเธอไปส่งปกติครับไม่ได้มีไรกัน แต่ดันซวยเพราะที่จอดของเธอดันปิดซะเเล้วจึงเป็นหน้าที่ของผมอีกครับที่จะพาเธอไปส่งหอ และเเล้วก็มาถึงหอเธอครับ ผมไม่รู้จะวางตัวยังไงเเละทำไงต่อไปเลยบอกเธอไปว่า " พรุ่ง 8 โมงเช้าจะมารับไปเอารถนะ เลทได้ไม่เกิน 15 นาที " เธอก็บอกขอบคุณน่ะ ผมรู้สึกได้เลยว่าตอนนั้นเขาดีใจมากที่ผมทำเเบบนี้เเม้จะผมจะดุหรือดูเหมือนไม่สนใจเธอก็ตาม เเละคืนนั้นของผมจบด้วยคำ " ขอบคุณน่ะเธอ....เรายังคิดถึงเธอน่ะ " นั้นเลยครับผมบอกได้คำเดียวถึงคืนนั้นมันจบลงเเต่ผมรู้สึกกับว่าได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง และหลังจากนั้นเราก็กลับมาคุยกันครับ เธอดูมีความสุขมากกว่าครั้เเรกที่คุยกันเเละผมเองก็เหมือนเธอตอนเเรกไปทันที เหมือนหนุ่มใจเเข็งเเต่ทั้งๆทีผมรู้สึกได้ว่าผมมีความสุขมากกับช่วงเวลานี้เเละเราก็เริ่มปรับกันใหม่ครับ ผมกลับมาเป็นผมคยเดิมอีกคน ใส่ใจเธอมากขึ้น ดูเเลเธอเท่าที่จะทำได้ ช่วงเรานั้นเราเจอกันบ่อยขึ้น ผมว่าผมรู้สึกดีน่ะแต่เเล้วดราม่ามันก็เข้ามาเยื่อนผมอีกครั้ง ผมจำไม่ได้ว่าเราคุยกันเรื่องอะไรเเต่ตอนนั้นเธอกลับบ้านเเละเราก็รื้ออดีตกันซึ่งตอนนั้นผมเป็นคนเดินออกเเละทำให้เขาเสียใจมาก เขาเลยไม่มั่นใจว่าครั้งมันคืออะไร ผมจะมาเเก้เเค้นเขาหรือป่าว? เราคุยกันนานมากเเละผมรู้ดีผมต้องเเก้ไขมัน เพราะผมรู้ตัวเองดีว่ามาครั้งนี้ผมไม่ได้เพื่อเเก้เเค้น เเต่ผมมาเพราะผมรักเธอจริงๆ สุดท้ายมันก็จบตรงที่เธอขอเวลาครับ เเละไม่รับปากเรื่องระหว่างเรา ซึ่งผมก็โอเคเเค่เราคุยกันเเบบนี้เหมือนปัจจุบันผมก็โอเคอยู่เเล้ว แต่มันดูเหมือนจะไม่ทันซะเเล้ว เพราะทุกครั้งที่เธอกลับบ้านเราจะต้องมานั่งคุยเรื่องเดิมซ้ำๆตลอด แต่พอเจอกันกับคุยกันปกติดี มันแปลกดีน่ะครับที่ตอนนี้ผมเองยังไม่รู้เส้นทางของเรื่องนี้เลย เเต่เอาล่ะครับมันจะเป็นยังไงผมไม่สนใจเเล้วครับ เพราะทุกวันที่ผมทำอยู่ตอนนี้ผมมีความสุขดีเเล้ว ผมคงจะไม่ห่วงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเราเเล้ว เพราะทุกอย่างมันมีเหตุผลของมัน อะไรจะเกิดผมไม่สนใจเเต่ที่ผมพยายามอยู่ตลอดคือปัจจุบันถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เธอเข้ามาอ่านน่ะ มันคือเรื่องจริงเเละความรู้สึกจริงๆของผมเลยเเหล่ะ ขอบคุณน่ะครับที่เข้ามาอ่านกัน ผมไม่รู้หรอกว่าจะมีใครเข้ามาอ่านเยอะมั้ยแต่มันไม่สำคัญเลยครับ เพราะจุดประสงค์ของผมจริงๆเเล้วคือ ขอเเค่เขาคนเดียวเข้ามาก็ถือความพยายามครั้งนี้ไม่เสียเปล่าเเล้วครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่