แชร์ประสบการณ์ การเลเซอร์กำจัดขนถาวร [เล่าอย่างเดียว ไม่มีรูปนะ]

สวัสดีเพื่อนๆชาว Pantip ทุกท่าน

นี่เป็นกระทู้แรกของเรา ถ้ามีอะไรผิดพลาดไปบ้าง ก็ขอโทษไว้ตรงนี้ก่อนเลยนะ

กระทู้นี้เราจะแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับคลินิกที่เราเคยไปเลเซอร์กำจัดขนถาวรมา (Gentle YAG)

ซึ่งเราก็จะพูดวิธีการที่ทางคลินิกเค้าทรีทเม้นต์เรา กับผลลัพธ์บ้างเล็กน้อย

ที่บอกว่าจะพูดถึงผลลัพธ์เล็กน้อย เนื่องจากว่าเราเป็นคนไม่มีวินัย คือเค้านัดเราไป เราก็ไม่ค่อยไป
ก็มีทั้งที่เราไม่ว่างบ้าง ขี้เกียจบ้าง บางคอร์สนี่คือเกือบ 2 เดือนไปที (เค้านัด 1 เดือน)
ทำให้การรักษามันจะไม่ต่อเนื่อง ซึ่งมันงอาจทำให้ผลลัพธ์ในการทำเลเซอร์มันไม่โอเคเท่าที่ควร
ซึ่งตรงนี้ก็จะไปโทษที่คลินิกไม่ได้ ก็ต้องโทษตัวเราเองด้วย

ส่วนราคา ไม่บอกละกัน โทรไปถามเองดีกว่า มันจะอัพเดตกว่า แนะนำโทรไปทุกที่เลย เค้าไม่รู้หรอกว่าเราเป็นใคร 55555
ก็แนะนำละกัน ช่วงไหนมีโปร 50% ก็พุ่งตัวหยิบโทรศัพท์ไปถามเลยค่ะ แต่ละที่ 50% ไม่เท่ากัน
บางบริเวณที่ทำ คลินิค A ถูกกว่า B  แต่พอเปลี่ยนบริเวณ B ถูกกว่า A ซะงั้นก็มี

บอกก่อนว่า กระทู้นี้ ไม่มีรูปนะ คือเราจะมาเล่าให้ฟังเฉยๆ (เล่าจริงๆ) เพราะว่าเราไม่มีรูป before อ่ะ ไม่ได้ถ่ายเอาไว้

ถ้าใครมีอัพเดตอะไร มาบอกเราก็ได้นะ ข้อมูลเราอาจจะยังไม่อัพเดตแบบล่าสุด หรือเราเข้าใจผิดอะไรตรงไหน ก็แจ้งเราได้นะ
เราพร้อมแก้ไข หรือใครมีอะไรจะแชร์ ก็เม้าท์มาได้เลย เราก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคนอื่นๆ ที่ไปทำมาเป็นยังไงกันบ้าง

เริ่มเลยละกันนะ

เราเคยไปใช้บริการที่ไหนบ้าง

เราเคยไปใช้บริการเลเซอร์กำจัดขนที่คลินิก 3 แห่งด้วยกัน

1. Apex - Central Ladprao

เค้าก็เอาสำลีวางบนเปลือกตา แล้วก็เอาที่ปิดตามาให้ใส่ (คือจะบอกว่าสำลีฟูสุดใจ เราปัดมาสคาร่าคิ้วไปด้วย
ตอนเค้าเอาสำลีออกหลังจบทรีทเม้นท์ มันติดคิ้วมาด้วยเว้ยยย เป็นใยขาวๆ 5555555 ตลกตัวเองมาก)
แล้วเค้าก็จะเริ่มโกนขนเราก่อน คือต้องให้เค้าโกนให้นะ ไม่ใช่โกนมาจากบ้าน
พอโกนเสร็จแล้ว เค้าก็เอาเจลเย็นๆ ที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง มาโปะไว้ตรงบริเวณที่ทำ
จนมันเย็นๆชาๆ (บางทีก็ไม่ถามนะ ว่าชาแล้วหรือยัง คือบางทีคำพวกนี้ มันเป็นสัญญาณเตรียมตัวอ่ะเนอะ
ว่า พี่กำลังจะยิงเลเซอร์หนูละคะ เตรียมเกร็งบริเวณที่เลเซอร์ไว้ให้พร้อม 5555555)
แล้วเค้าก็เอาเครื่องมายิงๆ แบบยิงบนเจลนั้น แล้วแกคิดดูพอเจลมันหายเย็น มันก็เป็นน้ำใช่ม่ะ
ระหว่างเลเซอร์มันก็ไหลเว้ย คือแบบเปียกจ้า แล้วคือบางที เค้าโป๊ะไว้ทั้งบริเวณก่อน
แต่พอเค้าจะมาทำจุดนั้น บางทีมันก็ไม่เย็นแล้ว ลองคิดดู จะเจ็บปวดขนาดไหน
แต่บางที เค้าก็ใส่เพิ่มให้นะ เหมือนจะรู้ว่า ใกล้จะไม่ไหวแล้ว
พอทำเสร็จเค้าก็เช็ดเจลที่เหลืออก แล้วก็ทายาให้เป็นอันจบการทรีตเม้นต์

ทีนี่ข้อดีคือ ไม่ค่อยขายของ มีตอนนั้นมาแนะนำคอร์สลดน้ำหนัก คือเราเป็นคนอ้วน เค้าก็เลยมาเสนอ
แต่เราก็บอกไปว่า ขอลองพยายามด้วยตัวเองก่อน เค้าก็ถามเพิ่มเติมว่าอายุเท่าไหร่แล้ว
พอเราบอกไป เค้าก็บอกว่าโอ๊ย ยังเด็กอยู่เลย (ประมาณว่า สู้ๆนะหนู ถ้าไม่ได้ผลยังไง เจ๊รออยู่ตรงนี้ที่เดิม ไม่ไปไหน)
ก็ทำให้เรารู้สึกดีนะ แบบไม่ได้ force sale จนทำให้ชั้นต้องตื่นตัวตลอดเวลา ว่าพอมาทำเลเซอร์เสร็จ ชั้นจะต้องเสียเงินค่าอะไรอีกไหม

Apex เวลานัด เค้าจะนัดประมาณ 3 สัปดาห์ ถัดจากครั้งที่ทำล่าสุด กรุณาเป๊ะเรื่องเวลาด้วยนะ
ถ้าพลาดแล้ว พลาดเลย คิวเต็มนะบอกเลย นัดอีกที อาจจะต้องอาทิตย์ถัดไป

2. Lagrace - Central Ladprao

เค้าก็จะโกนขนเราก่อน (step เดิมเนอะ) เสร็จแล้วก็เอาเจลเย็นๆ มาประคบ (คือเป็นเจลที่เค้าเอาไว้ประคบเย็น เวลาน้ำร้อนลวกอ่ะแก)
ข้อดีคือไม่เปียก แล้วเค้าก็จะถามแกว่า เย็นๆ ชาๆ มั้ยคะ แล้วเค้าก็เอาที่ประคบออก ละก็เริ่มยิง มันจะมีรอบแรกที่เค้ายิง แล้วพอจะรอบสอง
ก็จะมีประคบให้แปปนึง (แบบแปปนึงจริงๆ) ละยิงต่อ พอยิงเสร็จก็จะมีการทายาให้อีกเหมือนกัน

ถ้าคุณเพิ่งทำครั้งแรก เค้าจะกึ่งๆบังคับให้ซื้อ ยาสำหรับทาตรงบริเวณที่เลเซอร์ กับโลชั่นบำรุงผิว
คราวนั้นเราซื้อแค่ยา เพราะเราบอกเค้าว่า โลชั่นเรามีแล้ว พี่เราเคยทำที่นี่ เลยมีเหลืออยู่
ส่วนยาที่ได้มา เป็นสเตียร์รอยด์นะ เค้าให้ทาแค่ 3 วัน แล้วก็พอ ไม่ให้ทาอีก (เราคิดว่ามันคงบรรเทาอาการเบิร์นอะไรงี้ - คิดเองล้วนๆ)
ก็ค่ายา น่าจะประมาณ 200 กว่าบาท แต่จริงๆ เราก็ทาไม่กี่ครั้ง ลืมว่าทิ้งหลอดไว้ที่ไหนก่อนจะครบครึ่งคอร์สอีก
ซึ่งเราว่ามันอาจจะไม่ได้จำเป็นมากก็ได้นะ ยาอ่ะ คืออย่างตอนเราไปทำ APEX เค้าก็ไม่ได้ให้ยาอะไรเรากลับมานะ ก็ทาแค่นั้น แล้วก็พอ
แต่ก็มีช่วงท้ายๆคอร์ส เค้าให้ครีมมาทา (เราคิดว่าน่าจะเป็นสเตียร์รอยด์เหมือนกัน) แต่ให้ฟรีนะ ไม่คิดตังค์ แต่เป็นแบบแบ่งมาใส่ตลับ
เหมือนยาหมอสิวอ่ะ  แต่ของ Lagrace นี่คือ เป็นหลอดแบบเหมือนซื้อจากร้านขายยา คือต้องมาเจาะเปิดเองอ่ะ

แล้วก็ที่ Lagrace ก็ชอบให้ซื้อบางอย่าง ที่เราว่าไม่จำเป็นอ่ะ เช่น ยาที่ทาแล้วรักแร้ขาวขึ้น หรือสเปรย์ดับกลิ่นกายของเค้าเอง
เราบอกตรงๆ ว่าตั้งแต่เราซื้อมา เราไม่เคยใช้เลย แช่ไว้ในตู้เย็นตลอด พี่เราที่เคยทำมา นางก็บอกว่ามันไม่จำเป็นนะ เพราะตอนของพี่เรา
เค้าก็ไม่ได้แนะนำตัวเนี้ย (หน้าหนูเหมือนคนมีเงินเหรอคะพี่ ขายของหนูจังเลย ฮืออออ)

Lagrace เวลานัด เค้าจะนัดประมาณ 1 เดือน ถัดจากครั้งที่ทำล่าสุด อันนี้เลื่อนได้นะ เช่น นัดบ่ายสาม แต่รถติด Max ลองโทรไปถาม
ขอเลื่อนเป็นบ่ายสามครึ่งได้ไหม ถ้าคิวว่าง ก็อาจจะได้นะ

3. Meko Clinic - Contral world

ด้วยความที่ Meko กับ Lagrace เค้าเคยเป็นญาติกันมาก่อน อะไรต่างๆ อาจจะคล้ายกันบ้างก็เป็นธรรมดา
เอาจริงๆ คือเหมือนกันสุดๆ ยกเว้น เครื่องที่ยิง คือเครื่องของ Meko มันดีงามมากแ
มันสามารถปล่อยไอเย็นออกมาตอนยิงด้วย ทำให้เราไม่รู้สึกร้อนมาก
บอกเลยว่าตั้งแต่ไปมา 3 ที่ เราชอบเครื่องยิงของที่นี่ที่สุด แต่โลเคชั่นนางไกลจากบ้างเรามากไปหน่อย

เรื่องคิวนัดที่นี่ บอกเลยว่า ไม่แน่ใจอ่ะ คือเราจบคอร์สกับที่นี่มันสักพักใหญ่ๆละ แต่เหมือนที่นี่จะเลื่อนคิวยากเหมือนกันนะ

เราเคยเลเซอร์ตรงไหนบ้าง

1. หนวด

เลเซอร์อันนี้ชิวๆมาก ไม่เจ็บ ไม่ร้อนเลย ใสๆ เว้นแต่ตรงที่เขาเลเซอร์มันใกล้ๆกัน อันนั้นก็มีแอบจี๊ดเบาๆ
แต่เรายังไม่จบคอร์สนะ ผลลัพธ์เลยยังไม่แน่ชัดเท่าไหร่

2. คาง

อันนี้ทำมา 2 คอร์สละ ไม่หายอ่ะ เอาจริงๆ มันก็ดีนะช่วงแรกๆ แต่พอผ่านไปสักพักมันก็งอกมาใหม่ ตะเตือนไตมากจริงๆ
ราคาจะเท่าเลเซอร์รักแร้และนะ T_T

3. ขาล่าง (หน้าแข้ง + ขาหลัง)

ความเจ็บปวดที่สุดที่ชั้นเคยได้รับ อยู่ที่โมเม้นต์นี้ค่ะ คือทำครั้งแรกนี่เจ็บมากๆๆ ที่สุดของที่สุด เอาซะเราอยากจะขอเงินคืน
แบบไม่อยากทำแล้ว เจ็บมากจริงๆ อาจจะด้วยความที่มันโดนตรงกระดูกด้วยมั้ง เลยเจ็บมากกกกก (ก ไก่ล้านตัว)
แต่ถ้าคุณผ่านครั้งแรกมาได้ โดยที่ขาไม่กระตุกไปโดนคนทำ ครั้งต่อไปมันจะดีขึ้นนะ (แบบเจ็บน้อยลง พอทนได้)

แต่คืออันนี้ดีมากจริงๆ เราเป็นผู้หญิงที่ขนขาเยอะมาก พอทำเลเซอร์แล้วมันเหลือแบบนิดหน่อย ประมาณ 10 เปอร์เซ็น
หลังจากที่แต่เดิม ทั้งโกน ทั้ง wax (ที่เค้าบอกว่า wax แล้วมันจะอ่อนลงเรื่อยๆ ไม่จริงนะ เถียงเลย ขนเราก็ยังคง
คมเข้ม แข็งแรง สลวย สวย เก๋ เหมือนเดิม as always แถมมีขนคุดด้วย ต้องคอยเอาแหนบมาดึงออกเองอีก)
ตอนนี้ชีวิตเราดีขึ้นมาก ใส่ขาสั้นได้แล้ว แต่กลายเป็นว่า ขาบนเรา ซึ่งตอนแรกเราว่ามันก็โอ กลายเป็นดกดำ คมเข้มแทนซะงั้น
เพราะส่วนที่เคยเข้มกว่ามันหายไปแล้ว แต่จริงๆ จนที่เหลืออยู่ 10% มันก็ยาวขึ้นเรื่อยๆนะ ถ้ามีโอกาสก็จะไปซ้ำอีกรอบอยู่เหมือนกัน
แต่รอโบนัสสิ้นปีออกก่อนนะ ราคามันตะเตือนไตจริงๆ

4. รักแร้

คือก็เจ็บนะ แต่ปนจักกะจี้ คือเราไม่ชอบถอนขนรักแร้ ทั้งชีวิตถอนแค่ 5 ครั้งเองมั้ง (รวมใช้เครื่องถอนแล้วนะ) คือมันเจ็บปวด เราไม่โอเค
ก็เลยเลือกใช้วิธีโกนเอาดีกว่า แต่เหมือนตอนนั้นมีมันให้ลองมั้ง ครั้งละ 900 เราเลยไปลอง ก็ดีนะ ขนมันก็บางลงนะ แต่ก็ยาวขึ้นเรื่อยๆ


ไม่มีอะไรและ เรื่องเล่าเราก็จบแค่นี้ ใครมีอะไร อยากสอบถามเพิ่มเติม ถ้าเราตอบได้ เราจะตอบให้นะ แต่ถ้าตอบไม่ได้ก็ขอโทษด้วยนะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่