ประเด็นหลักๆที่จะหยิบยกขึ้นมา
- เรื่อง ความรุนแรง มีอยู่จริง ต้องยอมรับและแก้ไข
- เรื่อง สุขา เหล้าขาว มีอยู่จริง ต้องยอมรับและแก้ไข
- เรื่อง ระเบิด ล่าสุดความจริงคืออะไร?
- เรื่อง ประเด็นที่พี่น้องแม่โจ้ ชอบพูดว่า "อยากรู้ต้องมาเรียนเอง"
- เรื่อง สิ่งที่ พี่น้องชาวแม่โจ้ทุกคนต้องยอมรับผิด และแก้ไข
- เรื่อง สังคมเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับการรับน้อง
ไม่ได้อยากเด่น อยากดังนะครับ แต่บางทีผมก็ไม่อยากให้คนไทยด้วยกันต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องการรับน้องที่เป็น
ประเพณีมายาวนานของแม่โจ้ เพียงเพราะมีคนกลุ่มน้อยที่ ผิดจริง ในรั่วมหาลัย ที่พี่น้องชาวแม่โจ้พยายามปกป้องอยู่
และสิ่งที่ สังคมส่วนมากเข้าใจผิด กับสื่อ ที่ออกมา ทั้งรูปภาพ ทั้งคลิป คุณอย่าพึ่งตัดสินมหาลัยแม่โจ้จากข้อมูลด้านเดียว
ผมได้แต่อ่านๆ ไปเจอกระทู้นี้ครับ และอีกหลายๆกระทู้
http://pantip.com/topic/34030594
ผมอ่านหัวข้อกระทู้เสร็จ มานั่งอ่านรายละเอียดจบ ผมนี้ ปี๊ดดดด เลยครับ แต่ส่วนหนึ่ง ก็เข้าใจ จขกท นะครับ เข้าใจนะครับ
ไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วย
ผมนั่งอ่านๆๆ เห็นแต่ละคอมเม้นท์ ผมละเพลียจริงๆครับ ไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครถูก ใครผิด แล้วผมเองก็ไม่มีสิทธิไปตัดสินใครได้
ได้แต่อ่านๆ อ่านๆ รู้สึก ท้อใจ เสียใจง รู้สึกเห็นด้วยกับฝ่ายแม่โจ้ หรือฝ่ายที่ไม่ได้เรียนที่นี้ ผมเลยคิดว่า 1 ความเห็นเล็กๆของผม
ถ้ามีคนอ่าน อาจจะเป็นแนวทางในการคิด เข้าใจถึงบทบาท หน้าที่ต่างๆของนักศึกษา และ อีกทางหนึง อาจจะทำให้นักศึกษาที่กำลังตอบโต้
หรือ ศิษย์เก่า ที่เรียนจบไปแล้ว ทำความเข้าใจกับสังคมได้ และยอมรับแก้ไขกับสิ่งที่ผิดพลาดอย่างจริงจัง
ผมจะมาเล่าประสบการณ์โดยตรงจากรั่วมหาลัยนี้ อย่างใจที่เป็นกลางที่สุด ณ เวลาเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ที่ผมเป็นน้องปี 1
และเป็นรุ่นพี่ปี 2 ในปีถัดมา ต้องยอมรับครับ ว่าก่อนเข้าไป มหาลัยนี้ผมกลัวนะครับ ว่าการรับน้องมันโหด (คือเขาเล่าต่อๆกันมาว่าโหด)
แต่โหดยังไงไม่มีใครรู้ แม้กระทั้งพี่ที่เรียนโรงเรียนเดียวกับผมที่อยู่ มัธยมด้วยกัน เป็นรุ่นพี่ผม 2 ปี ค่อนข้างสนิทกันมากเพราะเล่นกีฬาด้วยกัน
ก็ยังไม่บอก บอกแต่ว่าต้องมาเรียนเองถึงจะรู้ ส่วนตัวผมเอง ผมเป็นลูกคนเดียว เป็นคนลพบุรี ต้องไปเรียนไกลจากบ้าน ติดคุณหนูนิดๆ
ถูกตามใจจนเสียนิสัยมาตั้งแต่เด็ก พอจะเข้าใจอารมณ์ผมนะครับ ก่อนจะเล่าถึงความรู้สึก ความคิดเห็นของผมกับเหตุการณ์ต่างๆที่เป็นข่าว
และไม่เป็นข่าว ผมขอท้าวความเล่าเหตุการณ์จริง ที่พอจะเล่าได้เพื่อให้สังคมเข้าใจ และ ให้ พี่น้อง แม่โจ้ เข้าใจสังคม เรื่องต่อไปนี้
เป็นเรื่องของผมเอง ความคิดผมเอง ไม่มีใครบังคับ สติ ตอนพิมพ์โกรธนิดๆ แต่ยังอยู่พื้นฐานของเหตุผล และใจที่เป็นกลาง
ก้าวแรก
ผมเข้าไปวันแรกรู้สึกได้ถึงความ งง ผสม กับความอบอุ่นจากรุ่นพี่ที่มารอต้อนรับ เป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยากมากครับ
ที่ผมลงจากรถไฟ เดินทาง600 กิโล คนเดียว ครั้งแรกในชีวิต เพื่อนสนิทไม่มี พ่อแม่ ไม่มา พี่น้องญาติ ไม่มี แต่พบกับ
รุ่นพี่ ที่มหาลัยมาตอนรับ เอาข้าวมาให้ เอาขนมมาให้ จัดรถไปมหาลัยให้ ต้องบอกว่ารู้สึกอบอุ่นมากครับ ที่ใส่ใจน้องขนาดนี้
ทั้งๆที่เรายังไม่รู้จักกันมาก่อน พี่สาขา ไหนก็ไม่รู้ ผมก็จำไม่ได้ รู้แต่พอเราบอกว่า มารายงานตัวที่แม่โจ้ พี่เขายกของให้หมดเลย
แล้วที่ได้ยินมาว่า โหด โหด อะไร มันโหดตรงไหนกัน พี่ๆแต่ละคนยิ่งถ้าได้เจอพี่สาขาตัวเอง ดูพี่เขาจะตื่นเต้นกับเรามาก
สรุป ก้าวแรก ก็ งงๆ ผสม กับความอบอุ่น
ก่อนรับน้อง 1 อาทิตย์
กิจกรรมต่างๆเริ่มมีเข้ามา ประชุมบ้าง ร้องเพลงบ้าง เต้นบ้าง บอกตามตรงผมเบื่อช่วงนี้ที่สุด ใจลึกๆ อยากกลับบ้านครับ ผมมาเรียน
แต่ที่เจอคือวันๆ เต้นๆ ร้องเพลง วนๆอยู่อย่างนั้น โดยที่ตอนนั้นผมไม่เข้าใจเหตุผลใดๆ ว่าทำไปเพื่ออะไร เขาให้ทำอะไรก็ทำ
พอใกล้ 7 วันรับน้อง ที่เขาว่าโหดมาก ผมก็เริ่มได้ยินข่าวสารต่างๆ เข้ามา ทั้งดี และไม่ดี แต่ส่วนใหญ่จะไม่ดีครับ ประมาณว่า
ต้องโดนยึดโทรศัพท์ ห้ามติดต่อทางบ้าน ห้ามนู้น ห้ามนี้ เหมือนเดิมครับ ผมก็ งง ซิ เห้ยก่อนมาเรียนไม่เห็นรู้มาก่อนว่ามีแบบนี้ด้วย
(หรือมีเอกสารอะไรแจ้งมาหรือป่าว ผมก็ไม่แน่ใจบอกตามตรงถึงมี ผมก็ไม่เคยอ่านจึงไม่แน่ใจส่วนนี้นะครับ)
จะโหดอะไรขนาดนั้น ขนาดพ่อแม่ ยังไม่เคยสั่งให้ทำหรือบังคับอะไรขนาดนี้เลย ถึงใจไม่ยอมรับ แต่ถูกบังคับ บวกกับคนอื่นๆเขาก็ทำกัน
ทำยังไงได้ ก็ต้องทำตามละครับ ทั้งที่ใจผม ต่อต้าน
ช่วงรับน้อง 7 วัน
ผมจะเล่ารวมๆเลยนะครับ เจาะประเด็นที่สังคมพูดถึงป็นส่วนใหญ่ แต่อาจจะมีเลยบ้างเพื่อให้เห็นภาพรวม ให้เห็นถึงเจนตนาของรุ่นพี่
ที่ดี และไม่ดี เฉพาะที่ผมเจอกับตัวเอง ส่วนที่ได้ยินมาผมขอไม่พูดถึงนะครับ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าอันไหนจริง อันไหนแต่งขึ้นให้ดูเกินจริง
ประเด็นแรกเรื่องความรุนแรง มีอยู่จริงครับ
(ส่วนนี้คิดได้ตอนเป็นรุ่นพี่ปี 2 นะครับ ความรุ่นแรงที่ว่านี้ไม่ใช่กับทุกคนหรือเรียกได้ว่า เป็นส่วนน้อยมากๆ ถ้ามาตรฐานจริงๆตรงนี้ความรุ่นแรงห้ามเกิดกับน้องเด็ดขาด ) แต่จุดนี้ มหาลัยเอง หรือพี่ปี 2 เองไม่สามารถควบคุมรุ่นพี่กลุ่มที่ใช้ความรุ่นแรงได้อย่าง 100% รุ่นน้องบางคนโดน
เพราะทำผิด กวนทีน..รุ่นพี่ มองหน้า ต่างๆนาๆ บางคนโดนเพราะรุ่นพี่บางคนเก็บกดมา 1 ปี หรือมีความรุนแรงอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว มาระบายกับรุ่น
น้อง ส่วนตัวผมเองก็โดนครับ ผมโดนเคสหลังครับ พี่กระทำผมโดยที่ไม่ตั้งใจหรือไม่ได้เจาะจงมาที่ผม ผมไปอยู่ผิดที่ผิดเวลาเอง ยอมรับครับว่าตอนนั้นน้ำตาไหลเลย เจ็บกายนิดหน่อยแต่ใจผมนี้แค้นมาก จุดนี้ครับ ที่พวกเราพี่น้องชาวแม่โจ้ ต้องรวมมือแก้ไขอย่างจริงจัง
กับรุ่นพี่บางคนที่หัวรุนแรงกระทำต่อรุ่น น้องโดยที่ไม่มีเหตุผล ย้ำนะครับ ไม่มีเหตุผล เพื่อให้เห็นภาพนะครับ ผมวิ่งๆมาอยู่ดีๆตามเพื่อนๆคนอื่น
ก็ถูกทำร้ายเฉยเลย ตอนนั้นผม งง มาก ว่าเราไปทำอะไรผิดรุ่นพี่คนนั้นถึงทำกับเราแบบนั้น แต่ผมก็อดทนต่อไปครับ ที่วันๆเอาแต่ก้มหัวให้พี่เขาด่า
มาว่า หรือว๊าก ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิด บางครั้งถูกยัดเยียดความผิดให้ แล้วก็มาว่าทีหลัง (อันนี้ผมไม่เห็นด้วยที่สุด)
กิจกรรมหลายๆกิจกรรม ผมจบออกมาผมยอมรับครับว่าดีจริง ไม่ต้องอธิบายต่อว่าดียังไงนะครับ มันจะยาว
แต่ปัญหาหลักคือ ไม่สามารถคุมรุ่นพี่หัวรุ่นแรงได้ และ ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ รุ่นน้องหลายๆคนที่คุณหนูจัด หรือไม่เคยแบกรับความกดดัน
เลยตั้งแต่เล็กจนโต พวกนี้อยู่ไม่ได้หรอกครับ ผมก็เห็นขอลาออกกันเป็นแถวๆ เป็นช่วงที่ทุกคนต้องปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็ง
ต้องยอมรับนะครับ ว่าถ้าใครผ่านช่วงนี้มาได้ เรื่องเรียนเป็นเรื่องเล็กครับ ตรรกะง่ายๆ เราถูกกดดันโดยไร้เหตุผล (ความคิดตอนปี 1 นะครับ)
เรายังยอมรับและผ่านมันมาได้โดยไม่มีปัญหา หรือยอมแพ้ (การลาออก) ต่อไปเจออุปสรรคข้างหน้าทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน เราจะสู้จนผ่านไปได้
ที่สำคัญ เราเคยลำบากร่วมกันมา ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง เป็นธรรมดา ต้องรักไคร่กลมเกียว สามัคคี กันอย่างที่สุด ผมไม่ได้บอกนะครับว่าวิธีการนี้
เป็น ตรรกะ ที่ถูกต้อง เพียงแต่ผมพยายามอธิบายถึงเหตุผลว่าถ้าผ่านไปได้ ผลของมันจะเป็นยังไง
หลายๆคนก็จะมาโจมตีว่า มีวิธีอื่นต้องเยอะ ที่ทำให้ผลลัพธ์ได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง
ไม่มีใครกล้ารับประกันหรอกครับ ว่าวิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดกับจำนวนคน เกินกว่า 5 พันคนพร้อมๆกัน ที่จะทำให้น้องๆทุกคนรักกัน
สามัคคีกัน ยอมรับแรงกดดันต่างๆ และผ่านมันไปด้วยกัน เพียงเพราะมันเป็นประเพณีมายาวนานที่ทำกันรุ่นสู่ รุ่น
แต่ตัวผมเองก็ปฏิเสธความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมันมีอยู่จริง ทั้งที่โดนมากับตัว
และทีเห็นมากับตา ปัญหาต่างๆจึงเกิดขึ้นสะสมมานานหลายปี
ประเด็นเรื่องความรุ่นแรงผมขอสรุปให้มหาลัยต้องปรับปรุง และทำความเข้าใจกับสังคมแบบนี้นะครับ
มหาลัยต้องแก้ไขด่วน เราต่างรู้กันอยู่ว่าพวกเราเพื่อนเรา พี่เรา น้องเราชาวแม่โจ้ทุกท่าน คุมกันได้ไม่หมด กับพวกจิตใจที่มีความรุ่นแรง
ทุกปีจะมีเหตุการณ์แบบนี้ตลอดหนัก เบาแต่ละปีไม่เท่ากัน ตรงนี้ต้องแก้ไขโดยด่วน กับบุคคลที่ตั้งใจก่อเหตุความรุนแรง โดยถือเป็นเรื่องส่วนตัว
ส่วนสังคมภายนอกที่เห็นทั้งภาพนิ่ง วีดิโอคลิปเหตุการณ์ต่างๆ หรือที่ได้ยินมาสุดแล้วแต่ที่จะมีข้อมูลในหัวของท่านนะครับ
ข้อมูลที่ท่านได้เห็นมีแต่เชิงลบ ทั้งๆที่มหาลัยพยายามถ่ายรูปรอยยิ้มของน้องๆมาเท่าไร ท่านก็ไม่เคยเลือกมามองด้านบวกกันบ้าง (อันนี้ประชด)
เหตุการณ์เรื่องความรุ่นแรงมันมีอยู่ก็จริงครับ แต่เรื่องดีๆมีเยอะมากครับ ผมเล่าแต่ส่วนที่ผมเจอมากับตัวเองนะครับ
เริ่มจาก ตอนที่ผมถูกทำร้ายแบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ผมแน่น จุกท้องมาก ผมนี้ล้มทั้งยืนเลย จนมีพี่คนหนึงเห็นผมล้ม เขาเรียกเพื่อนๆมา
ช่วยผมให้ลุกขึ้นและพยายามถามว่าเป็นอะไร ไหวไหม เจ็บตรงไหน สู้ๆน้อง เดียวมันก็จบแล้ว เดียวก็ผ่านไปได้ พาผมไปพัก เอายาดมให้
นวดคอให้ ทั้งที่ตัวผมมีแต่เหงื่อ เหม็นมาก เพราะทำกิจกรรมมาทั้งวัน พี่เขาจับตัวผม นวดให้ผม ไม่รู้สึกถึงความรังเกรียดเลยสักนิด
พอผมเล่าว่าถูกทำร้ายมา พี่บุคคลเหล่านั้นไม่ได้นิ่งนอนใจหรือเห็นด้วยกับการกระทำของรุ่นพี่กลุ่มที่ใช้ความรุ่นแรง เขารีบกระจายข่าว
และตามหาตัวอย่างจริงจัง เจอหรือป่าวผมก็ไม่รู้ แต่อย่างน้อยที่รู้คือ พี่ที่เขาดีๆมีเยอะ ผมจึงรู้ได้ว่าไม่ใช่พี่ทุกคนที่ใช้ความรุ่นแรง
ส่วนใหญ่เป็นห่วงและไม่ชอบที่เห็นน้องต้อง ล้ม ต้องป่วย ต้องเจ็บเลย ผมมาเข้าใจทุกอย่าง
ก็ต้องยอมให้เวลาผ่านมา 1 ปี จนตัวเองมาเป็นรุ่นพี่ และรับน้องปี 1 อีกที
ไม่ได้มาเรียนเองไม่รู้หรอก
(ผมพูดในสถานะตอนนั้น ผมเป็นรุ่นพี่ปี 2 แล้ว)
7 วันรับน้องนี้ น้องเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม รุ่นพี่ทุกคนเหนื่อยกว่าเยอะมากครับ (จุดนี้น่าจะเป็นที่มาของคำว่าถ้าใครไม่ได้มาเรียนเองไม่รู้หรอก)
รุ่นพี่ปี 2 ที่รอรับน้องปี 1 ทุกคนก็จะมีรุ่นพี่ ปี 3 ปี 4 ปี 5-8 หรือจบไปแล้ว มาคอยกำกับดูอีกที ทุกอย่างที่น้องปี 1 ทำผิด พี่ปี 2 มีส่วนรับผิดชอบ
อย่างไม่มีข้อแก้ตัว ทุกเหตุการณ์ อย่างเข้มงวด ตรงนี้ตากหากครับ ที่โหดจริง นี้จึงเป็นเหตุที่ทำให้ พวกรุ่นพี่ รักน้องอย่างมาก รวมทั้งตัวผมเอง
ผมก็รักน้องปี 1 ทุกคนจริงๆ อาจจะขัดใจบ้างกับการกระทำของรุ่นพี่คนอื่นๆ หรือกิจกรรมอื่นๆที่มีเฉพาะสาขา ที่เขาเล่ากันว่ารุนแรงและโหดร้าย (ตรงนี้ผมไม่รู้วิธีการ แต่ผมผลลัพธ์ของมัน สาขาเหล่านี้ รักใคร่กันมากมีระเบียบมาก ไปไหนมาไหนในมหาลัยดูน่าเกรงข่ามและน่านับถือ)
ใครไม่มาอยู่ ไม่มาเรียน ไม่รู้แน่นอน ว่าการที่อดหลับ อดนอน 7 วัน โดนลงโทษกับสิ่งที่ทำไม่ถูก ไม่ควร กับน้อง
เทียบกับช่วงตอนรับน้องที่ผมอยู่ปี 1 บอกได้เลยครับ ว่ามันต่างกันแค่ ตอนปี 1 เราไม่รู้ว่าเกมส์ดำเนินไปยังไง ทางไหน ไม่รู้วัน ไม่รู้เวลา
แต่ กับรุ่นพี่ ปี 2 นั้นรู้ทุกอย่าง มันต่างกันแค่นั้น รุ่นพี่ต้องตื่นตี 4 ไปรอรับน้องรถไฟ ไปรอรับสนามบิน ไปรอรับ บขส หรืออาเขต
รุ่นพี่ต้องส่งน้องเข้านอน และมีบางกลุ่มต้องแบ่งกันเฝ้า ยิ่งช่วง 7 วัน เราต้องกันทั้ง คนนอก และคนใน สังคมอาจจะมองว่า
พวกนี้คือกลุ่มที่ไม่ให้คนนอกเข้าอย่างเดียว แต่จริงๆแล้วรุ่นพี่ ปี 2 กลุ่มนี้ต้องเฝ้าระวังประตู หรือตามต้นไม้ต่างๆ เพื่อให้น้องปลอดภัย
ผมเองก็เป็นหนึงในนั้น มีเหตุการณ์ต่างๆมากมายที่เป็นภัยต่อรุ่นน้องมากมาย ส่วนที่ผมได้เจอกับตัวเองนะครับ มีทั้ง ขโมยที่แอบเข้ามา
พวกจรจัด พวกถ้ำมองตามรั่ว มองน้องผู้หญิง โดยเฉพาะเหตุการณ์นี้ไม่มีวันลืม คือรุ่นน้องคนไหนผมก็ไม่ในใจ ไปมีเรื่องในมืองก่อนมารับน้อง
พวกนั้นตามหารุ่นน้องคนนั้น มีทั้งมีด ดาบ มากันประมาณ 8 คน ประตูที่แอบเข้ามาไม่ได้อยู่ในจุดที่ผมดูแล แต่มีการแจ้งกันให้ทราบโดยทั่ว
ว่าห้ามคนนอกออก ก็ปิดประตูตีแมวซิครับ ผมก็เห็นมีการทำร้ายกันเพื่อปกป้องไม่ให้บุคคลเหล่านั้นได้เข้าถึงตัวน้องที่นอนหลับอย่างไม่รู้เรื่อง
ไม่มีส่วนไหนเลย ที่ประเพณีของแม่โจ้จะปลูกฝั่งให้ใช้ความรุนแรง หรือรังแกรุ่นน้อง มีเพียงบุคคล หรือกลุ่มคนที่เราดูแลกันไม่ทั่วถึงเท่านั้น
ที่มหาลัยต้อมีมาตรการในการแก้ไขอย่างจริงจัง
รับน้อง>>มหาวิทยาลัยแม่โจ้ผิดจริง? หรือ สังคมรับข้อมูลด้านเดียว?
- เรื่อง ความรุนแรง มีอยู่จริง ต้องยอมรับและแก้ไข
- เรื่อง สุขา เหล้าขาว มีอยู่จริง ต้องยอมรับและแก้ไข
- เรื่อง ระเบิด ล่าสุดความจริงคืออะไร?
- เรื่อง ประเด็นที่พี่น้องแม่โจ้ ชอบพูดว่า "อยากรู้ต้องมาเรียนเอง"
- เรื่อง สิ่งที่ พี่น้องชาวแม่โจ้ทุกคนต้องยอมรับผิด และแก้ไข
- เรื่อง สังคมเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับการรับน้อง
ไม่ได้อยากเด่น อยากดังนะครับ แต่บางทีผมก็ไม่อยากให้คนไทยด้วยกันต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องการรับน้องที่เป็น
ประเพณีมายาวนานของแม่โจ้ เพียงเพราะมีคนกลุ่มน้อยที่ ผิดจริง ในรั่วมหาลัย ที่พี่น้องชาวแม่โจ้พยายามปกป้องอยู่
และสิ่งที่ สังคมส่วนมากเข้าใจผิด กับสื่อ ที่ออกมา ทั้งรูปภาพ ทั้งคลิป คุณอย่าพึ่งตัดสินมหาลัยแม่โจ้จากข้อมูลด้านเดียว
ผมได้แต่อ่านๆ ไปเจอกระทู้นี้ครับ และอีกหลายๆกระทู้
http://pantip.com/topic/34030594
ผมอ่านหัวข้อกระทู้เสร็จ มานั่งอ่านรายละเอียดจบ ผมนี้ ปี๊ดดดด เลยครับ แต่ส่วนหนึ่ง ก็เข้าใจ จขกท นะครับ เข้าใจนะครับ
ไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วย
ผมนั่งอ่านๆๆ เห็นแต่ละคอมเม้นท์ ผมละเพลียจริงๆครับ ไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครถูก ใครผิด แล้วผมเองก็ไม่มีสิทธิไปตัดสินใครได้
ได้แต่อ่านๆ อ่านๆ รู้สึก ท้อใจ เสียใจง รู้สึกเห็นด้วยกับฝ่ายแม่โจ้ หรือฝ่ายที่ไม่ได้เรียนที่นี้ ผมเลยคิดว่า 1 ความเห็นเล็กๆของผม
ถ้ามีคนอ่าน อาจจะเป็นแนวทางในการคิด เข้าใจถึงบทบาท หน้าที่ต่างๆของนักศึกษา และ อีกทางหนึง อาจจะทำให้นักศึกษาที่กำลังตอบโต้
หรือ ศิษย์เก่า ที่เรียนจบไปแล้ว ทำความเข้าใจกับสังคมได้ และยอมรับแก้ไขกับสิ่งที่ผิดพลาดอย่างจริงจัง
ผมจะมาเล่าประสบการณ์โดยตรงจากรั่วมหาลัยนี้ อย่างใจที่เป็นกลางที่สุด ณ เวลาเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ที่ผมเป็นน้องปี 1
และเป็นรุ่นพี่ปี 2 ในปีถัดมา ต้องยอมรับครับ ว่าก่อนเข้าไป มหาลัยนี้ผมกลัวนะครับ ว่าการรับน้องมันโหด (คือเขาเล่าต่อๆกันมาว่าโหด)
แต่โหดยังไงไม่มีใครรู้ แม้กระทั้งพี่ที่เรียนโรงเรียนเดียวกับผมที่อยู่ มัธยมด้วยกัน เป็นรุ่นพี่ผม 2 ปี ค่อนข้างสนิทกันมากเพราะเล่นกีฬาด้วยกัน
ก็ยังไม่บอก บอกแต่ว่าต้องมาเรียนเองถึงจะรู้ ส่วนตัวผมเอง ผมเป็นลูกคนเดียว เป็นคนลพบุรี ต้องไปเรียนไกลจากบ้าน ติดคุณหนูนิดๆ
ถูกตามใจจนเสียนิสัยมาตั้งแต่เด็ก พอจะเข้าใจอารมณ์ผมนะครับ ก่อนจะเล่าถึงความรู้สึก ความคิดเห็นของผมกับเหตุการณ์ต่างๆที่เป็นข่าว
และไม่เป็นข่าว ผมขอท้าวความเล่าเหตุการณ์จริง ที่พอจะเล่าได้เพื่อให้สังคมเข้าใจ และ ให้ พี่น้อง แม่โจ้ เข้าใจสังคม เรื่องต่อไปนี้
เป็นเรื่องของผมเอง ความคิดผมเอง ไม่มีใครบังคับ สติ ตอนพิมพ์โกรธนิดๆ แต่ยังอยู่พื้นฐานของเหตุผล และใจที่เป็นกลาง
ก้าวแรก
ผมเข้าไปวันแรกรู้สึกได้ถึงความ งง ผสม กับความอบอุ่นจากรุ่นพี่ที่มารอต้อนรับ เป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยากมากครับ
ที่ผมลงจากรถไฟ เดินทาง600 กิโล คนเดียว ครั้งแรกในชีวิต เพื่อนสนิทไม่มี พ่อแม่ ไม่มา พี่น้องญาติ ไม่มี แต่พบกับ
รุ่นพี่ ที่มหาลัยมาตอนรับ เอาข้าวมาให้ เอาขนมมาให้ จัดรถไปมหาลัยให้ ต้องบอกว่ารู้สึกอบอุ่นมากครับ ที่ใส่ใจน้องขนาดนี้
ทั้งๆที่เรายังไม่รู้จักกันมาก่อน พี่สาขา ไหนก็ไม่รู้ ผมก็จำไม่ได้ รู้แต่พอเราบอกว่า มารายงานตัวที่แม่โจ้ พี่เขายกของให้หมดเลย
แล้วที่ได้ยินมาว่า โหด โหด อะไร มันโหดตรงไหนกัน พี่ๆแต่ละคนยิ่งถ้าได้เจอพี่สาขาตัวเอง ดูพี่เขาจะตื่นเต้นกับเรามาก
สรุป ก้าวแรก ก็ งงๆ ผสม กับความอบอุ่น
ก่อนรับน้อง 1 อาทิตย์
กิจกรรมต่างๆเริ่มมีเข้ามา ประชุมบ้าง ร้องเพลงบ้าง เต้นบ้าง บอกตามตรงผมเบื่อช่วงนี้ที่สุด ใจลึกๆ อยากกลับบ้านครับ ผมมาเรียน
แต่ที่เจอคือวันๆ เต้นๆ ร้องเพลง วนๆอยู่อย่างนั้น โดยที่ตอนนั้นผมไม่เข้าใจเหตุผลใดๆ ว่าทำไปเพื่ออะไร เขาให้ทำอะไรก็ทำ
พอใกล้ 7 วันรับน้อง ที่เขาว่าโหดมาก ผมก็เริ่มได้ยินข่าวสารต่างๆ เข้ามา ทั้งดี และไม่ดี แต่ส่วนใหญ่จะไม่ดีครับ ประมาณว่า
ต้องโดนยึดโทรศัพท์ ห้ามติดต่อทางบ้าน ห้ามนู้น ห้ามนี้ เหมือนเดิมครับ ผมก็ งง ซิ เห้ยก่อนมาเรียนไม่เห็นรู้มาก่อนว่ามีแบบนี้ด้วย
(หรือมีเอกสารอะไรแจ้งมาหรือป่าว ผมก็ไม่แน่ใจบอกตามตรงถึงมี ผมก็ไม่เคยอ่านจึงไม่แน่ใจส่วนนี้นะครับ)
จะโหดอะไรขนาดนั้น ขนาดพ่อแม่ ยังไม่เคยสั่งให้ทำหรือบังคับอะไรขนาดนี้เลย ถึงใจไม่ยอมรับ แต่ถูกบังคับ บวกกับคนอื่นๆเขาก็ทำกัน
ทำยังไงได้ ก็ต้องทำตามละครับ ทั้งที่ใจผม ต่อต้าน
ช่วงรับน้อง 7 วัน
ผมจะเล่ารวมๆเลยนะครับ เจาะประเด็นที่สังคมพูดถึงป็นส่วนใหญ่ แต่อาจจะมีเลยบ้างเพื่อให้เห็นภาพรวม ให้เห็นถึงเจนตนาของรุ่นพี่
ที่ดี และไม่ดี เฉพาะที่ผมเจอกับตัวเอง ส่วนที่ได้ยินมาผมขอไม่พูดถึงนะครับ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าอันไหนจริง อันไหนแต่งขึ้นให้ดูเกินจริง
ประเด็นแรกเรื่องความรุนแรง มีอยู่จริงครับ
(ส่วนนี้คิดได้ตอนเป็นรุ่นพี่ปี 2 นะครับ ความรุ่นแรงที่ว่านี้ไม่ใช่กับทุกคนหรือเรียกได้ว่า เป็นส่วนน้อยมากๆ ถ้ามาตรฐานจริงๆตรงนี้ความรุ่นแรงห้ามเกิดกับน้องเด็ดขาด ) แต่จุดนี้ มหาลัยเอง หรือพี่ปี 2 เองไม่สามารถควบคุมรุ่นพี่กลุ่มที่ใช้ความรุ่นแรงได้อย่าง 100% รุ่นน้องบางคนโดน
เพราะทำผิด กวนทีน..รุ่นพี่ มองหน้า ต่างๆนาๆ บางคนโดนเพราะรุ่นพี่บางคนเก็บกดมา 1 ปี หรือมีความรุนแรงอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว มาระบายกับรุ่น
น้อง ส่วนตัวผมเองก็โดนครับ ผมโดนเคสหลังครับ พี่กระทำผมโดยที่ไม่ตั้งใจหรือไม่ได้เจาะจงมาที่ผม ผมไปอยู่ผิดที่ผิดเวลาเอง ยอมรับครับว่าตอนนั้นน้ำตาไหลเลย เจ็บกายนิดหน่อยแต่ใจผมนี้แค้นมาก จุดนี้ครับ ที่พวกเราพี่น้องชาวแม่โจ้ ต้องรวมมือแก้ไขอย่างจริงจัง
กับรุ่นพี่บางคนที่หัวรุนแรงกระทำต่อรุ่น น้องโดยที่ไม่มีเหตุผล ย้ำนะครับ ไม่มีเหตุผล เพื่อให้เห็นภาพนะครับ ผมวิ่งๆมาอยู่ดีๆตามเพื่อนๆคนอื่น
ก็ถูกทำร้ายเฉยเลย ตอนนั้นผม งง มาก ว่าเราไปทำอะไรผิดรุ่นพี่คนนั้นถึงทำกับเราแบบนั้น แต่ผมก็อดทนต่อไปครับ ที่วันๆเอาแต่ก้มหัวให้พี่เขาด่า
มาว่า หรือว๊าก ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิด บางครั้งถูกยัดเยียดความผิดให้ แล้วก็มาว่าทีหลัง (อันนี้ผมไม่เห็นด้วยที่สุด)
กิจกรรมหลายๆกิจกรรม ผมจบออกมาผมยอมรับครับว่าดีจริง ไม่ต้องอธิบายต่อว่าดียังไงนะครับ มันจะยาว
แต่ปัญหาหลักคือ ไม่สามารถคุมรุ่นพี่หัวรุ่นแรงได้ และ ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ รุ่นน้องหลายๆคนที่คุณหนูจัด หรือไม่เคยแบกรับความกดดัน
เลยตั้งแต่เล็กจนโต พวกนี้อยู่ไม่ได้หรอกครับ ผมก็เห็นขอลาออกกันเป็นแถวๆ เป็นช่วงที่ทุกคนต้องปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็ง
ต้องยอมรับนะครับ ว่าถ้าใครผ่านช่วงนี้มาได้ เรื่องเรียนเป็นเรื่องเล็กครับ ตรรกะง่ายๆ เราถูกกดดันโดยไร้เหตุผล (ความคิดตอนปี 1 นะครับ)
เรายังยอมรับและผ่านมันมาได้โดยไม่มีปัญหา หรือยอมแพ้ (การลาออก) ต่อไปเจออุปสรรคข้างหน้าทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน เราจะสู้จนผ่านไปได้
ที่สำคัญ เราเคยลำบากร่วมกันมา ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง เป็นธรรมดา ต้องรักไคร่กลมเกียว สามัคคี กันอย่างที่สุด ผมไม่ได้บอกนะครับว่าวิธีการนี้
เป็น ตรรกะ ที่ถูกต้อง เพียงแต่ผมพยายามอธิบายถึงเหตุผลว่าถ้าผ่านไปได้ ผลของมันจะเป็นยังไง
หลายๆคนก็จะมาโจมตีว่า มีวิธีอื่นต้องเยอะ ที่ทำให้ผลลัพธ์ได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง
ไม่มีใครกล้ารับประกันหรอกครับ ว่าวิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดกับจำนวนคน เกินกว่า 5 พันคนพร้อมๆกัน ที่จะทำให้น้องๆทุกคนรักกัน
สามัคคีกัน ยอมรับแรงกดดันต่างๆ และผ่านมันไปด้วยกัน เพียงเพราะมันเป็นประเพณีมายาวนานที่ทำกันรุ่นสู่ รุ่น
แต่ตัวผมเองก็ปฏิเสธความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมันมีอยู่จริง ทั้งที่โดนมากับตัว
และทีเห็นมากับตา ปัญหาต่างๆจึงเกิดขึ้นสะสมมานานหลายปี
ประเด็นเรื่องความรุ่นแรงผมขอสรุปให้มหาลัยต้องปรับปรุง และทำความเข้าใจกับสังคมแบบนี้นะครับ
มหาลัยต้องแก้ไขด่วน เราต่างรู้กันอยู่ว่าพวกเราเพื่อนเรา พี่เรา น้องเราชาวแม่โจ้ทุกท่าน คุมกันได้ไม่หมด กับพวกจิตใจที่มีความรุ่นแรง
ทุกปีจะมีเหตุการณ์แบบนี้ตลอดหนัก เบาแต่ละปีไม่เท่ากัน ตรงนี้ต้องแก้ไขโดยด่วน กับบุคคลที่ตั้งใจก่อเหตุความรุนแรง โดยถือเป็นเรื่องส่วนตัว
ส่วนสังคมภายนอกที่เห็นทั้งภาพนิ่ง วีดิโอคลิปเหตุการณ์ต่างๆ หรือที่ได้ยินมาสุดแล้วแต่ที่จะมีข้อมูลในหัวของท่านนะครับ
ข้อมูลที่ท่านได้เห็นมีแต่เชิงลบ ทั้งๆที่มหาลัยพยายามถ่ายรูปรอยยิ้มของน้องๆมาเท่าไร ท่านก็ไม่เคยเลือกมามองด้านบวกกันบ้าง (อันนี้ประชด)
เหตุการณ์เรื่องความรุ่นแรงมันมีอยู่ก็จริงครับ แต่เรื่องดีๆมีเยอะมากครับ ผมเล่าแต่ส่วนที่ผมเจอมากับตัวเองนะครับ
เริ่มจาก ตอนที่ผมถูกทำร้ายแบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ผมแน่น จุกท้องมาก ผมนี้ล้มทั้งยืนเลย จนมีพี่คนหนึงเห็นผมล้ม เขาเรียกเพื่อนๆมา
ช่วยผมให้ลุกขึ้นและพยายามถามว่าเป็นอะไร ไหวไหม เจ็บตรงไหน สู้ๆน้อง เดียวมันก็จบแล้ว เดียวก็ผ่านไปได้ พาผมไปพัก เอายาดมให้
นวดคอให้ ทั้งที่ตัวผมมีแต่เหงื่อ เหม็นมาก เพราะทำกิจกรรมมาทั้งวัน พี่เขาจับตัวผม นวดให้ผม ไม่รู้สึกถึงความรังเกรียดเลยสักนิด
พอผมเล่าว่าถูกทำร้ายมา พี่บุคคลเหล่านั้นไม่ได้นิ่งนอนใจหรือเห็นด้วยกับการกระทำของรุ่นพี่กลุ่มที่ใช้ความรุ่นแรง เขารีบกระจายข่าว
และตามหาตัวอย่างจริงจัง เจอหรือป่าวผมก็ไม่รู้ แต่อย่างน้อยที่รู้คือ พี่ที่เขาดีๆมีเยอะ ผมจึงรู้ได้ว่าไม่ใช่พี่ทุกคนที่ใช้ความรุ่นแรง
ส่วนใหญ่เป็นห่วงและไม่ชอบที่เห็นน้องต้อง ล้ม ต้องป่วย ต้องเจ็บเลย ผมมาเข้าใจทุกอย่าง
ก็ต้องยอมให้เวลาผ่านมา 1 ปี จนตัวเองมาเป็นรุ่นพี่ และรับน้องปี 1 อีกที
ไม่ได้มาเรียนเองไม่รู้หรอก
(ผมพูดในสถานะตอนนั้น ผมเป็นรุ่นพี่ปี 2 แล้ว)
7 วันรับน้องนี้ น้องเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม รุ่นพี่ทุกคนเหนื่อยกว่าเยอะมากครับ (จุดนี้น่าจะเป็นที่มาของคำว่าถ้าใครไม่ได้มาเรียนเองไม่รู้หรอก)
รุ่นพี่ปี 2 ที่รอรับน้องปี 1 ทุกคนก็จะมีรุ่นพี่ ปี 3 ปี 4 ปี 5-8 หรือจบไปแล้ว มาคอยกำกับดูอีกที ทุกอย่างที่น้องปี 1 ทำผิด พี่ปี 2 มีส่วนรับผิดชอบ
อย่างไม่มีข้อแก้ตัว ทุกเหตุการณ์ อย่างเข้มงวด ตรงนี้ตากหากครับ ที่โหดจริง นี้จึงเป็นเหตุที่ทำให้ พวกรุ่นพี่ รักน้องอย่างมาก รวมทั้งตัวผมเอง
ผมก็รักน้องปี 1 ทุกคนจริงๆ อาจจะขัดใจบ้างกับการกระทำของรุ่นพี่คนอื่นๆ หรือกิจกรรมอื่นๆที่มีเฉพาะสาขา ที่เขาเล่ากันว่ารุนแรงและโหดร้าย (ตรงนี้ผมไม่รู้วิธีการ แต่ผมผลลัพธ์ของมัน สาขาเหล่านี้ รักใคร่กันมากมีระเบียบมาก ไปไหนมาไหนในมหาลัยดูน่าเกรงข่ามและน่านับถือ)
ใครไม่มาอยู่ ไม่มาเรียน ไม่รู้แน่นอน ว่าการที่อดหลับ อดนอน 7 วัน โดนลงโทษกับสิ่งที่ทำไม่ถูก ไม่ควร กับน้อง
เทียบกับช่วงตอนรับน้องที่ผมอยู่ปี 1 บอกได้เลยครับ ว่ามันต่างกันแค่ ตอนปี 1 เราไม่รู้ว่าเกมส์ดำเนินไปยังไง ทางไหน ไม่รู้วัน ไม่รู้เวลา
แต่ กับรุ่นพี่ ปี 2 นั้นรู้ทุกอย่าง มันต่างกันแค่นั้น รุ่นพี่ต้องตื่นตี 4 ไปรอรับน้องรถไฟ ไปรอรับสนามบิน ไปรอรับ บขส หรืออาเขต
รุ่นพี่ต้องส่งน้องเข้านอน และมีบางกลุ่มต้องแบ่งกันเฝ้า ยิ่งช่วง 7 วัน เราต้องกันทั้ง คนนอก และคนใน สังคมอาจจะมองว่า
พวกนี้คือกลุ่มที่ไม่ให้คนนอกเข้าอย่างเดียว แต่จริงๆแล้วรุ่นพี่ ปี 2 กลุ่มนี้ต้องเฝ้าระวังประตู หรือตามต้นไม้ต่างๆ เพื่อให้น้องปลอดภัย
ผมเองก็เป็นหนึงในนั้น มีเหตุการณ์ต่างๆมากมายที่เป็นภัยต่อรุ่นน้องมากมาย ส่วนที่ผมได้เจอกับตัวเองนะครับ มีทั้ง ขโมยที่แอบเข้ามา
พวกจรจัด พวกถ้ำมองตามรั่ว มองน้องผู้หญิง โดยเฉพาะเหตุการณ์นี้ไม่มีวันลืม คือรุ่นน้องคนไหนผมก็ไม่ในใจ ไปมีเรื่องในมืองก่อนมารับน้อง
พวกนั้นตามหารุ่นน้องคนนั้น มีทั้งมีด ดาบ มากันประมาณ 8 คน ประตูที่แอบเข้ามาไม่ได้อยู่ในจุดที่ผมดูแล แต่มีการแจ้งกันให้ทราบโดยทั่ว
ว่าห้ามคนนอกออก ก็ปิดประตูตีแมวซิครับ ผมก็เห็นมีการทำร้ายกันเพื่อปกป้องไม่ให้บุคคลเหล่านั้นได้เข้าถึงตัวน้องที่นอนหลับอย่างไม่รู้เรื่อง
ไม่มีส่วนไหนเลย ที่ประเพณีของแม่โจ้จะปลูกฝั่งให้ใช้ความรุนแรง หรือรังแกรุ่นน้อง มีเพียงบุคคล หรือกลุ่มคนที่เราดูแลกันไม่ทั่วถึงเท่านั้น
ที่มหาลัยต้อมีมาตรการในการแก้ไขอย่างจริงจัง