วันนี้ขออนุญาตสามีตั้งกระทู้นิดนึงคะ ...
เราเคยมีแฟนคนนึง(จะเรียกแฟนได้รึเปล่าก็ไม่รู้สิ เพราะดูเหมือนเขาเทคแคร์เราแบบน้องสาวมากกว่า) วันนั้นเราไปเที่ยวแล้วก็ปิ๊งค์เขาทันทีตั้งแต่แรกพบ เขาทำงานเป็นวิทยากรคะ กลับไปเจอกันอีกที วางแผนซะดิบดีว่าต้องเข้าไปชวนเขาคุยให้ได้ต้องทำให้เขาจำเราให้ได้ แล้วบรรยากาศก็เป็นใจ ฝนดันตกกระหน่ำมาอย่างหนักทั้งๆที่เริ่มเข้าหน้าหนาว เขาเลยไม่มีงาน เราเลยได้เดินคุยกันจนสนิท กล้าพูดทุกอย่างเลยว่าตอนนั้นเรารักคนนี้มาก ยิ่งได้สนิทกับเขามากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งพยายามมากขึ้น ตอนนั้นเราพยายามทุกอย่าง ทั้งจากที่ไม่เคยใช้เครื่องสำอางค์ เราก็แต่งหน้า ซื้อเสื้อสวยๆมาใส่บ้าง จากที่ใครก็บอกว่าเราทอมแน่ๆ เราเปลี่ยนจากหัวจรดเท้า แทบไม่เชื่อเลยว่าคือตัวเอง ถึงขนาดทำทุกอย่างให้ได้ไปเจอเขา แม้ที่ทำงานเขาจะไกลจากบ้านเรามาก เราก็ยังไปหา ขอแค่ได้พบได้เจอหน้า มันก็เป็นกำลังใจสูงสุดสำหรับเราแล้ว เราคบกันสองปีได้คะ ปีแรกๆไปดูหนัง หาเวลาช่วงวันหยุดงานไปเจอเขา ก็อย่างที่บอกแค่ได้เห็นหน้าได้ยินเสียงก็มีความสุข โทรหากันบ้างเป็นบางครั้ง ช่วงหลังๆความรับผิดชอบก็เยอะขึ้น ปีหลังๆเริ่มแย่ ข่าวจากเพื่อนบ้าง ไม่มีเวลาให้บ้าง เวลาไม่ตรงกันบ้าง มีครั้งหนึ่งที่ชวนไปดูหนัง ไปดูไม่ได้คะตอนแรกเราคิดว่าติดงาน ก็ไปหาที่ทำงานคะ ไม่อยู่เราเลยโทรไปหา บอกอยู่ต่างจังหวัด ที่ไหนได้ซิ่งมอไซด์อยู่แถวนั้นแหละคะ เรารู้สึกแย่เลยเผาตั๋วหนังทิ้งเลย มีครั้งหนึ่งที่ต้องรอเขาเลิกงาน บอกงานยังไม่เสร็จ รอเป็นชั่วโมงบอกเดี๋ยวมา ผลปรากฎว่ากลับไปแล้ว มีครั้งหนึ่งที่คิดว่าจะได้ลอยกระทงด้วยกัน ปล่อยเรารออยู่ที่ทำงานกับเพื่อนเขา จนดึกดื่น แล้วก็ไม่มา วันนั้นแต่งตัวไปอย่างสวยเลย แต่เขาก็ไม่ได้เห็น ใช่คะ... โทรไปคะ ไม่รับสาย ตอนนั้นเศร้าใจมาก แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เราเห็นเขาคะ นั่งถือกระป๋องเบียร์กับใครไมรู้ ตอนนั้นเรียกว่าเป็นลอยกระทงที่เจ็บปวดมาก ไม่กล้าเข้าไปหาเขาด้วยซ้ำ ตอนนั้นเริ่มคิดแล้วว่าเขาไม่เคยรัก เพื่อนเขาก็พูดให้ใจเสียตลอด เราไม่ไปหาเขาหลายเดือนเลยเพราะช่วงนั้นยุ่งๆเราเปลี่ยนงานด้วย ตอนนั้นก็เผื่อใจให้ผู้ชายอีกคนแต่คบกันได้เดือนนึง เพราะวุฒิภาวะเราต่างกันคะ เราเลยไปกันไม่ได้ อีกอย่างเรายังคงรักผู้ชายคนนั้นอยู่ วันที่11เมษายน สิบปีก่อนเรากลับไปเพื่อจะเจอเขาอีกครั้ง ภาพที่เห็นคือเขายิ้มแย้มมีความสุขกับเพื่อนและสาวน้อยนางหนึ่ง ซึ่งที่ตรงนั้นมันเคยเป็นที่ของเรา ............. ตั้งแต่วันนั้นเราไม่กล้าไปพบไปเจอหน้าเขาอีกเลย ห้าปีต่อมาที่หายหน้าไปจนแทบลืม ระยะเวลานี้เขาก็ย้ายไปประจำที่ต่างจังหวัด ความจริงจะไปหาก็ได้นะ แต่เราไม่กล้า ในส่วนลึกเรายังคงรักเขามากมาย แม้ตอนนี้เราจะผ่านเรื่องราวอะไรมามาก คืนนั้นเรานั่งดื่มอยู่ที่ร้านๆนึง เรากดมือถือเล่นคะ พลางก็นึกถึงเบอร์ๆนึงขึ้นมา เลยลองกดโทรดู ....ใช่คะ เสียงผู้ชายที่รับสายไม่เปลี่ยนเลย เป็นวันที่แทบจะร้องไห้ แต่เรากลับจำต้องอำเขาไปว่าเราโทรผิด....... อำไปว่าเป็นเพื่อนกับคนรู้จัก แต่เขาก็ดันจำเสียงเราได้แล้วถามกลับมาว่าอำพี่เล่นใช่ไหมเนี้ย... นั้นทำให้เรารู้ว่า5ปี เขายังจำเราได้ เราโทรหาเขาแต่ไม่บ่อย กลัวรบกวน กลัวเขาอยู่กับแฟน แล้วก็ต้องห่างกันอีกเพราะเราเจอคนที่เขารักเราและเราก็รักเขามาก อดีตมันหวนกลับไปไม่ได้คะ จนกระทั่งเฟสบุ๊คเข้ามานี่แหละคะ วันนั้นเราก็นึกถึงเขาขึ้นมาอีกเลยลองเสริชชื่อเขาดู แล้วก็เจอเฟสบุ๊ค เลยลองแอดเข้าไปคุย นานมากกว่าเขาจะรับ เขาก็รู้คะว่าเรามีแฟนแล้ว เขายังอวยพรเราเลย ถามถึงผู้หญิงเขาเองก็บอกสบายๆอยากอยู่แบบโสดๆตลอด .....
เลยแกล้งอำไปโดยใช้ชื่อปลอม ไปคุยเล่นกับเขาเพราะเรารู้ว่าเขาชอบอะไร สุดท้ายเขาก็จับได้แล้วเขาก็โมโหเรามาก ถามว่าเราบ้าเหรอทำแบบนี้ทำไม
ไม่ได้คุยกับเขาไปพักนึงเลยคะ จนรู้สึกว่าสถานการณ์ดีก็โทรไปหาวันเทศกาลบ้าง ส่งบัตรคอนเสริต์ไปให้บ้าง ส่งแมสเสจไปอวยพรวันเกิดบ้าง เพียงหวังแค่ว่าขอให้เขาอย่าลืมเราเลย เรายังอยากให้เขาจำเราได้เหมือนวันแรกๆที่เจอกัน แม้สถานะมันจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาหมดแล้ว
เราเจออีกเฟสนึงของเขาซึ่งในนั้นมีรูปคู่กับสาวน้อยคนนึงที่น่ารัก สวย ทุกอย่าง แล้วซักพักเขาก็โพสในหน้าเฟสบุ๊คว่าเลิกกับนางแล้ว
หลังจากวันนั้น วันที่11 เมษายน2558 สิบปีต่อมา เขาทำเราอกหักเป็นครั้งที่สาม(แบบแอบๆ) เมื่อเขาเปิดตัวสาวน้อยนางนึง ซึ่งนางบอกว่าเป็นภรรยาเขา ถึงแม้ไม่เจ็บมากเพราะเรามีสามีที่น่ารักแล้ว แต่ความรู้สึกลึกๆเรา แม่มจี๊ดมากืเฮ้ย!!! ไมต้องมาเปิดตัวกันอะไร วันเดียวกับเมื่อสิบปีก่อนด้วยว้า ได้แต่ทำเป็นพูดดี แต่แอบไปส่องเฟสนางและแฟนนางตลอด แต่ตอนนี้เขาก็ไม่เคยตอบเฟสบุ๊คอะไรเรามาอีกเลย รู้ว่าเขาอ่านนะ
ได้แต่หวังแค่ว่าเขาจะมีความสุขก็แค่นั้น
เคยแอบส่องFacebook ของคนรักเก่ากันบ้างไหมคะ
เราเคยมีแฟนคนนึง(จะเรียกแฟนได้รึเปล่าก็ไม่รู้สิ เพราะดูเหมือนเขาเทคแคร์เราแบบน้องสาวมากกว่า) วันนั้นเราไปเที่ยวแล้วก็ปิ๊งค์เขาทันทีตั้งแต่แรกพบ เขาทำงานเป็นวิทยากรคะ กลับไปเจอกันอีกที วางแผนซะดิบดีว่าต้องเข้าไปชวนเขาคุยให้ได้ต้องทำให้เขาจำเราให้ได้ แล้วบรรยากาศก็เป็นใจ ฝนดันตกกระหน่ำมาอย่างหนักทั้งๆที่เริ่มเข้าหน้าหนาว เขาเลยไม่มีงาน เราเลยได้เดินคุยกันจนสนิท กล้าพูดทุกอย่างเลยว่าตอนนั้นเรารักคนนี้มาก ยิ่งได้สนิทกับเขามากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งพยายามมากขึ้น ตอนนั้นเราพยายามทุกอย่าง ทั้งจากที่ไม่เคยใช้เครื่องสำอางค์ เราก็แต่งหน้า ซื้อเสื้อสวยๆมาใส่บ้าง จากที่ใครก็บอกว่าเราทอมแน่ๆ เราเปลี่ยนจากหัวจรดเท้า แทบไม่เชื่อเลยว่าคือตัวเอง ถึงขนาดทำทุกอย่างให้ได้ไปเจอเขา แม้ที่ทำงานเขาจะไกลจากบ้านเรามาก เราก็ยังไปหา ขอแค่ได้พบได้เจอหน้า มันก็เป็นกำลังใจสูงสุดสำหรับเราแล้ว เราคบกันสองปีได้คะ ปีแรกๆไปดูหนัง หาเวลาช่วงวันหยุดงานไปเจอเขา ก็อย่างที่บอกแค่ได้เห็นหน้าได้ยินเสียงก็มีความสุข โทรหากันบ้างเป็นบางครั้ง ช่วงหลังๆความรับผิดชอบก็เยอะขึ้น ปีหลังๆเริ่มแย่ ข่าวจากเพื่อนบ้าง ไม่มีเวลาให้บ้าง เวลาไม่ตรงกันบ้าง มีครั้งหนึ่งที่ชวนไปดูหนัง ไปดูไม่ได้คะตอนแรกเราคิดว่าติดงาน ก็ไปหาที่ทำงานคะ ไม่อยู่เราเลยโทรไปหา บอกอยู่ต่างจังหวัด ที่ไหนได้ซิ่งมอไซด์อยู่แถวนั้นแหละคะ เรารู้สึกแย่เลยเผาตั๋วหนังทิ้งเลย มีครั้งหนึ่งที่ต้องรอเขาเลิกงาน บอกงานยังไม่เสร็จ รอเป็นชั่วโมงบอกเดี๋ยวมา ผลปรากฎว่ากลับไปแล้ว มีครั้งหนึ่งที่คิดว่าจะได้ลอยกระทงด้วยกัน ปล่อยเรารออยู่ที่ทำงานกับเพื่อนเขา จนดึกดื่น แล้วก็ไม่มา วันนั้นแต่งตัวไปอย่างสวยเลย แต่เขาก็ไม่ได้เห็น ใช่คะ... โทรไปคะ ไม่รับสาย ตอนนั้นเศร้าใจมาก แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เราเห็นเขาคะ นั่งถือกระป๋องเบียร์กับใครไมรู้ ตอนนั้นเรียกว่าเป็นลอยกระทงที่เจ็บปวดมาก ไม่กล้าเข้าไปหาเขาด้วยซ้ำ ตอนนั้นเริ่มคิดแล้วว่าเขาไม่เคยรัก เพื่อนเขาก็พูดให้ใจเสียตลอด เราไม่ไปหาเขาหลายเดือนเลยเพราะช่วงนั้นยุ่งๆเราเปลี่ยนงานด้วย ตอนนั้นก็เผื่อใจให้ผู้ชายอีกคนแต่คบกันได้เดือนนึง เพราะวุฒิภาวะเราต่างกันคะ เราเลยไปกันไม่ได้ อีกอย่างเรายังคงรักผู้ชายคนนั้นอยู่ วันที่11เมษายน สิบปีก่อนเรากลับไปเพื่อจะเจอเขาอีกครั้ง ภาพที่เห็นคือเขายิ้มแย้มมีความสุขกับเพื่อนและสาวน้อยนางหนึ่ง ซึ่งที่ตรงนั้นมันเคยเป็นที่ของเรา ............. ตั้งแต่วันนั้นเราไม่กล้าไปพบไปเจอหน้าเขาอีกเลย ห้าปีต่อมาที่หายหน้าไปจนแทบลืม ระยะเวลานี้เขาก็ย้ายไปประจำที่ต่างจังหวัด ความจริงจะไปหาก็ได้นะ แต่เราไม่กล้า ในส่วนลึกเรายังคงรักเขามากมาย แม้ตอนนี้เราจะผ่านเรื่องราวอะไรมามาก คืนนั้นเรานั่งดื่มอยู่ที่ร้านๆนึง เรากดมือถือเล่นคะ พลางก็นึกถึงเบอร์ๆนึงขึ้นมา เลยลองกดโทรดู ....ใช่คะ เสียงผู้ชายที่รับสายไม่เปลี่ยนเลย เป็นวันที่แทบจะร้องไห้ แต่เรากลับจำต้องอำเขาไปว่าเราโทรผิด....... อำไปว่าเป็นเพื่อนกับคนรู้จัก แต่เขาก็ดันจำเสียงเราได้แล้วถามกลับมาว่าอำพี่เล่นใช่ไหมเนี้ย... นั้นทำให้เรารู้ว่า5ปี เขายังจำเราได้ เราโทรหาเขาแต่ไม่บ่อย กลัวรบกวน กลัวเขาอยู่กับแฟน แล้วก็ต้องห่างกันอีกเพราะเราเจอคนที่เขารักเราและเราก็รักเขามาก อดีตมันหวนกลับไปไม่ได้คะ จนกระทั่งเฟสบุ๊คเข้ามานี่แหละคะ วันนั้นเราก็นึกถึงเขาขึ้นมาอีกเลยลองเสริชชื่อเขาดู แล้วก็เจอเฟสบุ๊ค เลยลองแอดเข้าไปคุย นานมากกว่าเขาจะรับ เขาก็รู้คะว่าเรามีแฟนแล้ว เขายังอวยพรเราเลย ถามถึงผู้หญิงเขาเองก็บอกสบายๆอยากอยู่แบบโสดๆตลอด .....
เลยแกล้งอำไปโดยใช้ชื่อปลอม ไปคุยเล่นกับเขาเพราะเรารู้ว่าเขาชอบอะไร สุดท้ายเขาก็จับได้แล้วเขาก็โมโหเรามาก ถามว่าเราบ้าเหรอทำแบบนี้ทำไม
ไม่ได้คุยกับเขาไปพักนึงเลยคะ จนรู้สึกว่าสถานการณ์ดีก็โทรไปหาวันเทศกาลบ้าง ส่งบัตรคอนเสริต์ไปให้บ้าง ส่งแมสเสจไปอวยพรวันเกิดบ้าง เพียงหวังแค่ว่าขอให้เขาอย่าลืมเราเลย เรายังอยากให้เขาจำเราได้เหมือนวันแรกๆที่เจอกัน แม้สถานะมันจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาหมดแล้ว
เราเจออีกเฟสนึงของเขาซึ่งในนั้นมีรูปคู่กับสาวน้อยคนนึงที่น่ารัก สวย ทุกอย่าง แล้วซักพักเขาก็โพสในหน้าเฟสบุ๊คว่าเลิกกับนางแล้ว
หลังจากวันนั้น วันที่11 เมษายน2558 สิบปีต่อมา เขาทำเราอกหักเป็นครั้งที่สาม(แบบแอบๆ) เมื่อเขาเปิดตัวสาวน้อยนางนึง ซึ่งนางบอกว่าเป็นภรรยาเขา ถึงแม้ไม่เจ็บมากเพราะเรามีสามีที่น่ารักแล้ว แต่ความรู้สึกลึกๆเรา แม่มจี๊ดมากืเฮ้ย!!! ไมต้องมาเปิดตัวกันอะไร วันเดียวกับเมื่อสิบปีก่อนด้วยว้า ได้แต่ทำเป็นพูดดี แต่แอบไปส่องเฟสนางและแฟนนางตลอด แต่ตอนนี้เขาก็ไม่เคยตอบเฟสบุ๊คอะไรเรามาอีกเลย รู้ว่าเขาอ่านนะ
ได้แต่หวังแค่ว่าเขาจะมีความสุขก็แค่นั้น