ผมเป็นพุทธตั้งแต่เกิด ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเลือกให้ เมื่อโตขึ้นมาเป็นคนที่มีความคิดต่างกับชาวบ้าน มักถูกเรียกว่า "คนขวางโลก" แต่ผมชอบคำนี้มาก ผมเริ่มโดนเรียกคำนี้ตอนเรียนปี 1 ตอนนั้นเรียนเรื่องสังคมศาสนา โดยมีอาจารย์แม่ที่ใจดี คอยตอบข้อสงสัย ชั่วโมงแรกผมก็แสดงความขวางโลกออกมาอย่างเห้นได้ชัด ขณะที่อาจารย์แม่ ได้พูดเรื่อง ดร.อาจอง ชุมสาย เรื่องเกี่ยวกับการนั้งสมาธิ และเรื่องมนุษย์ต่างดาว ผมได้เอ่ยถามอาจารย์แม่ว่า
ผม : อาจารย์เชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวมั้ยครับ
อาจารย์แม่ : เชื่อสิ
ผม : แล้วเชื่อเรื่องนรกมั้ยครับ
อาจารย์แม่ : เชื่อสิ
ผม : ถ้ามนุษย์ต่างดาวฆ่าคนตาย จับคนไปทรมาน มนุษย์ต่างดาวตายไปจะไปตกนรกที่ไหนครับ
อาจารย์แม่ : ................
เพื่อน : จะบ้าเหรอ
เนี่ยแหละแหละที่ทำให้ผมรู้สึกแต่ต่างกับคนอื่น
- เมื่อก่อนตอนเด็กผมไปไหน เจอวัดเจอโบฐ ต้องยกมือใหว้ ผมก็ไม่รู้ทำไม โตมาเลยรู้ว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นแค่อิฐ ปูน เท่านั้น มั้นไม่สามารถคุ้มครองใครได้หรอก
- ปิดทอง ผมชอบปิดทองตรงที่เขาไม่ปิดกันอย่างข้างหลัง หรือเท้า แม่ผมมักบ่นว่าจะปิดทำไม ถ้าไม่ปิดด้านหลังองค์พระจะทองทั้งองค์ได้อย่างไง
- ตอนเด็กๆ ผมชอบเสียงเซียมซีมาก จนวันนึง ได้ใบเซียมซี ที่คำทำนายเหมือน กับครั้งก่อนที่เราเคยได้ ผมถึง ฉลาด ได้ ว่า มันก็แค่กระดาษ ที่มีคำทำนานจากโรงพิมพ์เดียวกัน หลังจากนั้นผมไม่เคยเสียงเซียมซีอีกเลย
- ครั้งหนึ่งผมไปแข่งกีฬา ผมขอพรก่อนแข่ง กับพระพุทธรูปประจำโรงเรียน ขอให้ชนะ แต่ก็มีคำถามเกิดขึ้นในใจ ถ้าคู่แข่งเรามาขอกับพระองค์นี้ แล้วท่านจะให้ใครชนะ หลังจากนั้นผมก้ไม่เคยของอะไร กับพระพุทธรูป นอกจากขอให้แม่มีร่างกายที่แข็งแรงและมีความสุข
ไม่ใช่แค่พุทธนะครับ คริสก็มีคนชวนผมเข้าไป แต่คราวนี้ผมไม่มีคำถามไปถามเขาหรอก ผมก็นั่งฟั้งความรู้สึกคล้ายๆ กับ ธุรกิจเครื่อข่าย อะไรเทือกนั้น ที่เอาคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มาเล่า ผมไม่ค่อยเก็ทเท่าไร
แต่เดียวนี้ผมว่าผมเริ่มห่างไกลจากศาสนามากขึ้น ตังแต่เรื่องพระทำตัวไม่เหมาะสม และยิ่งธรรมกาย ผมแทบไม่อยากเป็นชาวพุทธเลย เวลาผมไปเซเว่น ตอนประมาณ 3 ทุ่ม ยังเห็นพระเห็นเณร เดินซดมาม่ากันอยู่เลย ไปคลองถมเห้นพระเลือกหนังโป๊ เวลาคนบวช ก็ต้องเอาเงินให้วัด ผมรู้สึกเดียวนี้ศาสนาเป็นธุรกิจไปแล้ว ไม่มีความน่าเชื่อถือ หรือเคารพแม้แต่น้อย ผมอยากให้วัดมีพระที่ตอบปัญหาทางธรรมได้บ้าง ไม่ใช้เอาเวลาไปนับเงิน รับกิจนิมนต์ พิมพ์ตกหล่นไปบ้างขออภัย ดึกแล้ว
อยู่ดีๆ ผมกลายเป็นคนไม่มี ศาสนา
ผม : อาจารย์เชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวมั้ยครับ
อาจารย์แม่ : เชื่อสิ
ผม : แล้วเชื่อเรื่องนรกมั้ยครับ
อาจารย์แม่ : เชื่อสิ
ผม : ถ้ามนุษย์ต่างดาวฆ่าคนตาย จับคนไปทรมาน มนุษย์ต่างดาวตายไปจะไปตกนรกที่ไหนครับ
อาจารย์แม่ : ................
เพื่อน : จะบ้าเหรอ
เนี่ยแหละแหละที่ทำให้ผมรู้สึกแต่ต่างกับคนอื่น
- เมื่อก่อนตอนเด็กผมไปไหน เจอวัดเจอโบฐ ต้องยกมือใหว้ ผมก็ไม่รู้ทำไม โตมาเลยรู้ว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นแค่อิฐ ปูน เท่านั้น มั้นไม่สามารถคุ้มครองใครได้หรอก
- ปิดทอง ผมชอบปิดทองตรงที่เขาไม่ปิดกันอย่างข้างหลัง หรือเท้า แม่ผมมักบ่นว่าจะปิดทำไม ถ้าไม่ปิดด้านหลังองค์พระจะทองทั้งองค์ได้อย่างไง
- ตอนเด็กๆ ผมชอบเสียงเซียมซีมาก จนวันนึง ได้ใบเซียมซี ที่คำทำนายเหมือน กับครั้งก่อนที่เราเคยได้ ผมถึง ฉลาด ได้ ว่า มันก็แค่กระดาษ ที่มีคำทำนานจากโรงพิมพ์เดียวกัน หลังจากนั้นผมไม่เคยเสียงเซียมซีอีกเลย
- ครั้งหนึ่งผมไปแข่งกีฬา ผมขอพรก่อนแข่ง กับพระพุทธรูปประจำโรงเรียน ขอให้ชนะ แต่ก็มีคำถามเกิดขึ้นในใจ ถ้าคู่แข่งเรามาขอกับพระองค์นี้ แล้วท่านจะให้ใครชนะ หลังจากนั้นผมก้ไม่เคยของอะไร กับพระพุทธรูป นอกจากขอให้แม่มีร่างกายที่แข็งแรงและมีความสุข
ไม่ใช่แค่พุทธนะครับ คริสก็มีคนชวนผมเข้าไป แต่คราวนี้ผมไม่มีคำถามไปถามเขาหรอก ผมก็นั่งฟั้งความรู้สึกคล้ายๆ กับ ธุรกิจเครื่อข่าย อะไรเทือกนั้น ที่เอาคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มาเล่า ผมไม่ค่อยเก็ทเท่าไร
แต่เดียวนี้ผมว่าผมเริ่มห่างไกลจากศาสนามากขึ้น ตังแต่เรื่องพระทำตัวไม่เหมาะสม และยิ่งธรรมกาย ผมแทบไม่อยากเป็นชาวพุทธเลย เวลาผมไปเซเว่น ตอนประมาณ 3 ทุ่ม ยังเห็นพระเห็นเณร เดินซดมาม่ากันอยู่เลย ไปคลองถมเห้นพระเลือกหนังโป๊ เวลาคนบวช ก็ต้องเอาเงินให้วัด ผมรู้สึกเดียวนี้ศาสนาเป็นธุรกิจไปแล้ว ไม่มีความน่าเชื่อถือ หรือเคารพแม้แต่น้อย ผมอยากให้วัดมีพระที่ตอบปัญหาทางธรรมได้บ้าง ไม่ใช้เอาเวลาไปนับเงิน รับกิจนิมนต์ พิมพ์ตกหล่นไปบ้างขออภัย ดึกแล้ว