วัดที่ผมไปพักอยู่เป็นวัดบ้านป่าอยู่บนภูเขา ที่อำเภอภูเรือ แม้ไม่สูงมากนัก แต่ในฤดูหนาวลมหนาวที่พัดผ่านมาโดยเฉพาะช่วงทำวัตรเช้านี่หนาว
เย็นน่าดู ยิ่งศาลาเปิดโล่งไม่มีผนังอย่างนี้ด้วย หนาวเย็นอย่าบอกใครเลยครับ หลังทําวัตรเช้าเสร็จในเช้าวันหนึ่ง
ผมถามหลวงพ่อว่า ไม่มีธรรมะสำหรับแก้หนาวบ้างหรือครับหลวงพ่อ ? จริง ๆ ผมถามทำลายความเงียบไปยังงั้น ไม่ได้จริงจังอะไร
เพราะทั้งวัดมีอยู่กันแค่สองคน คือผมกับหลวงพ่อ และท่านก็เมตตาให้ความเป็นกันเองกับผมเป็นอย่างยิ่ง
แต่หลวงพ่อกับตอบว่า มีซีโยม มี
มีจริงหรือครับหลวงพ่อ ?
เอ้า เป็นพระพูดไม่จริงได้ไงโยม ว่าแต่โยมกล้าลองหรือเปล่าล่ะ?
น่าสนใจครับ น่าจะลองสักตั้ง ว่าแต่ว่าหลวงพ่อจะให้ทำยังไงหรือครับ?
ไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวโยมก็เก็บกวาดทำความสะอาดศาลาไปตามปกติของโยมนั่นแหละ เสร็จแล้วโยมลองไปอาบน้ำดูแล้วกัน แล้วโยมก็จะรู้
เอง
น้ำเย็นหรือครับ ?
ก็น้ำเย็นซิโยม วัดเรามีเตรื่องทำน้ำอุ่นซะเมื่อไหร่ล่ะ ไฟฟ้ายังไม่มีเลย โยมก็เห็นอยู่นี่
จากนั้นต่างก็แยกกันไป หลวงพ่อท่านก็ไปบิณฑบาตรของท่าน ส่วนผบไปปัดกวาดถูศาลาไปตามปกติ ขณะทำงานไป ผมก็คิดไป
ต่างๆนาๆ ไม่น่าไปรับปากหลวงพ่อเลยเรา หนาวจะตายให้ไปอาบน้ำ ใครจะไป ทนได้ จะเป็นหวัดไหมนี่ ? จะเป็นปอดบวมหรือเปล่า
นะ? ขนาดใส่เสื้อตั้งหลายตัวยังหนาวขนาดนี้เลย เจอน้ำเย็นเข้าไปจะขนาดไหนกันนี่? ถ้าเกิดเป็นตะคิวตายขึ้นมาแล้วจะทำยังไง หลวงพ่อก็
ไม่อยู่ แล้วใครจะช่วยเรา ฯลฯ เฮ้อ คิดแล้วกลุ้ม กลัวก็กลัว ทำไงได้ รับปากหลวงพ่อไปแล้ว เอาก็เอาวะ เป็นอะไรก็เป็นกัน หลังทำความ
สะอาดศาลาเสร็จแล้ว เขาก็ไปอาบน้ำตามคำแนะนำของหลวงพ่อ เป็นการอาบน้ำตอนเช้าครั้งแรกของฤดูหนาวนี้เลยครับ
หลังจากรับบาตรจากหลวงพ่อไปไว้ หลวงพ่อก็ถามขึ้นว่า เป็นไงโยมธรรมะแก้หนาวของหลวงพ่อได้ผลไหม ?
ได้ผลครับหลวงพ่อ ได้ผลเกินคาดครับ วิธีของหลวงพ่อดีจริง ๆ ครับ ผมตอบ
ไหนลองว่ามาซิว่ามันเป็นยังไง
อ้อ มันหนาวเฉพาะตอนราดน้ำไปกระทบตัวครับ มันหนาวอยู่แค่นั้น พอน้ำหมดขันมันเหมือนอุ่นๆสบายตัวดีครับ
อ้าวยังงั้นมันก็หนาวไม่จริงซิโยม
จะว่าไม่จริงก็ไม่ใช่ครับ จะว่าจริงมันก็แค่ตอนกระทบ มันแบบว่าจริงแล้วไม่จริง อะไรประมาณนี้แหละ ไม่รู้จะพูดยังไงครับ ใครไปอาบเองก็รู้
เอง อธิบายไม่ถูกครับ
แล้วก่อนอาบล่ะ เป็นยังไง
ก่อนอาบผมก็กลัวแถบแย่ คิดไปต่าง ๆ นา ๆ
แล้วที่คิดนะมันจริงหรือเปล่าล่ะ ? โยม
ไม่จริงเลยครับ หลวงพ่อ
แสดงว่าความกลัวมันเกิดจากความคิดไปเอง คิดเองกลัวเองใช่ไหม ?
ใช่ครับหลวงพ่อ
แสดงว่าโยมโดนความคิดมันหลอกเข้าแล้วซี
ใช่ครับหลวงพ่อ
เออ ! ว่าแต่ว่า ไอ้ที่โยมเล่ามาทั้งหมดนี่เรื่องมันจริงหรือเปล่านี่ ?
จริงซิครับหลวงพ่อ ก็เรื่องมันเพิ่งเกิดเมื่อกี้นี่เองจะไม่จริงได้ยังไง โกหกพระก็ บาปแย่ซิครับ
โยมฟังให้ดีนะ ที่โยมเล่ามาทั้งหมดนี่ เรื่องมันจบแล้ว ไม่มีอะไรอย่างที่ว่าเหลืออยู่อีกเลย โยมเล่าไปตามความจำ เท่านั้น ความจำนั่นน่ะมี
อยู่ แต่เรื่องราวต่าง ๆ ในความจำอย่างที่โยมเล่ามามันไม่มีแล้ว โยมลองพิจราณาดูให้ดี ๆ ซิว่าจริงไหม ?
จริงครับ หลวงพ่อ
คนเราที่มันยังมีปัญหากันอยู่ไม่จบสิ้นนี่ ล้วนแต่ยึดติดเรื่องราวต่าง ๆ ที่อยู่ในความจำนั่นแหละ มันไม่เห็นว่าเรื่องราวต่าง ๆ ในความจำน่ะมันไม่
มีแล้ว มันจบสิ้นไปแล้ว มันหลงและมีปัญหากับสิ่งที่ไม่มีอยู่ โยมว่ามันบ้าไหม ?
ผมเพิ่งจะรู้ว่าบ้าก็ตอนได้คุยกับหลวงพ่อนี่แหละครับ
หลวงพ่อครับ ไอ้ธรรมะแก้หนาวของหลวงพ่อนี่มันใช้ได้กับทุกคนหรือเปล่าครับ ?
อ้อ ไม่ทุกคนหรอก มันใช้ได้สำหรับโยม ธรรมะมันก็เหมือนยารักษาโรคซึ่งมีมากมายหลายอย่าง จะใช้ยาอะไรก็ต้องให้ถูกโรคถูกคนโยม บาง
ทียาตัวเดียวกันโรคเดียวกัน แต่คนป่วยมีผลข้างเคียงหรือแพ้ยา ก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน
เรื่องเล่า ธรรมะแก้หนาว
เย็นน่าดู ยิ่งศาลาเปิดโล่งไม่มีผนังอย่างนี้ด้วย หนาวเย็นอย่าบอกใครเลยครับ หลังทําวัตรเช้าเสร็จในเช้าวันหนึ่ง
ผมถามหลวงพ่อว่า ไม่มีธรรมะสำหรับแก้หนาวบ้างหรือครับหลวงพ่อ ? จริง ๆ ผมถามทำลายความเงียบไปยังงั้น ไม่ได้จริงจังอะไร
เพราะทั้งวัดมีอยู่กันแค่สองคน คือผมกับหลวงพ่อ และท่านก็เมตตาให้ความเป็นกันเองกับผมเป็นอย่างยิ่ง
แต่หลวงพ่อกับตอบว่า มีซีโยม มี
มีจริงหรือครับหลวงพ่อ ?
เอ้า เป็นพระพูดไม่จริงได้ไงโยม ว่าแต่โยมกล้าลองหรือเปล่าล่ะ?
น่าสนใจครับ น่าจะลองสักตั้ง ว่าแต่ว่าหลวงพ่อจะให้ทำยังไงหรือครับ?
ไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวโยมก็เก็บกวาดทำความสะอาดศาลาไปตามปกติของโยมนั่นแหละ เสร็จแล้วโยมลองไปอาบน้ำดูแล้วกัน แล้วโยมก็จะรู้
เอง
น้ำเย็นหรือครับ ?
ก็น้ำเย็นซิโยม วัดเรามีเตรื่องทำน้ำอุ่นซะเมื่อไหร่ล่ะ ไฟฟ้ายังไม่มีเลย โยมก็เห็นอยู่นี่
จากนั้นต่างก็แยกกันไป หลวงพ่อท่านก็ไปบิณฑบาตรของท่าน ส่วนผบไปปัดกวาดถูศาลาไปตามปกติ ขณะทำงานไป ผมก็คิดไป
ต่างๆนาๆ ไม่น่าไปรับปากหลวงพ่อเลยเรา หนาวจะตายให้ไปอาบน้ำ ใครจะไป ทนได้ จะเป็นหวัดไหมนี่ ? จะเป็นปอดบวมหรือเปล่า
นะ? ขนาดใส่เสื้อตั้งหลายตัวยังหนาวขนาดนี้เลย เจอน้ำเย็นเข้าไปจะขนาดไหนกันนี่? ถ้าเกิดเป็นตะคิวตายขึ้นมาแล้วจะทำยังไง หลวงพ่อก็
ไม่อยู่ แล้วใครจะช่วยเรา ฯลฯ เฮ้อ คิดแล้วกลุ้ม กลัวก็กลัว ทำไงได้ รับปากหลวงพ่อไปแล้ว เอาก็เอาวะ เป็นอะไรก็เป็นกัน หลังทำความ
สะอาดศาลาเสร็จแล้ว เขาก็ไปอาบน้ำตามคำแนะนำของหลวงพ่อ เป็นการอาบน้ำตอนเช้าครั้งแรกของฤดูหนาวนี้เลยครับ
หลังจากรับบาตรจากหลวงพ่อไปไว้ หลวงพ่อก็ถามขึ้นว่า เป็นไงโยมธรรมะแก้หนาวของหลวงพ่อได้ผลไหม ?
ได้ผลครับหลวงพ่อ ได้ผลเกินคาดครับ วิธีของหลวงพ่อดีจริง ๆ ครับ ผมตอบ
ไหนลองว่ามาซิว่ามันเป็นยังไง
อ้อ มันหนาวเฉพาะตอนราดน้ำไปกระทบตัวครับ มันหนาวอยู่แค่นั้น พอน้ำหมดขันมันเหมือนอุ่นๆสบายตัวดีครับ
อ้าวยังงั้นมันก็หนาวไม่จริงซิโยม
จะว่าไม่จริงก็ไม่ใช่ครับ จะว่าจริงมันก็แค่ตอนกระทบ มันแบบว่าจริงแล้วไม่จริง อะไรประมาณนี้แหละ ไม่รู้จะพูดยังไงครับ ใครไปอาบเองก็รู้
เอง อธิบายไม่ถูกครับ
แล้วก่อนอาบล่ะ เป็นยังไง
ก่อนอาบผมก็กลัวแถบแย่ คิดไปต่าง ๆ นา ๆ
แล้วที่คิดนะมันจริงหรือเปล่าล่ะ ? โยม
ไม่จริงเลยครับ หลวงพ่อ
แสดงว่าความกลัวมันเกิดจากความคิดไปเอง คิดเองกลัวเองใช่ไหม ?
ใช่ครับหลวงพ่อ
แสดงว่าโยมโดนความคิดมันหลอกเข้าแล้วซี
ใช่ครับหลวงพ่อ
เออ ! ว่าแต่ว่า ไอ้ที่โยมเล่ามาทั้งหมดนี่เรื่องมันจริงหรือเปล่านี่ ?
จริงซิครับหลวงพ่อ ก็เรื่องมันเพิ่งเกิดเมื่อกี้นี่เองจะไม่จริงได้ยังไง โกหกพระก็ บาปแย่ซิครับ
โยมฟังให้ดีนะ ที่โยมเล่ามาทั้งหมดนี่ เรื่องมันจบแล้ว ไม่มีอะไรอย่างที่ว่าเหลืออยู่อีกเลย โยมเล่าไปตามความจำ เท่านั้น ความจำนั่นน่ะมี
อยู่ แต่เรื่องราวต่าง ๆ ในความจำอย่างที่โยมเล่ามามันไม่มีแล้ว โยมลองพิจราณาดูให้ดี ๆ ซิว่าจริงไหม ?
จริงครับ หลวงพ่อ
คนเราที่มันยังมีปัญหากันอยู่ไม่จบสิ้นนี่ ล้วนแต่ยึดติดเรื่องราวต่าง ๆ ที่อยู่ในความจำนั่นแหละ มันไม่เห็นว่าเรื่องราวต่าง ๆ ในความจำน่ะมันไม่
มีแล้ว มันจบสิ้นไปแล้ว มันหลงและมีปัญหากับสิ่งที่ไม่มีอยู่ โยมว่ามันบ้าไหม ?
ผมเพิ่งจะรู้ว่าบ้าก็ตอนได้คุยกับหลวงพ่อนี่แหละครับ
หลวงพ่อครับ ไอ้ธรรมะแก้หนาวของหลวงพ่อนี่มันใช้ได้กับทุกคนหรือเปล่าครับ ?
อ้อ ไม่ทุกคนหรอก มันใช้ได้สำหรับโยม ธรรมะมันก็เหมือนยารักษาโรคซึ่งมีมากมายหลายอย่าง จะใช้ยาอะไรก็ต้องให้ถูกโรคถูกคนโยม บาง
ทียาตัวเดียวกันโรคเดียวกัน แต่คนป่วยมีผลข้างเคียงหรือแพ้ยา ก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน