เกือบโดนตม.สิงคโปร์เฉ่ง

พอดีคุณสามีต้องไปตวจสุขภาพที่สิงคโปร์ด้วยสายงานค่ะ เขาก็จะหิ้วเราไปทุกครั้ง(ถึงไม่หิ้วก็แพ็คกระเป๋ารอ😏)
  🌸จองตั๋ว11 กลับ 14....คืนวันที่ 10 กินของสำแดง ท้องเสียทั้งคืน ไม่ได้นอน ตอนเช้าไม่มีแรงเลย สามีไปซื้อเกลือแร่ให้ สภาพเรานี่อิดโรย แรงจะเดินไม่มี หน้าเหมือนแพนด้า...
สรุป สามีสงสารโทรไปเลื่อนไฟล์ท เป็น 12-15 สายการบินใจดีมากให้เลื่อนได้ก่อนที่เครื่องจะออกไม่กี่ชั่วโมง(ปกติต้องแจ้งล่วงหน้า 48ชั่วโมง)จ่ายเพิ่มนิดหน่อยค่าเลื่อน(😚ประทับใจการบริการ)...สรุปช่วงสายๆเริ่มไม่รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำแล้วค่อยยังชั่ว กลางคืนหลับสบายเพราะเพลีย...
🌸 พอธุระสามีที่สิงคโปร์เสร็จจากนั้นก็ถึงวันตั้งตารอคือ "ช้อปปิ้ง" โอเคช้อยของถูกของฝากเยอะแยะ(เทียบกับไทยก็ยังแพงกว่านิดหน่อยอยู่ดี แต่ของเขามีเกรดและคุณภาพงานดีกว่าถ้าเปรียบของแบบเดียวกัน) ส่วนเรื่องของแพงไว้รอช้อปที่หนามบินจ้า ถูกกว่า (จริงเหรอ😒)
🌸วันกลับ  กระเป๋าเรียบร้อย เช็คของครบ ของในเซฟมั่นใจว่าหมด
🌸ถึงหนามบิน รับตั๋วเสร็จ เก็บของเรียบร้อย สามีก็เช็คเอกสารเราและจัดสรรค์ให้เป็นระเบียบ(ทุกครั้ง ต้องการบอกนัยๆว่า เด๋อด๋า ขี้ลืม ซื่อเกิน บางครั้งเป็นซื่อบื้อ..เชอะ😤)
🌸 สามีก็ดูของให้เรา แต่สายตาเราก็ใช้เรเซอร์ที่มีในจิตสำนึก ส่งไปรอบๆเพื่อแสกนว่าจะเริ่มจอดท้าวที่ร้านไหนก่อน มองข้ามหัวพี่ ตม....อุ้ย แว่นตา นาฬิกา น้ำหอม เมคอัพ อืมมม.
   สามี😠: หางกระดาษของใบแสดงของต้องห้ามไปไหน(เราไม่รู้เรียกอะไร ก็เรียกตามหัวข้อมัน)
   เรา 😧 :ห๊ะะะ ไม่มีจริงเหรอ...สงสัยเก็บของในเซฟไม่หมด รึไม่ก็เก็บในกระเป๋าที่โหลดไปแล้ว...ต้องทำไง? เป็นไรมั้ย😦(เดินทางบ่อย แต่เป็นครั้งแรกที่ลืม..แต่ปกติเราก็ไม่มีของต้องห้ามต้องแสดงด้วยแหละ
   สามี😌: งั้นไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอกแต่ถ้าเป็นไรเดี๋ยวจะอยู่ตามหลัง
เราก็วิตกนิดๆแต่สามีบอกไม่เป็นไร เลยชื้นใจขึ้นมานิดๆ และเขาก็อยู่ลำดับต่อท้ายเรา...จากนั้นเราก็เลือกท่าน ตม.(มีคนเคยบอกว่าคนหน้าตาไม่หล่อจะใจดีพูดเพราะ(😒เกี่ยวมั้ย))..เลยมองเห็นท่านนึง มองระยะห้าเมตรนึกว่าหมี แอบหัวเราะในใจหึๆ(แหม่!สามีตัวเอง ขาสั้น หัวเล็ก พุงยื่น ไหล่กว้าง ยังว่าหล่อ😌) โอเค พี่ตอมอหมีนี่แหละ!
พี่ตอมอหมี🐼: ส่วนท้ายใบแสดงของต้องห้ามไปไหน(หน้าดุ เสียงห้วน ถามเอาเรื่อง...น่านนนนนเจอจนได้!)
เรา🐥 :          ลืมค่ะ
พี่ตอมอหมี🐼: ลืมที่ไหน
เรา🐥. :          เซฟตี้บ้อกที่โรงแรมค่ะ(ตอบสั้น กระทัดรัด)
พี่ตอมอหมี🐼: แล้วทำไมถึงรู้ว่าตัวเองลืม(เสียงเข้ม ดุ แอบดังนิดๆ โชว์พาวหน่อยๆ ตะเบ๊ะหน้าน่าเตะ กวน...ฮือๆๆๆกลัววววๆ)
เรา 🐥:           พอดีเพิ่งเช็คหลังจากได้ตั๋วโดยสารมา และสามีบอกว่ามันไม่มี(เอ่ยถึงสามีเพื่อสร้างความชื้นใจให้ตัวเอง😥)
พี่ตอมอหมี🐼:ถ้ารู้แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่ตอนแรก ทำไมต้องให้ถาม(เสียงแข็ง ดุ วางมาดตะเบ๊ะ....ฮื่อๆๆๆสั่นๆๆหมด คนเริ่มจับจ้องสาวไทยอย่างเรา😰)
เรา🐥 :          สามีบอกว่าถ้ามีปัญหาอะไร เจ้าหน้าที่จะเป็นคนแจ้งให้ทราบ(น่านนนเอ่ยถึงสามี)สบตาแบบจริงใจ ไม่หลบตา กลัวเขาเห็นว่ากลัวและประหม่า
พี่ตอมอหมี🐼: จ้องหน้า(หาเรื่องนิดๆเพราะดันไปย้อนพี่ตอมอ) มาถึงสิงคโปร์วันที่เท่าไหร่
เรา🐥 :          วันที่ 11 (ตอบแบบมั่นใจ)มองดูพี่ตอมอหมีพลิกหน้าพลิกหลังพาสต์ปอร์ด..อืมมมมันก็บังเอิญว่าหลังจากได้พาสปอร์ตเล่มใหม่มาก็เพิ่มเจิมประทับกับสิงคโปร์
พี่ตอมอหมี🐼:พลิกดูแป้บนึงก็เงยหน้าหมีมามองอีกแล้วถามว่า"มั่นใจเหรอ"..เราสวนทันทีว่า "มั่นใจ"...อ้าวคิดได้ ลืม นั่นมันตั๋วเก่าตอนยังไม่เปลี่ยน ยังไม่ทันพูด สามีก็เดินเข้ามา
สามี🐽:         มาถึงวันที่ 12 ....ภรรยาผมมีปัญหาอะไรรึเปล่าคับ
พี่ตอมอหมี🐼: ไม่ต้องมาตอบ ไม่ได้ถามคุณ เชิญกลับไปหลังเส้น(ตะคอกสามี คนเริ่มมองมากขึ้น)สามีหน้าเปลี่ยนสีด้วยความโกรธแน่นอน..ไม่ใช่ไม่ชอบที่ให้กลับไปแต่โกรธที่เสียงตะคอก มองหน้าหน้าตอมอแบบเฉียนแล้วเดินกลับไป....จากนั้นก็หันมาจ้องหน้าเราเหมือนจะถามแต่ไม่ถาม จนจากที่เราประหม่าเลยเริ่มรู้สึกรำคาญ(ปกติอารมณ์ร้อนเร็ว(ช่างกล้า😢) คือ ณ ตอนนั้นจะทำอะไรก็ทำ ให้พิสูทธิ์อะไรก็ว่ามา ให้เข้าห้องเช็ค ให้ติดต่อสถานทูตไทยก็ว่ามาเพราะเราพร้อมที่จะพิสูทธิคือความรู้สึกมันพอแล้วที่จะมายืนให้คนมองแบบประหลาด แบบอาชญากร และรอฟังคำพูดตะคอกอย่างกับว่ายน้ำข้ามมาแบบผิดกฏหมาย
เรา🐥 :         Pls you just tell me what is my problem and then I can prepare to prove myself better than you yelling at me in front of the people like this.I positive to come visit your country and I know I have lost my paper but I don't need any play around. I am ready to fix my problem.do I have any problem?(สีหน้าจริงจรัง สบตา พูดดังนิดหน่อยเพื่อให้คนที่เอียงหูฟังอยู่ว่านี่นะ ปัญหาของชั้น ชั้นไม่ใช่ไคล์มมินอลแต่อย่างใด(แอบโมโหนิดหน่อยด้วยแหละ😆))
พี่ตอมอหมี🐼:มองหน้าแล้วตอบ"No" แล้วคืนพาสปอร์ตให้มา.......
                  พอได้พาสปอร์ตสายตาก็สแกนร้านช้อปก่อนว่าจะเริ่มร้านไหนดี แล้ว สาวท้าวไปเริ่มที่เมคอัพก่อน...อ้าว!!ลืมสามี...กำ....มองกลับไปเห็นสามีกำลังใช้สายตาพิฆาตแบบนิ่งๆกับพี่ตอมอหมีคนเดิม พวกเขาต่างเงียบ ได้ยินพี่ตอมอหมีพูดว่า"แฮพอะกื้ดเดเซอร์" ฝั่งผู้ชายของเรารับพาสปอร์ตแล้วเดินออกมา ไม่ต่งไม่ตอบพี่ตอมอหมีซ้ากกคำ(ใจร้าย)
พอมาถึง สีหน้าเรียบแล้วพูดว่า "ไป จะไปช้อบอะไรก็ไป ห้ามถามเพราะอารม์ไม่ค่อยดี"เราก็บอก"โอเก๊เซอร์"....ได้ของที่อยากได้และเปลี่ยนเงินเสร็จก็พากันเดินไปสแตนบายที่เกท..ระหว่างทางก็เงียบ เราคิดอะไรเพลินๆหลุดหัวเราะก๊ากกออกมา สามีเลยถามว่าหัวเราะอะไร(อารมณ์คนหนุ่มยังไม่ดี)..เราเลยบอกแค่คิดว่า"ไอ่หอกสับ ไอ่ขี้เหร่ ไอ่ตัวดำ ไอ้เตี้ย ไอ่หมีหมา ไอ่ตอมอตัวเหม็น ขี้เหร่แล้วยังปากเสีย ไอ่วางท่าไม่ดูสาระรูปตัวเอง กรูละอยากเห็นเมิงใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นไปยืนรอรถเมล์ที่บ้านกรูจัง" อันนี้พูดกับสามีเบาๆแค่สองคนค่ะ รับรองไม่มีใครได้ยิน😆 สามีขำก๊ากกกกกเมื่อได้ยิน อารมณ์กลับมาดีขึ้นนิดหน่อย....เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเจอปัญหาจุกจิกจิ้บจ๊อยกับตอมอเหมือนกันพอเป็นสีสัน กับสิ่งที่เราพลาดแล้วโดน...เอามาแชร์ให้อ่านเล่นๆขำๆนะคะไม่ซีเรียสเพราะเข้าใจการทำงานของตอมอและเข้าใจอารมณ์ของตัวเองเหมือนกัน...สวัสดีจ้า
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่