ฟุตบอลลีกอันดับหนึ่งของไทย “โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ ลีก” ฤดูกาล 2014 ได้ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ย. หลังจากออกสตาร์ตกันมาตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. รวมระยะเวลากว่า 8 เดือน
บทสรุปหลังจบนัดที่ 38 มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นครบเครื่องทั้ง สนุก สุข สมหวัง เศร้า เสียใจ คละเคล้ากันไป รวมถึงปัญหาวุ่นวายที่มีให้เห็นกันเกือบทุกสัปดาห์
แต่นี่แหละคือ
“เสน่ห์” ของเกมลูกหนังที่สามารถดึงดูดแฟนๆ ให้หันมาสนใจเพิ่มมากขึ้นในทุกปี
วันนี้ ผมจึงขอสรุป
“ที่สุดแห่งฤดูกาล” โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ ลีก 2014 ในความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจไม่ตรงใจใครหลายคน คงไม่ว่ากันนะครับ
เก่งที่สุด : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ตำแหน่งนี้ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมากกับความเก่งกาจและยอดเยี่ยมของพลพรรค “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ภายใต้อุ้งมือ “เนเวอร์ดาย” เนวิน ชิดชอบ ที่สามารถฝ่ามรสุมรุมกระหน่ำทั้งในและนอกสนามจนเกือบเสียศูนย์ โดยเฉพาะช่วงเวลา คาร์เมโล่ กอนซาเลซ โดนลงโทษแบนก่อนอุทธรณ์สำเร็จ ทำให้กลับมาเร่งเครื่องช่วงสุดท้ายและแซงเข้าป้ายด้วยผลงานชนะ 23 เสมอ 10 แพ้ 5 ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้อีกสมัยอย่างจวนเจียนที่สุด
เสียดายที่สุด : ชลบุรี เอฟซี

พูดไม่ออกบอกไม่พูดกับอารมณ์ความรู้สึกของเหล่า “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่เห็นแชมป์อยู่แค่เอื้อมใน 2 นัดสุดท้ายของฤดูกาล หลังแซงกลับมานำ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยู่ 1 แต้ม แต่ทว่าต้องมาสะดุดบุกไปเจ๊า ชัยนาท ฮอร์นบิล 1-1 ชนิดมีลูกปัญหาน่าจะได้ประตูชัยช่วงทดเวลา ทำเอาใจสลายเพราะรู้ตัวล่วงหน้าว่าคงแซง บุรีรัมย์ กลับมาในนัดสุดท้ายได้ยาก ก่อนยอมรับสภาพด้วยตำแหน่ง “พระรอง” ที่มองหาแชมป์มานาน 7 ปี
ทึ่งที่สุด : ราชบุรี มิตรผล

ทีมจังหวัดเล็กพริกขี้หนูอย่าง “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยสไตล์กระทิงดุของกุนซือ ริคาร์โด้ โรดริเกซ ตั้งแต่ออกสตาร์ตช่วง 7 นัดแรกไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะเกมบุกไปดับ เอสซีจี เมืองทอง จนทำให้ถูกจับตามองด้วยทีมไร้ซุปตาร์ แม้จะมีเป๋ในช่วงกลางฤดู แต่ก็กู้กลับมาได้ พร้อมเดินหน้ารักษาสถิติไม่แพ้ใคร 13 นัดสุดท้ายก่อนจบด้วยอันดับ “ท็อปโฟร์” ได้อย่างน่าทึ่ง ตามหลังแค่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี และ บีอีซี เทโรศาสน
ฮอตที่สุด : เฮแบร์ตี้ เฟอร์นันเดส

คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธความเฉียบคมและเด็ดสะระตี่ของเพชรฆาตผิวสีรายนี้ “เฮแบร์ตี้ เฟอร์นันเดส” ดาวยิงบราซิเลี่ยน ที่ ราชบุรี มิตรผล ไปคว้าตัวมาจาก เวกัลตะ เซนได ในเจลีก และก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อระเบิดตาข่ายคู่ต่อสู้ไปถึง 26 ประตู พร้อมครองตำแหน่งดาวซัลโวไร้คู่แข่งทิ้งขาด ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึง 5 ลูก ยิ่งไปกว่านั้น ยังทุบสถิติดาวซัลโวสูงสุดต่อหนึ่งฤดูกาลของ ธีรศิลป์ แดงดา และ เคลตัน ซิลวา ที่เคยทำไว้ 24 ประตูเมื่อปี 2012 อีกด้วย
ซวยที่สุด : สิงห์ท่าเรือ

น่าจะเป็น “ปีชง” ของ สิงห์ท่าเรือ อย่างแท้จริง หลังจากโดนลงโทษแล้วลงโทษเล่าจากปัญหาที่ตัวเองก่อและไม่ได้ก่อ โดยเฉพาะช่วงปลายท้ายฤดูกาล ต้องโดนปรับเงิน, แบนแฟนบอล และหนักสุดถึงขั้นตัด 9 แต้มด้วยข้อหาแฟนบอลตีกัน ทั้งที่ยังจับมือใครดมไม่ได้ แต่ยังสามารถเอาตัวรอดจากการตกชั้นได้หวุดหวิด ทว่าเรื่องยังวุ่นไม่จบเมื่อถูกเพ็งเล็งจากคดียกเลิกสัญญานักเตะต่างชาติ จนมีข่าวว่าอาจถูกตัดแต้มซ้ำอีก 6 คะแนน
เสียวที่สุด : ชัยนาท ฮอร์นบิล

อยู่ดีๆ ก็ต้องมาลุ้นหนีตกชั้นแบบเสียวไส้สำหรับ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล ของประธานใจนักเลง “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย ที่ทุ่มงบไม่อั้นจนยกระดับทีมขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างความฮือฮาด้วยการดึง “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ มาประสานงานกับ “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ ทำให้ทีมดูดีมีอนาคต แต่แล้วก่อนจบครึ่งซีซั่น “โค้ชง้วน” ทำช็อกลาออกให้หลังผลงานของทีมเริ่มไม่รุ่ง ทว่ายังประคับประคองพื้นที่ปลอดภัยเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยฟอร์มที่ไม่แน่นอน ทำให้ “นกใหญ่” ต้องมาลุ้นระทึกจนถึงนัดสุดท้าย ก่อนเอาตัวรอดได้จวนเจียนด้วยแต้มเหนือทีมตกชั้นคะแนนเดียวเท่านั้น
ช็อกที่สุด : เพื่อนตำรวจ

ไม่มีใครคาดคิดว่า “เดอะโปลิศ” เพื่อนตำรวจ จะเป็นทีมสุดท้ายที่โชคร้าย เพราะด้วยชื่อชั้นนักเตะไทยที่ไม่ธรรมดาอย่าง ธีรเทพ วิโนทัย, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ปกเกล้า อนันต์, ธนา ชะนะบุตร, ภิญโญ อินพินิจ รวมทั้งแข้งนอกเกรดดีมีคุณภาพอย่าง เซร์คิโอ ซัวเรซ, มิชาเอล มูร์ซี่, อัดนาน บาราคัต กอปรกับฟอร์มก่อนนัดสั่งลาก็กลับมาเข้าฝัก คว้าชัย 3 นัดติดเหนือ เชียงราย ยูไนเต็ด, สมุทรสงคราม และ สุพรรณบุรี แต่สุดท้ายต้องช็อกเพียงเพราะเฮดทูเฮดเป็นรอง ทีโอที เอสซี
เฮงที่สุด : ทีโอที เอสซี

รอดตกชั้นไปได้อย่างเหลือเชื่อสำหรับ “ฮัลโหล” ทีโอที เอสซี ที่ภายในสโมสรมีปัญหารุมเร้า จะทำต่อหรือไม่ทำต่อ แต่ด้วยวินัยและหัวใจนักสู้ บวกกับมันสมองอันยอดเยี่ยมของ “โค้ชชาย” สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ที่ไม่เป็นสองรองใคร ทำให้สถานการณ์ของทีมที่กำลังเข็นเข้าห้องเย็นหลังเห็นสกอร์ครึ่งแรกตาม ชลบุรี อยู่ 0-1 แต่แล้วครึ่งหลังมาได้ประตูตีเสมอแบบโชคช่วย ก่อนจะยันสกอร์ 1-1 ทำให้พลิกฟื้นขึ้นมาได้ราวปาฏิหาริย์
ช้ำที่สุด : ปตท.ระยอง, แอร์ฟอร์ซ

จริงๆ แล้วต้องบอกว่าทั้ง 5 ทีมที่ตกชั้นคงจะช้ำไม่ต่างกัน แต่สำหรับ ปตท.ระยอง และ แอร์ฟอร์ซ มองว่าเป็น 2 ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งขึ้นมาและมีศักยภาพ จึงตั้งความหวังไว้ว่าจะรักษาตัวรอดให้ได้อย่างน้อยสักหนึ่งฤดูกาล ทว่าสุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม
เร็วที่สุด : จีเอสอี สมุทรสงคราม

ยอมรับสภาพตั้งแต่ต้นฤดูกาลกับปัญหามากมาย โดยเฉพาะรังเหย้าที่ต้องเร่ร่อน จนทำให้ “ปลาทูคะนอง” สมุทรสงคราม ฟอร์มแกว่งไปแกว่งมา ก่อนจะโบกมือลาไทยลีกอย่างรวดเร็วเพียงแค่นัดที่ 32 เท่านั้น หลังพ่ายให้กับ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 0-2 เมื่อวันที่ 24 ส.ค. และทำให้พวกเขาต้องตกชั้นจากลีกสูงสุดเป็นทีมแรก แม้จะเหลืออีกตั้ง 6 เกมก็ตามที
เครดิต
TPL 2014 : ที่สุดแห่งฤดูกาล - Sanook.com
Hot Score
TPL 2014 : ที่สุดแห่งฤดูกาล รวมบทสรุปความเป็นที่สุดของที่สุด บอลลีกไทยยุคนี้มันส์สะแด่วมาก
ฟุตบอลลีกอันดับหนึ่งของไทย “โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ ลีก” ฤดูกาล 2014 ได้ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ย. หลังจากออกสตาร์ตกันมาตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. รวมระยะเวลากว่า 8 เดือน
บทสรุปหลังจบนัดที่ 38 มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นครบเครื่องทั้ง สนุก สุข สมหวัง เศร้า เสียใจ คละเคล้ากันไป รวมถึงปัญหาวุ่นวายที่มีให้เห็นกันเกือบทุกสัปดาห์
แต่นี่แหละคือ “เสน่ห์” ของเกมลูกหนังที่สามารถดึงดูดแฟนๆ ให้หันมาสนใจเพิ่มมากขึ้นในทุกปี
วันนี้ ผมจึงขอสรุป “ที่สุดแห่งฤดูกาล” โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ ลีก 2014 ในความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจไม่ตรงใจใครหลายคน คงไม่ว่ากันนะครับ
เก่งที่สุด : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ตำแหน่งนี้ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมากกับความเก่งกาจและยอดเยี่ยมของพลพรรค “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ภายใต้อุ้งมือ “เนเวอร์ดาย” เนวิน ชิดชอบ ที่สามารถฝ่ามรสุมรุมกระหน่ำทั้งในและนอกสนามจนเกือบเสียศูนย์ โดยเฉพาะช่วงเวลา คาร์เมโล่ กอนซาเลซ โดนลงโทษแบนก่อนอุทธรณ์สำเร็จ ทำให้กลับมาเร่งเครื่องช่วงสุดท้ายและแซงเข้าป้ายด้วยผลงานชนะ 23 เสมอ 10 แพ้ 5 ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้อีกสมัยอย่างจวนเจียนที่สุด
เสียดายที่สุด : ชลบุรี เอฟซี
พูดไม่ออกบอกไม่พูดกับอารมณ์ความรู้สึกของเหล่า “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่เห็นแชมป์อยู่แค่เอื้อมใน 2 นัดสุดท้ายของฤดูกาล หลังแซงกลับมานำ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยู่ 1 แต้ม แต่ทว่าต้องมาสะดุดบุกไปเจ๊า ชัยนาท ฮอร์นบิล 1-1 ชนิดมีลูกปัญหาน่าจะได้ประตูชัยช่วงทดเวลา ทำเอาใจสลายเพราะรู้ตัวล่วงหน้าว่าคงแซง บุรีรัมย์ กลับมาในนัดสุดท้ายได้ยาก ก่อนยอมรับสภาพด้วยตำแหน่ง “พระรอง” ที่มองหาแชมป์มานาน 7 ปี
ทึ่งที่สุด : ราชบุรี มิตรผล
ทีมจังหวัดเล็กพริกขี้หนูอย่าง “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยสไตล์กระทิงดุของกุนซือ ริคาร์โด้ โรดริเกซ ตั้งแต่ออกสตาร์ตช่วง 7 นัดแรกไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะเกมบุกไปดับ เอสซีจี เมืองทอง จนทำให้ถูกจับตามองด้วยทีมไร้ซุปตาร์ แม้จะมีเป๋ในช่วงกลางฤดู แต่ก็กู้กลับมาได้ พร้อมเดินหน้ารักษาสถิติไม่แพ้ใคร 13 นัดสุดท้ายก่อนจบด้วยอันดับ “ท็อปโฟร์” ได้อย่างน่าทึ่ง ตามหลังแค่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี และ บีอีซี เทโรศาสน
ฮอตที่สุด : เฮแบร์ตี้ เฟอร์นันเดส
คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธความเฉียบคมและเด็ดสะระตี่ของเพชรฆาตผิวสีรายนี้ “เฮแบร์ตี้ เฟอร์นันเดส” ดาวยิงบราซิเลี่ยน ที่ ราชบุรี มิตรผล ไปคว้าตัวมาจาก เวกัลตะ เซนได ในเจลีก และก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อระเบิดตาข่ายคู่ต่อสู้ไปถึง 26 ประตู พร้อมครองตำแหน่งดาวซัลโวไร้คู่แข่งทิ้งขาด ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึง 5 ลูก ยิ่งไปกว่านั้น ยังทุบสถิติดาวซัลโวสูงสุดต่อหนึ่งฤดูกาลของ ธีรศิลป์ แดงดา และ เคลตัน ซิลวา ที่เคยทำไว้ 24 ประตูเมื่อปี 2012 อีกด้วย
ซวยที่สุด : สิงห์ท่าเรือ
น่าจะเป็น “ปีชง” ของ สิงห์ท่าเรือ อย่างแท้จริง หลังจากโดนลงโทษแล้วลงโทษเล่าจากปัญหาที่ตัวเองก่อและไม่ได้ก่อ โดยเฉพาะช่วงปลายท้ายฤดูกาล ต้องโดนปรับเงิน, แบนแฟนบอล และหนักสุดถึงขั้นตัด 9 แต้มด้วยข้อหาแฟนบอลตีกัน ทั้งที่ยังจับมือใครดมไม่ได้ แต่ยังสามารถเอาตัวรอดจากการตกชั้นได้หวุดหวิด ทว่าเรื่องยังวุ่นไม่จบเมื่อถูกเพ็งเล็งจากคดียกเลิกสัญญานักเตะต่างชาติ จนมีข่าวว่าอาจถูกตัดแต้มซ้ำอีก 6 คะแนน
เสียวที่สุด : ชัยนาท ฮอร์นบิล
อยู่ดีๆ ก็ต้องมาลุ้นหนีตกชั้นแบบเสียวไส้สำหรับ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล ของประธานใจนักเลง “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย ที่ทุ่มงบไม่อั้นจนยกระดับทีมขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างความฮือฮาด้วยการดึง “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ มาประสานงานกับ “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ ทำให้ทีมดูดีมีอนาคต แต่แล้วก่อนจบครึ่งซีซั่น “โค้ชง้วน” ทำช็อกลาออกให้หลังผลงานของทีมเริ่มไม่รุ่ง ทว่ายังประคับประคองพื้นที่ปลอดภัยเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยฟอร์มที่ไม่แน่นอน ทำให้ “นกใหญ่” ต้องมาลุ้นระทึกจนถึงนัดสุดท้าย ก่อนเอาตัวรอดได้จวนเจียนด้วยแต้มเหนือทีมตกชั้นคะแนนเดียวเท่านั้น
ช็อกที่สุด : เพื่อนตำรวจ
ไม่มีใครคาดคิดว่า “เดอะโปลิศ” เพื่อนตำรวจ จะเป็นทีมสุดท้ายที่โชคร้าย เพราะด้วยชื่อชั้นนักเตะไทยที่ไม่ธรรมดาอย่าง ธีรเทพ วิโนทัย, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ปกเกล้า อนันต์, ธนา ชะนะบุตร, ภิญโญ อินพินิจ รวมทั้งแข้งนอกเกรดดีมีคุณภาพอย่าง เซร์คิโอ ซัวเรซ, มิชาเอล มูร์ซี่, อัดนาน บาราคัต กอปรกับฟอร์มก่อนนัดสั่งลาก็กลับมาเข้าฝัก คว้าชัย 3 นัดติดเหนือ เชียงราย ยูไนเต็ด, สมุทรสงคราม และ สุพรรณบุรี แต่สุดท้ายต้องช็อกเพียงเพราะเฮดทูเฮดเป็นรอง ทีโอที เอสซี
เฮงที่สุด : ทีโอที เอสซี
รอดตกชั้นไปได้อย่างเหลือเชื่อสำหรับ “ฮัลโหล” ทีโอที เอสซี ที่ภายในสโมสรมีปัญหารุมเร้า จะทำต่อหรือไม่ทำต่อ แต่ด้วยวินัยและหัวใจนักสู้ บวกกับมันสมองอันยอดเยี่ยมของ “โค้ชชาย” สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ที่ไม่เป็นสองรองใคร ทำให้สถานการณ์ของทีมที่กำลังเข็นเข้าห้องเย็นหลังเห็นสกอร์ครึ่งแรกตาม ชลบุรี อยู่ 0-1 แต่แล้วครึ่งหลังมาได้ประตูตีเสมอแบบโชคช่วย ก่อนจะยันสกอร์ 1-1 ทำให้พลิกฟื้นขึ้นมาได้ราวปาฏิหาริย์
ช้ำที่สุด : ปตท.ระยอง, แอร์ฟอร์ซ
จริงๆ แล้วต้องบอกว่าทั้ง 5 ทีมที่ตกชั้นคงจะช้ำไม่ต่างกัน แต่สำหรับ ปตท.ระยอง และ แอร์ฟอร์ซ มองว่าเป็น 2 ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งขึ้นมาและมีศักยภาพ จึงตั้งความหวังไว้ว่าจะรักษาตัวรอดให้ได้อย่างน้อยสักหนึ่งฤดูกาล ทว่าสุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม
เร็วที่สุด : จีเอสอี สมุทรสงคราม
ยอมรับสภาพตั้งแต่ต้นฤดูกาลกับปัญหามากมาย โดยเฉพาะรังเหย้าที่ต้องเร่ร่อน จนทำให้ “ปลาทูคะนอง” สมุทรสงคราม ฟอร์มแกว่งไปแกว่งมา ก่อนจะโบกมือลาไทยลีกอย่างรวดเร็วเพียงแค่นัดที่ 32 เท่านั้น หลังพ่ายให้กับ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 0-2 เมื่อวันที่ 24 ส.ค. และทำให้พวกเขาต้องตกชั้นจากลีกสูงสุดเป็นทีมแรก แม้จะเหลืออีกตั้ง 6 เกมก็ตามที
เครดิต
TPL 2014 : ที่สุดแห่งฤดูกาล - Sanook.com
Hot Score