http://tronutsu.blogspot.com/?m=1
. ในค่ำคืนที่อากาศเย็นสดชื่นคืนหนึ่ง มันเป็นอากาศที่ดีที่สุดในรอบปี ไม่หนาวจนเกินไป และไม่ร้อนจนเกินไป ใช่ มันเป็นช่วงที่ฤดูหนาวกำลังจะหมดไป ฤดูฝน กำลังจะเข้ามา . . .
ค่ำคืนมืดสนิท และ ถึงจะ ไม่มีแสงดาว แต่ยังมีแสงจันทร์นวลผ่อง กับแสงสว่างจากเสาไฟ ส่องให้เห็นเป็นเงาลางๆของ ชายหนุ่มคนหนึ่ง . . .กำลังเดินเข้ามาตามทางที่ปูด้วยหินอ่อน อย่างดี ในสวนสาธารณะแห่งนี้ . . . สวนสาธารณะ ประจำเมือง บอสตัน เมืองแห่งหนึ่งในรัฐ แมทซาซูเสท ประเทศ สหรัฐอเมริกา . . .
ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้ มันมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ในช่วงเวลากลางวันจะมีผู้คนมากมายผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันมาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย และนับเป็นจุด ท่องเที่ยวจุดหนึ่งที่น่าสนใจในทุกๆคู่มือการท่องเที่ยว และเว็บไซต์ต่างๆ
เมื่อเดินลึกเข้าไป . . . ภายในจะมีดอกไม้ต่างๆที่เริ่มบานรับฤดูฝน. . . ดอกไม้ ต้นไม้ ที่นี่จะผลิดอกก่อนจึงจะออกใบ . . .
เมื่อเดินลึกเข้าไป จะเจอสะพาน และ สระน้ำ ขนาดกลาง ที่มีเรือให้พายได้
และเมื่อเดินให้ลึกเข้าไปอีก จนถึงจุดที่เราเริ่มจะกลัวความมืด และ อันตราย ถ้าหากยังคงจะพอมีอยู่บ้างภายในสวนที่ เงียบสงบแห่งนี้ เราจะเจอ
ม้าหมุน . . .
เป็นม้าหมุนจริงๆ ที่ประกอบด้วย ม้าทำจากวัสดุ คุณภาพดี เล่นแล้ว ไม่เกิดอันตราย ถ้าหากไม่เอาหน้าเข้าไปกระแทกมันแรงๆ หรือ กระโดดเอาหน้าลงฟาดกับพื้น . . .
มันเป็นม้าหมุนที่นิ่งสนิท และ ดูแปลกที่ แปลกตา ราวกับว่า สวนสนุก และเครื่องเล่นอื่นๆได้จงใจลืมมันเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ . . . มันไม่มีแม้กระทั่งสายไฟ เชื่อมไปยังที่ใดๆ เหมือนกับเครื่องเล่นที่ต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วไป
ชายหนุ่มมองมันและเดินเข้าไปใกล้ขึ้น เขามองมัน และ ตัดสินใจเดินไปที่ประตู ประตูดูเหมือนล๊อคอยู่ . . . ทว่าเมื่อเขาเอื้อมมือไปแตะ มันก็เปิดออกอย่างไม่ยากเย็น . . .
ประตูไม่ได้ล๊อค . . .
สภาพทุกอย่างดูใหม่ ลวดลายและสีสัน ยังคงสามารถมองเห็นได้ในยามค่ำคืน . . ทุกอย่างเชิญชวนให้เขาก้าวเขาไปข้างใน . . . มันอาจจะเป็นการบุกรุก . . แต่ในเมื่อประตูไม่ได้ล๊อค มันจะเป็นการบุกรุกไปได้อย่างไร . . . .
เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก้าวเข้าไป ยังทางเดินสู่ม้าหมุน . . .
ทันใดนั้นแสงสว่างก็สว่างจ้าขึ้น . . .
ชายหนุ่มผงะ ชั่วขณะ
หลอดไฟทุกดวง แสงสีสัน ส่องจ้าขึ้นในยามค่ำคืน ม้าหมุนทุกตัว ตกแต่งประดับประดาด้วยอัญมณีหลากหลาย และ หลากสี บ้างสี่เหลี่ยมจตุรัส บ้างเป็นสีเหลี่ยมคางหมู บ้างสามเหลี่ยม . . .สะท้อนแสงซึ่งกันและกัน จน เกือบจะแสบตา ม้าทุกตัวสวยงามราวกับมีชีวิต ทุกอย่างสะอาดตา
เขามองซ้ายขวา และ เมื่อมั่นใจแล้ว ว่าไม่มีสายตาคู่ใดจับจ้องอยู่ . . .
ชายหนุ่มก็ก้าวเข้าไปยังบริเวณ ม้าหมุนอย่างช้าๆ
ทันใดนั้นแผ่นเหล็กกลมที่อยู่บนพื้น ก็เริ่มหมุนอย่างช้าๆ . . .
เขาเริ่มตกใจกลัว แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ม้าหมุนเริ่มหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ . . . จนเขาต้องเอื้อมมือไปจับม้าตัวหนึ่งที่ใกล้ตัว เพื่อยึดไว้ไม่ให้ล้ม
แต่ทันใดนั้น พื้นที่ที่เขายืนอยู่ก็ค่อยๆหายไป . . .
ด้วยความตกใจชายหนุ่มจึงตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปบนม้า
ม้าหมุนเริ่มหมุนเร็วขึ้น เร็วขึ้น จนเขาไม่สามารถ แยกแยะ สิ่งที่เห็นภายนอกรอบม้าหมุนได้อีกต่อไป
ก่อนที่เขาจะหมดสติไป สิ่งที่เขามองเห็นก็คือ ภาพภายนอกของสวนสาธารณะ คนกำลังเดินถอยหลัง และ เวลาที่กำลังถูกอะไรบางอย่างดูดกลับ . . .
. . .
. .
"Its didn't lock " เสียงผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวขึ้น ก่อนจะพลักประตู ทางเข้าม้าหมุนออกช้าๆ เขารู้สึกตัวและ ค่อยๆลืมตาปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
"Anyway I jumped in " ผมกล่าวตอบ
รอยยิ้มเล็กๆปรากฎขึ้น บนใบหน้าของทั้งผมและเธอ
ม้าหมุนเป็นของเล่นที่น่าสนใจ . . . มันอาจจะไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นมากนัก
แต่มันจะหมุนกลับมาที่เดิมเสมอ . . . และหมุนไปจนกว่าเราจะพอใจ
ม้าหมุนที่ดีจะไม่หลุดออกมาจาก ฐานของมัน
ผมเพิ่งรู้จักเธอได้ไม่นาน . . . คำว่าไม่นานของผมในครั้งหนึ่งหมายถึงเมื่อสองชั่วโมงก่อน
. . . หลังจากเดินเตร็ดแตร่ออกมาจาก พิพิธภัณฑ์ ศิลปะ บอสตั้น หรือชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า
Museum of Fine Arts , Boston (MFA)
ด้วยความที่ไม่รู้จะไปไหนดี จึงเดินเล่นในเมืองเรื่อยๆ จนมาพบกับเธอ . . ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่หน้าตาดูออกว่าเป็นคนเอเชีย เธอกำลังกางแผนที่ . . . แผนที่และสายตาที่มองอย่างไม่แน่ใจนัก เป็นสิ่งที่ค่อนข้างบ่งบอกว่า เป็นนักท่องเที่ยว . . อย่างน้อยก็คงไม่ใช่คนในพื้นที่อย่างแน่นอน
หลังจากเดินตามหลังมาสักพัก เพื่อรวบรวมความกล้า . . .ผมเข้าไปถามเธอ เราคุยกันและตัดสินใจเดินเที่ยวด้วยกันในที่สุด . . . ถึงแม้มันจะยาวนานแค่ ไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม
เธอเป็นคนเกาหลี แต่ ไม่ได้ศัลยกรรม เธอรู้จัก ประเทศไทยผ่าน นิชคุณ
เธอรู้จักคำว่า สวัสดี และ ขอบคุณ
เขารู้จักประเทศ เกาหลี จากเพื่อน และ จากซีรีย์ ประโยคที่เพื่อนๆพูดเล่นกัน และ พยายามทำท่าให้เหมือนโดยไม่รู้ ความหมาย ถูกนำมาลองใช้งานจริง ได้ผล
ฮัมซานิดา แปลว่า ขอโทษ
และ อันยอง อาเซโย แปลว่า สวัสดี
แต่อย่างไรก็ตามเราสองคนพูดภาษาอังกฤษ กัน โดยที่ต่างฝ่ายต่างชมซึ่งกันและกัน แต่เราก็ได้ข้อสรุปเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เราทั้งสองคนอาจจะเก่งทั้งคู่ รึ อาจจะ ไม่ได้เรื่องทั้งคู่ก็ได้
เราเดินเล่นกันตามแต่ใครจะเห็นอะไร เวลาผ่านไปรวดเร็ว พวกเราคุยกันทั้งเรื่องมี สาระอย่างการงาน การเรียน และ ทั้งเรื่องไม่มี สาระ อย่าง สัตว์ตัวไหนร้องยังไง . .
สัตว์มันก็ร้องเหมือนกัน ทุกๆที่ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้ยินมันว่าอย่างไร . . . มันขึ้นอยู่กับการตีความ
เช่นกันกับทุกๆสิ่งในโลกนี้ มันขึ้น อยู่กับการตีความ ของเราเอง หรือ จะของใครก็ ตาม
เราติดฝนในโบสถ์ที่ปิด . . .
เราคุยกัน ถ่ายรูปกัน และเล่นน้ำฝนด้วยกัน
เธอเดินทางคนเดียวใน อเมริกามาเกือบ สิบเดือนแล้ว . . .
ส่วนผม ไม่ถึงสองเดือน และ มี M&M เป็นเพื่อนเสมอ . . .
เมื่อถึงเวลา ผมเดินไปส่งเธอที่โรงแรมเรากล่าวคำอำลากัน
เป็นภาษาอังกฤษ
มันไม่ใช่ทั้งภาษาของเธอ และ ภาษาของผม . . . แต่เราก็ใช้มัน เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เธอเข้าใจผม และ ผมเข้าใจเธอ
"Its a good day"
"Indeed its a very good day"
สถานีรถไฟ South station อยู่ใกล้ๆ รถไฟรอบสุดท้ายกำลังจะออกในไม่ช้า . . .
แต่ บางอย่างก็บอกผมให้เดินกลับไป ยังม้าหมุนอีกครั้ง . . .
ผมไม่เข้าใจ แต่บางครั้งเราก็ต้องเลือกที่จะเดินต่อ หรือ ย้อนกลับไป
อนาคต ของบางคนอยู่ ข้างหน้า แต่บางครั้ง อนาคต ของคนบางคนก็อยู่ข้างหลัง
อยู่ในอดีต . . .
. . . .
. .
ภาพขาวโพลนในขณะที่ความคิดของผมย้อนกลับมา
ในวันนั้นหลังจากที่เราแยกจากกัน ผมยังคงติดต่อเธอ . . .
ผมกลับมาไทย และ เธออยู่ที่เกาหลี
ผมจะไม่เล่า ว่าเพื่อนพูดอย่างไรเมื่อผมจีบสาวเกาหลี . . .
ใช่ . . . ผมก็ยังคงติดต่อเธอเรื่อยมา
ปีถัดมา
สองปีถัดมา
สี่ปีถัดมา เราแต่งงานกัน เธอสวมชุดขาว ผมสวมชุดดำ ในโบสถ์ ที่บอสตั้น ที่ที่เรานั่งติดฝนด้วยกัน
ทั้งที่จริงๆในวันนั้น ฝนก็ไม่ได้ตกหนักขนาดนั้น . . .
แปดปีถัดมา
และ 40 ปีผ่านไป . . . ที่เราใช้ชีวิตร่วมกัน ผมและเธอ เรามีชีวิตที่ดี รอยยิ้มและน้ำตา เราไปเที่ยวด้วยกัน เราทะเลาะกัน เรามีลูกๆ และ ครอบครัว . . .
เรามีชีวิตที่ดีด้วยกัน
จนวันสุดท้าย
. . .
. .
.
ผม ไม่รู้เลยว่าผมย้อนกลับมายังเส้นทางสายนี้ กี่ครั้ง และ มันเป็นเวลานานแค่ไหนแล้ว . . . ที่ผมจากเธอมา นานแค่ไหนแล้วที่ผมจากเธอมาตลอดกาล . . .
ในครั้งนี้ผมตัดสินใจไม่เดินย้อนกลับไปอีก . . .
ผมกำตั๋วในมือไว้แน่น . . . ผมคงต้องเดินทางไกล อีกครั้ง . . . ผมบ่ายหน้าไปยังสถานีรถไฟ . .
. . .
น้ำตาของผมไหลริน ลงมาอาบแก้ม เมื่อมือผมสัมผัสมือที่คุ้นเคย . . .
คราวนี้ไม่ใช่ผมคนเดียวอีกต่อไป . . .
. . . และ เราจะขึ้นรถไฟสายนี้ไปด้วยกัน . . .
Prologue
. .
"Its didn't lock"
"Anyway , I jumped in"
"Its a good day"
"Indeed , Its a very good day"
. . .
. .
Credits
Boston public park
Boston south station
Museum of Fine Arts Boston
Me
Minnie
Memorial day
Trinity church
and The marble seat with 'this' labeled
" Love is The partner of the Journey of a life .
If my love could hold you back from death you 'll stay with me forever . "
From Jim to Jane who always sit beside her
ตอนนี้ผ่านไปเกือบ หนึ่งเดือนแล้วครับที่ผมเจอเธอเรายังติดต่อกันอยุ่เธออาจจะไม่คิดอะไร แต่ผมไปไกลมาก ; )) ขออนุญาติแท๊กท่องเที่ยวด้วยนะครับ เผื่อใครเจอประสบการณ์อย่างนี้ระหว่างทางเหมือนกัน
ม้าหมุน
. ในค่ำคืนที่อากาศเย็นสดชื่นคืนหนึ่ง มันเป็นอากาศที่ดีที่สุดในรอบปี ไม่หนาวจนเกินไป และไม่ร้อนจนเกินไป ใช่ มันเป็นช่วงที่ฤดูหนาวกำลังจะหมดไป ฤดูฝน กำลังจะเข้ามา . . .
ค่ำคืนมืดสนิท และ ถึงจะ ไม่มีแสงดาว แต่ยังมีแสงจันทร์นวลผ่อง กับแสงสว่างจากเสาไฟ ส่องให้เห็นเป็นเงาลางๆของ ชายหนุ่มคนหนึ่ง . . .กำลังเดินเข้ามาตามทางที่ปูด้วยหินอ่อน อย่างดี ในสวนสาธารณะแห่งนี้ . . . สวนสาธารณะ ประจำเมือง บอสตัน เมืองแห่งหนึ่งในรัฐ แมทซาซูเสท ประเทศ สหรัฐอเมริกา . . .
ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้ มันมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ในช่วงเวลากลางวันจะมีผู้คนมากมายผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันมาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย และนับเป็นจุด ท่องเที่ยวจุดหนึ่งที่น่าสนใจในทุกๆคู่มือการท่องเที่ยว และเว็บไซต์ต่างๆ
เมื่อเดินลึกเข้าไป . . . ภายในจะมีดอกไม้ต่างๆที่เริ่มบานรับฤดูฝน. . . ดอกไม้ ต้นไม้ ที่นี่จะผลิดอกก่อนจึงจะออกใบ . . .
เมื่อเดินลึกเข้าไป จะเจอสะพาน และ สระน้ำ ขนาดกลาง ที่มีเรือให้พายได้
และเมื่อเดินให้ลึกเข้าไปอีก จนถึงจุดที่เราเริ่มจะกลัวความมืด และ อันตราย ถ้าหากยังคงจะพอมีอยู่บ้างภายในสวนที่ เงียบสงบแห่งนี้ เราจะเจอ
ม้าหมุน . . .
เป็นม้าหมุนจริงๆ ที่ประกอบด้วย ม้าทำจากวัสดุ คุณภาพดี เล่นแล้ว ไม่เกิดอันตราย ถ้าหากไม่เอาหน้าเข้าไปกระแทกมันแรงๆ หรือ กระโดดเอาหน้าลงฟาดกับพื้น . . .
มันเป็นม้าหมุนที่นิ่งสนิท และ ดูแปลกที่ แปลกตา ราวกับว่า สวนสนุก และเครื่องเล่นอื่นๆได้จงใจลืมมันเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ . . . มันไม่มีแม้กระทั่งสายไฟ เชื่อมไปยังที่ใดๆ เหมือนกับเครื่องเล่นที่ต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วไป
ชายหนุ่มมองมันและเดินเข้าไปใกล้ขึ้น เขามองมัน และ ตัดสินใจเดินไปที่ประตู ประตูดูเหมือนล๊อคอยู่ . . . ทว่าเมื่อเขาเอื้อมมือไปแตะ มันก็เปิดออกอย่างไม่ยากเย็น . . .
ประตูไม่ได้ล๊อค . . .
สภาพทุกอย่างดูใหม่ ลวดลายและสีสัน ยังคงสามารถมองเห็นได้ในยามค่ำคืน . . ทุกอย่างเชิญชวนให้เขาก้าวเขาไปข้างใน . . . มันอาจจะเป็นการบุกรุก . . แต่ในเมื่อประตูไม่ได้ล๊อค มันจะเป็นการบุกรุกไปได้อย่างไร . . . .
เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก้าวเข้าไป ยังทางเดินสู่ม้าหมุน . . .
ทันใดนั้นแสงสว่างก็สว่างจ้าขึ้น . . .
ชายหนุ่มผงะ ชั่วขณะ
หลอดไฟทุกดวง แสงสีสัน ส่องจ้าขึ้นในยามค่ำคืน ม้าหมุนทุกตัว ตกแต่งประดับประดาด้วยอัญมณีหลากหลาย และ หลากสี บ้างสี่เหลี่ยมจตุรัส บ้างเป็นสีเหลี่ยมคางหมู บ้างสามเหลี่ยม . . .สะท้อนแสงซึ่งกันและกัน จน เกือบจะแสบตา ม้าทุกตัวสวยงามราวกับมีชีวิต ทุกอย่างสะอาดตา
เขามองซ้ายขวา และ เมื่อมั่นใจแล้ว ว่าไม่มีสายตาคู่ใดจับจ้องอยู่ . . .
ชายหนุ่มก็ก้าวเข้าไปยังบริเวณ ม้าหมุนอย่างช้าๆ
ทันใดนั้นแผ่นเหล็กกลมที่อยู่บนพื้น ก็เริ่มหมุนอย่างช้าๆ . . .
เขาเริ่มตกใจกลัว แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ม้าหมุนเริ่มหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ . . . จนเขาต้องเอื้อมมือไปจับม้าตัวหนึ่งที่ใกล้ตัว เพื่อยึดไว้ไม่ให้ล้ม
แต่ทันใดนั้น พื้นที่ที่เขายืนอยู่ก็ค่อยๆหายไป . . .
ด้วยความตกใจชายหนุ่มจึงตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปบนม้า
ม้าหมุนเริ่มหมุนเร็วขึ้น เร็วขึ้น จนเขาไม่สามารถ แยกแยะ สิ่งที่เห็นภายนอกรอบม้าหมุนได้อีกต่อไป
ก่อนที่เขาจะหมดสติไป สิ่งที่เขามองเห็นก็คือ ภาพภายนอกของสวนสาธารณะ คนกำลังเดินถอยหลัง และ เวลาที่กำลังถูกอะไรบางอย่างดูดกลับ . . .
. . .
. .
"Its didn't lock " เสียงผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวขึ้น ก่อนจะพลักประตู ทางเข้าม้าหมุนออกช้าๆ เขารู้สึกตัวและ ค่อยๆลืมตาปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
"Anyway I jumped in " ผมกล่าวตอบ
รอยยิ้มเล็กๆปรากฎขึ้น บนใบหน้าของทั้งผมและเธอ
ม้าหมุนเป็นของเล่นที่น่าสนใจ . . . มันอาจจะไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นมากนัก
แต่มันจะหมุนกลับมาที่เดิมเสมอ . . . และหมุนไปจนกว่าเราจะพอใจ
ม้าหมุนที่ดีจะไม่หลุดออกมาจาก ฐานของมัน
ผมเพิ่งรู้จักเธอได้ไม่นาน . . . คำว่าไม่นานของผมในครั้งหนึ่งหมายถึงเมื่อสองชั่วโมงก่อน
. . . หลังจากเดินเตร็ดแตร่ออกมาจาก พิพิธภัณฑ์ ศิลปะ บอสตั้น หรือชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า
Museum of Fine Arts , Boston (MFA)
ด้วยความที่ไม่รู้จะไปไหนดี จึงเดินเล่นในเมืองเรื่อยๆ จนมาพบกับเธอ . . ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่หน้าตาดูออกว่าเป็นคนเอเชีย เธอกำลังกางแผนที่ . . . แผนที่และสายตาที่มองอย่างไม่แน่ใจนัก เป็นสิ่งที่ค่อนข้างบ่งบอกว่า เป็นนักท่องเที่ยว . . อย่างน้อยก็คงไม่ใช่คนในพื้นที่อย่างแน่นอน
หลังจากเดินตามหลังมาสักพัก เพื่อรวบรวมความกล้า . . .ผมเข้าไปถามเธอ เราคุยกันและตัดสินใจเดินเที่ยวด้วยกันในที่สุด . . . ถึงแม้มันจะยาวนานแค่ ไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม
เธอเป็นคนเกาหลี แต่ ไม่ได้ศัลยกรรม เธอรู้จัก ประเทศไทยผ่าน นิชคุณ
เธอรู้จักคำว่า สวัสดี และ ขอบคุณ
เขารู้จักประเทศ เกาหลี จากเพื่อน และ จากซีรีย์ ประโยคที่เพื่อนๆพูดเล่นกัน และ พยายามทำท่าให้เหมือนโดยไม่รู้ ความหมาย ถูกนำมาลองใช้งานจริง ได้ผล
ฮัมซานิดา แปลว่า ขอโทษ
และ อันยอง อาเซโย แปลว่า สวัสดี
แต่อย่างไรก็ตามเราสองคนพูดภาษาอังกฤษ กัน โดยที่ต่างฝ่ายต่างชมซึ่งกันและกัน แต่เราก็ได้ข้อสรุปเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เราทั้งสองคนอาจจะเก่งทั้งคู่ รึ อาจจะ ไม่ได้เรื่องทั้งคู่ก็ได้
เราเดินเล่นกันตามแต่ใครจะเห็นอะไร เวลาผ่านไปรวดเร็ว พวกเราคุยกันทั้งเรื่องมี สาระอย่างการงาน การเรียน และ ทั้งเรื่องไม่มี สาระ อย่าง สัตว์ตัวไหนร้องยังไง . .
สัตว์มันก็ร้องเหมือนกัน ทุกๆที่ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้ยินมันว่าอย่างไร . . . มันขึ้นอยู่กับการตีความ
เช่นกันกับทุกๆสิ่งในโลกนี้ มันขึ้น อยู่กับการตีความ ของเราเอง หรือ จะของใครก็ ตาม
เราติดฝนในโบสถ์ที่ปิด . . .
เราคุยกัน ถ่ายรูปกัน และเล่นน้ำฝนด้วยกัน
เธอเดินทางคนเดียวใน อเมริกามาเกือบ สิบเดือนแล้ว . . .
ส่วนผม ไม่ถึงสองเดือน และ มี M&M เป็นเพื่อนเสมอ . . .
เมื่อถึงเวลา ผมเดินไปส่งเธอที่โรงแรมเรากล่าวคำอำลากัน
เป็นภาษาอังกฤษ
มันไม่ใช่ทั้งภาษาของเธอ และ ภาษาของผม . . . แต่เราก็ใช้มัน เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เธอเข้าใจผม และ ผมเข้าใจเธอ
"Its a good day"
"Indeed its a very good day"
สถานีรถไฟ South station อยู่ใกล้ๆ รถไฟรอบสุดท้ายกำลังจะออกในไม่ช้า . . .
แต่ บางอย่างก็บอกผมให้เดินกลับไป ยังม้าหมุนอีกครั้ง . . .
ผมไม่เข้าใจ แต่บางครั้งเราก็ต้องเลือกที่จะเดินต่อ หรือ ย้อนกลับไป
อนาคต ของบางคนอยู่ ข้างหน้า แต่บางครั้ง อนาคต ของคนบางคนก็อยู่ข้างหลัง
อยู่ในอดีต . . .
. . . .
. .
ภาพขาวโพลนในขณะที่ความคิดของผมย้อนกลับมา
ในวันนั้นหลังจากที่เราแยกจากกัน ผมยังคงติดต่อเธอ . . .
ผมกลับมาไทย และ เธออยู่ที่เกาหลี
ผมจะไม่เล่า ว่าเพื่อนพูดอย่างไรเมื่อผมจีบสาวเกาหลี . . .
ใช่ . . . ผมก็ยังคงติดต่อเธอเรื่อยมา
ปีถัดมา
สองปีถัดมา
สี่ปีถัดมา เราแต่งงานกัน เธอสวมชุดขาว ผมสวมชุดดำ ในโบสถ์ ที่บอสตั้น ที่ที่เรานั่งติดฝนด้วยกัน
ทั้งที่จริงๆในวันนั้น ฝนก็ไม่ได้ตกหนักขนาดนั้น . . .
แปดปีถัดมา
และ 40 ปีผ่านไป . . . ที่เราใช้ชีวิตร่วมกัน ผมและเธอ เรามีชีวิตที่ดี รอยยิ้มและน้ำตา เราไปเที่ยวด้วยกัน เราทะเลาะกัน เรามีลูกๆ และ ครอบครัว . . .
เรามีชีวิตที่ดีด้วยกัน
จนวันสุดท้าย
. . .
. .
.
ผม ไม่รู้เลยว่าผมย้อนกลับมายังเส้นทางสายนี้ กี่ครั้ง และ มันเป็นเวลานานแค่ไหนแล้ว . . . ที่ผมจากเธอมา นานแค่ไหนแล้วที่ผมจากเธอมาตลอดกาล . . .
ในครั้งนี้ผมตัดสินใจไม่เดินย้อนกลับไปอีก . . .
ผมกำตั๋วในมือไว้แน่น . . . ผมคงต้องเดินทางไกล อีกครั้ง . . . ผมบ่ายหน้าไปยังสถานีรถไฟ . .
. . .
น้ำตาของผมไหลริน ลงมาอาบแก้ม เมื่อมือผมสัมผัสมือที่คุ้นเคย . . .
คราวนี้ไม่ใช่ผมคนเดียวอีกต่อไป . . .
. . . และ เราจะขึ้นรถไฟสายนี้ไปด้วยกัน . . .
. .
"Its didn't lock"
"Anyway , I jumped in"
"Its a good day"
"Indeed , Its a very good day"
. . .
. .
Boston public park
Boston south station
Museum of Fine Arts Boston
Me
Minnie
Memorial day
Trinity church
and The marble seat with 'this' labeled
" Love is The partner of the Journey of a life .
If my love could hold you back from death you 'll stay with me forever . "
From Jim to Jane who always sit beside her
ตอนนี้ผ่านไปเกือบ หนึ่งเดือนแล้วครับที่ผมเจอเธอเรายังติดต่อกันอยุ่เธออาจจะไม่คิดอะไร แต่ผมไปไกลมาก ; )) ขออนุญาติแท๊กท่องเที่ยวด้วยนะครับ เผื่อใครเจอประสบการณ์อย่างนี้ระหว่างทางเหมือนกัน