การยุยงให้คนแตกแยกกัน เข้าข่ายอเวจี

อนันตริยกรรม คือกรรมหนัก 4 ประการ ที่ผู้ใดประกอบกรรมนี้แล้วจะเป็นเหตที่ไปสู่นรกสถานเดียว ไม่ว่าตลอดชีวิตของผู้นั้นจะทำความดีอันประเสริฐเลิศล้ำสักปานใดก็ตาม เมื่อถึงจุดจบของชีวิต ก็ต้องไปอบายในที่สุด เพราะแรงมหาอกุศลกรรมอันหนักหน่วงนั้นทีเดียว

อนันตริยกรรม มี 5 อย่าง คือ

1. ปิตุฆาต ฆ่าบิดา

2. มาตุฆาต ฆ่ามารดา

3. อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์

4. โลหิตุปบาท ทำร้ายพระพุทธเจ้า จนถึงพระโลหิตออก

5. สังฆเภท ทำให้สงฆ์แตกแยกกันจนไม่ร่วมอุโบสถสังฆกรรมกัน

หนึ่งในนั้น คือข้อสังฆเภท คือการทำให้หมู่สงฆ์แตกกัน ข้อสังเกตก็คือ การที่ใครบางคนไปยุยงหรือไปสร้างปัญหาให้เกิดต่อคณะสงฆ์จนเป็นเหตุให้วงการสงฆ์แตกแยก ทำให้สงฆ์เป็นอริต่อกัน คิดไม่ดีต่อกัน ทำให้งานพระศาสนาและ การปฏิบัติศาสนกิจหยุดชะงัก ถือเป็นบาปอย่างยิ่งทีเดียว

ในทำนองเดียวกัน ผู้ใดที่ยุยงให้หมู่ชนแม้เพียงเล็กน้อย ทะเลาะเบาะแว้งกันใส่ร้ายป้ายสีกัน ผู้นั้นก็ย่อมได้บาปหนัก ตายไป ตกนรกหมกไหม้ พ้นจากนรกแล้วเกิดมาก็เป็นโรคเรื้อน กลากเกลื้อน ปากเบี้ยว ร่างกายพิกลพิการ เพราะพูดสิ่งไม่จริง

ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ยุยงส่งเสริมให้มหาชนหมู่มากแตกความสามัคคีทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งกันเป็นฝักเป็นฝ่าย ใส่ร้ายใส่ความต่อกัน ในระดับหนักคือทั้งโลก ซึ่งเคยมีมาแล้ว จนเป็นเหตุให้เกิดสงครามโลก ในระดับชาติ ก็เป็นสงครามระหว่างประเทศ รองลงมาก็ในประเทศ บางประเทศ จนเกิดสงครามกลางเมือง ผู้ที่ก่อเหตุต้นเรื่อง แล้วเป็นเหตุบานปลายใหญ่โตขนาดนี้ ก็ลองคิดดูเอาครับ ว่าจะได้รับผลกรรมหนักหนาสาหัสขนาดไหน.....

การยุยงให้มหาชนแตกแยกจึงเข้าข่ายอนันตริยกรรม แม้ไม่ตรงกันตามพระบาลี แต่พฤติกรรมก็เข้าข่ายตรงกันอย่างชัดเจน

ที่มาจากบอร์ด DMC
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่