บวชนาน แต่ไม่มีความยินดีในการศึกษายิ่งๆ ขึ้นไป ...


             นิททสสูตรที่ ๑ (บางส่วน)
             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า  
             ดูกรสารีบุตร จะไม่มีใครๆ อาจเพื่อบัญญัติภิกษุผู้นิททสะด้วยเหตุ
เพียงนับพรรษาอย่างเดียว ในธรรมวินัยนี้
             ดูกรสารีบุตรวัตถุแห่งนิททสะ ๗ ประการนี้ เรากระทำให้แจ้งด้วย
ปัญญาอันยิ่งเอง ประกาศแล้ว ๗ ประการเป็นไฉน
             ดูกรสารีบุตร ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีฉันทะกล้าในการสมาทานสิกขา
และมีความรักอย่างลึกซึ้งในการสมาทานสิกขาต่อไป ๑

             มีฉันทะกล้าในการฟังธรรม และมีความรักอย่างลึกซึ้งในการฟังธรรมต่อไป ๑
             มีฉันทะกล้าในการกำจัดความอยาก และมีความรักอย่างลึกซึ้งในการกำจัด
ความอยากต่อไป ๑
             มีฉันทะกล้าในการหลีกออกเร้น และมีความรักอย่างลึกซึ้งในการ
หลีกออกเร้นต่อไป ๑
             มีฉันทะกล้าในการปรารภความเพียร  และมีความรักอย่างลึกซึ้งในการ
ปรารภความเพียรต่อไป ๑
             มีฉันทะกล้าในสติเครื่องรักษาตัว และมีความรักอย่างลึกซึ้งใน
สติเครื่องรักษาตัวต่อไป ๑
             มีฉันทะกล้าในการแทงตลอดด้วยทิฐิ และมีความรักอย่างลึกซึ้ง
ในการแทงตลอดด้วยทิฐิต่อไป ๑
             ดูกรสารีบุตร วัตถุแห่งนิททสะ ๗ ประการนี้แล เรากระทำให้แจ้ง
ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ประกาศแล้ว
             ดูกรสารีบุตร ภิกษุผู้ประกอบด้วยวัตถุแห่งนิททสะ ๗ ประการนี้แล
ถ้าประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ครบ ๑๒ ปี ก็ควรจะเรียกได้ว่า ภิกษุผู้
นิททสะ ถ้าประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ครบ ๒๔ ปี ก็ดี ... ๓๖ ปีก็ดี ...
๔๘ ปีก็ดี  ก็ควรจะเรียกได้ว่า ภิกษุผู้นิททสะ ฯ

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓  บรรทัดที่ ๘๕๓ - ๙๐๐.  หน้าที่  ๓๘ - ๔๐.
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=23&A=853&Z=900&bgc=lavender&pagebreak=0
             ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=23&i=39&bgc=lavender


             คำว่า นิททสวัตถุ แปลว่า ธรรมที่เป็นเหตุให้ชื่อว่า “นิททสะ” แปลว่า มีอายุไม่ถึง ๑๐ ปี  
             คำนี้เป็นคำที่พวกเดียรถีย์ใช้เรียกนิครนถ์ผู้ประพฤติพรหมจรรย์กำหนด ๑๒ ปี  
ถ้าตายลง เมื่อถึง ๑๐ ปี เรียกผู้นั้นว่า “นิททสะ” คือ เมื่อมาเกิดอีกจะมีอายุไม่ถึง ๑๐ ปี
และอาจไม่ถึง ๙ ปี ... ๑ ปี  
             แต่พระผู้มีพระภาคทรงใช้คำนี้ หมายถึงพระขีณาสพ (พระอรหันต์) ในความหมายว่า  
             “ไม่มีการเกิดอีก” ไม่ว่าจะเกิดมาเพียงวันเดียวหรือครู่เดียว

             โดยมีเงื่อนไขว่าผู้นั้นต้องเพียบพร้อมด้วยธรรม ๗ ประการ
             ส่วนเวลาประพฤติพรหมจรรย์มากน้อยไม่สำคัญ
http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=11&i=221&p=7#นิททสวัตถุ


             การบวชนานเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีความยินดีในการศึกษายิ่งๆ ขึ้นไป
ก็ไม่พอต่อการบรรลุคุณวิเศษเบื้องสูงยิ่งๆ ขึ้นไป
             ในพระชาติหนึ่ง พระโพธิสัตว์ได้ออกบวชนาน 50 ปีกว่า แต่มีความยินดี
ในการบวชเพียงแค่ 7 วันเท่านั้น จากนั้นไม่มีความยินดีเลย แต่สู้อุตสาหะ
บวชอยู่ต่อไปได้ แม้ไม่ยินดีเลย เรื่องนี้มาในมัณฑัพยชาดก

             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙
             ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
             มัณฑัพยชาดก
             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗  บรรทัดที่ ๕๖๔๙ - ๕๖๘๙.  หน้าที่  ๒๕๙ - ๒๖๑.
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=27&A=5649&Z=5689&bgc=mistyrose&pagebreak=0
             ศึกษาอรรถกถาชาดกนี้ ได้ที่ :-
http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1380&bgc=mistyrose
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ศาสนาพุทธ พระไตรปิฎก ปฏิบัติธรรม