กลิ่นของสัตบุรุษฟุ้งไปทวนลมได้


             พระอานนทเถระทูลถามปัญหา
             "พระเจ้าข้า กลิ่นของคันธชาตใด ฟุ้งไปตามลมก็ได้,
             กลิ่นของคันธชาตใด ฟุ้งไปทวนลมก็ได้,
             กลิ่นของคันธชาตใด ฟุ้งไปตามลมและทวนลมก็ได้,
             คันธชาตนั้นบางอย่าง มีอยู่หรือหนอแล?"

             พระศาสดาทรงเฉลยปัญหา              
             "อานนท์ กลิ่นของคันธชาตใด ฟุ้งไปตามลมก็ได้,
              กลิ่นของคันธชาตใด ฟุ้งไปทวนลมก็ได้,
              กลิ่นของคันธชาตใด ฟุ้งไปตามลมและทวนลมก็ได้,
              คันธชาตนั้นมีอยู่."

             "อานนท์ หญิงก็ตาม ชายก็ตาม ในบ้านหรือในนิคมใดในโลกนี้
             เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง, เป็นผู้ถึงพระธรรมว่าเป็นที่พึ่ง, เป็นผู้ถึงพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่ง;
             เป็นผู้งดเว้นจากการทำสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วง,
             เป็นผู้งดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เขามิได้ให้,
             เป็นผู้งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม,
             เป็นผู้งดเว้นจากการกล่าวเท็จ,
             เป็นผู้งดเว้นจากฐานะเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือการดื่มน้ำเมา ได้แก่สุราและเมรัย;
             เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม;
             มีใจมีความตระหนี่เป็นมลทินไปปราศแล้ว มีเครื่องบริจาคอันสละแล้ว มีฝ่ามืออันล้างแล้ว
             ยินดีในการสละ ควรแก่การขอ ยินดีในการจำแนกทาน ย่อมอยู่ครอบครองเรือน,

             สมณะและพราหมณ์ในทิศทั้งหลาย ย่อมกล่าว (สรรเสริญ) เกียรติคุณของหญิงและชายนั้นว่า
             ‘หญิงหรือชายในนิคมชื่อโน้น เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง, ฯลฯ ยินดีในการจำแนกทาน.’

             แม้เทวดาทั้งหลายย่อมกล่าว (สรรเสริญ) เกียรติคุณของหญิงและชายนั้นว่า
             ‘หญิงหรือชายในบ้านหรือนิคมชื่อโน้น เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง, ฯลฯ ยินดีในการจำแนกทาน.’

             อานนท์ นี้แลเป็นคันธชาตมีกลิ่นฟุ้งไปตามลมก็ได้, มีกลิ่นฟุ้งไปทวนลมก็ได้,
             มีกลิ่นฟุ้งไปตามลมและทวนลมก็ได้" ดังนี้แล้ว ได้ทรงภาษิตพระคาถาเหล่านี้ว่า :-

                                น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมติ
                                น จนฺทนํ ตครมลฺลิกา วา
                                สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมติ
                                สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายติ.
                  จนฺทนํ ตครํ วาปิ                  อุปฺปลํ อถ อสฺสิกี
                  เอเตสํ คนฺธชาตานํ    สีลคนฺโธ อนุตฺตโร.
                                กลิ่นดอกไม้ฟุ้งไปทวนลมไม่ได้, กลิ่นจันทน์
                  หรือกลิ่นกฤษณาและกลัมพักก็ฟุ้งไปไม่ได้, แต่กลิ่นของ
                  สัตบุรุษฟุ้งไปทวนลมได้, (เพราะ) สัตบุรุษย่อมฟุ้งขจรไป
                  ตลอดทุกทิศ, กลิ่นจันทน์ก็ดี แม้กลิ่นกฤษณาก็ดี กลิ่น
                  อุบลก็ดี กลิ่นดอกมะลิก็ดี, กลิ่นศีลเป็นเยี่ยมกว่าคันธชาต
                  ทั้งหลายนั่น.

http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=14&p=9
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  วัด ศาสนาพุทธ พระไตรปิฎก ปฏิบัติธรรม ทำบุญ