เป็นเพราะเหตุบังเอิญหรือกรรมลิขิต

กระทู้คำถาม
ถ้าโดยพื้นฐานเรารู้ตัวดีว่าจิตใจเรา ค่อนข้างดี
โดยจากการวิเคราะห์พฤติกรรมตัวเอง จากการกระทำ
ใจดี ขี้สงสาร ชอบทำบุญ รัก หวังดี และใส่ใจครอบครัวตัวเอง
และบุคคลรอบข้าง มาโดยตลอด

แต่มีเหตุให้ต้องทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
จนเป็นตราบาปในใจทุกข์ใจมาก จนเคยคิดว่า
กรรมปัจจุบัน ตั้งแต่เด็ก เราก็หมั่นทำแต่เรื่องดีๆ
เรื่องไม่ดีอาจมีบ้างคือความดื้อ ซน ประสาเด็ก
เหตุใด พอโต กลับต้องเจอกับเรื่องที่ไม่ดีมากมาย


แม้แต่บุพการีที่แสนรัก ก็ไม่มีโอกาสได้ตอบแทนพระคุณ
ตอนนี้ ต้องมาอยู่ในที่ ที่ไม่มีพระสงฆ์ ท่านมาบิณฑบาตรเลย
อยู่ไม่ไกลวัดมาก แต่ก็ไม่สะดวกเรื่องการเดินทาง
ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เพราะเราเกิดมามีบาปมากหรือเปล่า
แม้แต่บุญยังทำได้ไม่สะดวกเลย บางทีอยากไปทำบุญก็ติดตรงไม่มีเงินบ้าง
พอมีที่จะเจียดไปทำบุญก็ติดเรื่องอื่นๆบ้าง
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
แม้แต่บุญยังทำได้ไม่สะดวกเลย บางทีอยากไปทำบุญก็ติดตรงไม่มีเงินบ้าง

ในการเจริญกุศล "ไม่ได้" ต้องมีเงินแต่อย่างเดียว ลองอ่านบุญกริยาวัตถุ 10  http://www.84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=89
ท่านจะพบว่ามีหนทางแห่งกุศลอีกมากที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินโดยตรง เป็ฯสิ่งที่ทำได้เลยในชีวิตประจำวัน เมื่อยังไม่สะดวกไปวัดท่านก็ยังสามารถแสวงหาเจริญภาวนา เช่นฟังพระธรรมทางอินเตอร์เน็ต เป็นการเจริญปัญญาแบบสุตมยปัญญาได้ เป็นต้น จริง ๆ ในชีวิตประจำวันมีทางเจริญกุศลได้อีกมาก

บุญกิริยาวัตถุ 10 (ที่ตั้งแห่งการทำบุญ, ทางทำความดี — bases of meritorious action)
       1. ทานมัย (ทำบุญด้วยการให้ปันสิ่งของ — meritorious action consisting in generosity; merit acquired by giving)
       2. สีลมัย (ทำบุญด้วยการรักษาศีลหรือประพฤติดี — by observing the precepts or moral behavior)
       3. ภาวนามัย (ทำบุญด้วยการเจริญภาวนาคือฝึกอบรมจิตใจ — by mental development)
       4. อปจายนมัย (ทำบุญด้วยการประพฤติอ่อนน้อม — by humility or reverence)
       5. เวยยาวัจจมัย (ทำบุญด้วยการช่วยขวนขวายรับใช้ — by rendering services)
       6. ปัตติทานมัย (ทำบุญด้วยการเฉลี่ยส่วนแห่งความดีให้แก่ผู้อื่น — by sharing or giving out merit)
       7. ปัตตานุโมทนามัย (ทำบุญด้วยการยินดีในความดีของผู้อื่น — by rejoicing in others’ merit)
       8. ธัมมัสสวนมัย (ทำบุญด้วยการฟังธรรมศึกษาหาความรู้ — by listening to the Doctrine or right teaching)
       9. ธัมมเทสนามัย (ทำบุญด้วยการสั่งสอนธรรมให้ความรู้ — by teaching the Doctrine or showing truth)
       10. ทิฏฐุชุกัมม์ (ทำบุญด้วยการทำความเห็นให้ตรง — by straightening one’s views or forming correct views)

ในเรื่องการทำความเห็นให้ตรงก็คือสัมมาทิฎฐิ มีปัจจัยให้เกิดนัยหนึ่งคือ
[34] ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิ 2 (ทางเกิดแห่งแนวคิดที่ถูกต้อง, ต้นทางของความดีงามทั้งปวง : sources or conditions for the arising of right view)
       1. ปรโตโฆสะ (เสียงจากผู้อื่น การกระตุ้นหรือชักจูงจากภายนอก คือ การรับฟังคำแนะนำสั่งสอน เล่าเรียนความรู้ สนทนาซักถาม ฟังคำบอกเล่าชักจูงของผู้อื่น โดยเฉพาะการสดับสัทธรรมจากท่านผู้เป็นกัลยาณมิตร : another’ s utterance; inducement by others; hearing or learning from others)
       2. โยนิโสมนสิการ (การใช้ความคิดถูกวิธี ความรู้จักคิด คิดเป็น คือกระทำในใจโดยแยบคาย มองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณา รู้จักสืบสาวหาเหตุผล แยกแยะสิ่งนั้นๆ หรือปัญหานั้นๆ ออก ให้เห็นตามสภาวะและตามความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย : reasoned attention; systematic attention; genetical reflection; analytical reflection) http://www.84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=34

ก็ทำได้โดยไม่ต้องทำแต่ทาน (การช่วยเหลือแบ่งปันสิ่งของเงินทอง) เท่านั้น ในเรื่องการภาวนา (สมาธิ และวิปัสสนา) คงต้องเริ่มต้นจากการฟังธรรมที่ถูกต้อง ทำได้ไม่ยากข้อที่ควรพิจารณาคือฟังอะไรไปก็ค่อย ๆ พิจารณา สงสัยก็พยายามค้นเปรียบเทียบกับพระไตรปิฎก เป็นต้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่