คำแปลแถลงการณ์ร่วมไทย กัมพูชา ที่หลายคนรับรู้ความจริงด้านเดียวว่าเป็นการขายชาติ ด้อ่านความจริงกันรึยัง
สรุปคร่าวๆนะครับ รับฟังอย่างเป็นกลาง ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนนะว่าผมไม่ใช่เหลือง แดง สลิ่ม แมลงสาบ ตอนเลือกตั้งผมเลือกท่านปุรชัยครับ อยากได้ท่านเป็นนายก
เริ่มกันเลย คำแถลงการณ์ร่วม 1. ระบุว่าไทยยอมรับการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา โดยให้กำหนดเขตอนุรักษ์ซึ่งถือเป้นพื้นที่กันชนไว้ในภาคผนวก ซึ่งก็คือพื้นที่ที่กำลังเป้นปัญหาในขณะนี้ คือไทยให้ใช้แผนผังแนบท้ายเพราะไม่ยอมให้กัมพูชาใช้แผนที่ 1:200,000 เพราะหากเรายอมให้กัมพูชาใช้แผนที่ 1:200000 ก็เท่ากับว่าเราไปยอมรับแผนที่เขตแดน ยกพื้นที่ 4.6 ให้กัมพูชาไปโดยปริยาย
2. ไทยยืนยันให้ใช้แผนผังแนบท้าย ซึ่งทำขึ้นโดยอ้างอิงจากแผนที่ 1:50000 ซึ่งรักษาพื้นที่ 4.6 ไว้เป้นพื้นที่อนุรักษ์เขตกันชน
3. ในระหว่างที่ยังไม่มีผลของคณะ JBC พื้นที่ดังกล่าวที่กำลังพิพาทกันอยู่นี้ก็ต้องมาจัดทำแผนบริหารจัดการร่วมกันระหว่างไทยกับกัมพูชา
เอาละมาวิเคราะห์กันอย่างเป็นกลางโดยอยู่บนพื้นฐานหลักความเป็นจริงกัน
1. การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ตอนนี้ก็ขึ้นได้แต่ตัวปราสาท แต่พื้นที่ทางตะวันออกและทิศใต้ซึ่งกำลังพิพาทกันไม่ได้ขึ้นเพราะศาลโลกเมื่อปี 2505 ยังไม่ได้ตัดสินว่าเป็นของใคร และการทำแถลงการณ์ร่วม ฉบับนี้ ที่ระบุว่าไทยยอมรับการขึ้นทะเบียนของกัมพูชาฝ่ายเดียว ผมจะชี้แจงให้ทราบว่าถึงแม้ว่าเราไม่ไปทำแถลงการณ์ร่วม เขาก็ขึ้นทะเบียนของเขาเองได้เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของเขาตั้งแต่ปี 2505 แต่เราสงวนทางขึ้นไว้เพราะที่ดินที่ตั้งเป้นของเรา
2. การที่เขมรขึ้นทะเบียนได้แต่ตัวปราสาท ก็จะมีปัญหาของทางเขมรกับคณะกรรมการมรดกโลกเพราะจัดทำแผนบริหารจัดการไม่ได้ เนื่องจากไม่มีทางขึ้น ก็เลยมีความจำเป็นต้องมาพิจารณาหาทางออก ซึ่งมีทางเดียวก็คือพิจารณาแผนบริหารจัดการร่วมในพื้นที่ทับซ้อนซึ่งถูกระบุไว้ใน แถลงการณ์ร่วม นั่นเอง
3. มาถึงขั้นตอนนี้แถลงการณ์ร่วม ไม่ได้ระบุว่าไทยยกดินแดนให้เขมรนะครับ แต่ระบุว่าขอจัดทำแผนบริหารจัดการร่วมในพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งจะเป้นของใครในอนาคตนั้นยังไม่ทราบ แต่ตอนนี้ความชัดเจนน่าจะเป็นของไทยเพราะแผนที่ที่คุณมิริงนำเสนอก็ปรากฎชัดว่าอยู่ในเขตไทย
4. เมื่อศาลรัฐธรรมนูญออกมาวินิจฉัยว่า แถลงการณ์ร่วม ดังกล่าวเป็นโมฆะ ก็เท่ากับว่าแผนผังที่ทำแนบท้าย แถลงการณ์ร่วม ก็เป็นโมฆะไปด้วย อีกทั้งมีการใช้กำลังตามแนวชายแดนเลยเป็นเหตุให้เขมรยื่นศาลโลกตีความคำตัดสินปี 2505 ว่าคำพิพากษาผูกพันถึงพื้นที่หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ก็รอฟังกัน
ทั้งนี้หากศาลตัดสินว่าคำพิพากษาปี 2505 ผูกพันพื้นที่ดังกล่าว ก็เท่ากับว่าเราพลาดโอกาสที่จะร่วมบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวไปโดยปริยาย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบละทีนี้ ทั้งๆที่หาก แถลงการณ์ร่วมมีผลบังคับใช้เราก็จะยังสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะบริหารจัดการร่วมในพื้นที่ทับซ้อนและมีโอกาสสูงที่คณะกรรมการเขตแดนร่วมและคณะกรรมการมรดกโลกจะแก้ปัญหาด้วยการกำหนดพื้นที่เขาพระวิหารเป็นพื้นที่สากล บริหารจัดการร่วมระหว่างสองประเทศ แต่ตอนนี้มันไปทางนี้ไม่ได้แล้วครับ สรุปแล้วใครขายชาติ
ข้อเท็จจริงกรณี แถลงการณ์ร่วม ที่โดนเบรค
คำแปลแถลงการณ์ร่วมไทย กัมพูชา ที่หลายคนรับรู้ความจริงด้านเดียวว่าเป็นการขายชาติ ด้อ่านความจริงกันรึยัง
สรุปคร่าวๆนะครับ รับฟังอย่างเป็นกลาง ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนนะว่าผมไม่ใช่เหลือง แดง สลิ่ม แมลงสาบ ตอนเลือกตั้งผมเลือกท่านปุรชัยครับ อยากได้ท่านเป็นนายก
เริ่มกันเลย คำแถลงการณ์ร่วม 1. ระบุว่าไทยยอมรับการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา โดยให้กำหนดเขตอนุรักษ์ซึ่งถือเป้นพื้นที่กันชนไว้ในภาคผนวก ซึ่งก็คือพื้นที่ที่กำลังเป้นปัญหาในขณะนี้ คือไทยให้ใช้แผนผังแนบท้ายเพราะไม่ยอมให้กัมพูชาใช้แผนที่ 1:200,000 เพราะหากเรายอมให้กัมพูชาใช้แผนที่ 1:200000 ก็เท่ากับว่าเราไปยอมรับแผนที่เขตแดน ยกพื้นที่ 4.6 ให้กัมพูชาไปโดยปริยาย
2. ไทยยืนยันให้ใช้แผนผังแนบท้าย ซึ่งทำขึ้นโดยอ้างอิงจากแผนที่ 1:50000 ซึ่งรักษาพื้นที่ 4.6 ไว้เป้นพื้นที่อนุรักษ์เขตกันชน
3. ในระหว่างที่ยังไม่มีผลของคณะ JBC พื้นที่ดังกล่าวที่กำลังพิพาทกันอยู่นี้ก็ต้องมาจัดทำแผนบริหารจัดการร่วมกันระหว่างไทยกับกัมพูชา
เอาละมาวิเคราะห์กันอย่างเป็นกลางโดยอยู่บนพื้นฐานหลักความเป็นจริงกัน
1. การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ตอนนี้ก็ขึ้นได้แต่ตัวปราสาท แต่พื้นที่ทางตะวันออกและทิศใต้ซึ่งกำลังพิพาทกันไม่ได้ขึ้นเพราะศาลโลกเมื่อปี 2505 ยังไม่ได้ตัดสินว่าเป็นของใคร และการทำแถลงการณ์ร่วม ฉบับนี้ ที่ระบุว่าไทยยอมรับการขึ้นทะเบียนของกัมพูชาฝ่ายเดียว ผมจะชี้แจงให้ทราบว่าถึงแม้ว่าเราไม่ไปทำแถลงการณ์ร่วม เขาก็ขึ้นทะเบียนของเขาเองได้เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของเขาตั้งแต่ปี 2505 แต่เราสงวนทางขึ้นไว้เพราะที่ดินที่ตั้งเป้นของเรา
2. การที่เขมรขึ้นทะเบียนได้แต่ตัวปราสาท ก็จะมีปัญหาของทางเขมรกับคณะกรรมการมรดกโลกเพราะจัดทำแผนบริหารจัดการไม่ได้ เนื่องจากไม่มีทางขึ้น ก็เลยมีความจำเป็นต้องมาพิจารณาหาทางออก ซึ่งมีทางเดียวก็คือพิจารณาแผนบริหารจัดการร่วมในพื้นที่ทับซ้อนซึ่งถูกระบุไว้ใน แถลงการณ์ร่วม นั่นเอง
3. มาถึงขั้นตอนนี้แถลงการณ์ร่วม ไม่ได้ระบุว่าไทยยกดินแดนให้เขมรนะครับ แต่ระบุว่าขอจัดทำแผนบริหารจัดการร่วมในพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งจะเป้นของใครในอนาคตนั้นยังไม่ทราบ แต่ตอนนี้ความชัดเจนน่าจะเป็นของไทยเพราะแผนที่ที่คุณมิริงนำเสนอก็ปรากฎชัดว่าอยู่ในเขตไทย
4. เมื่อศาลรัฐธรรมนูญออกมาวินิจฉัยว่า แถลงการณ์ร่วม ดังกล่าวเป็นโมฆะ ก็เท่ากับว่าแผนผังที่ทำแนบท้าย แถลงการณ์ร่วม ก็เป็นโมฆะไปด้วย อีกทั้งมีการใช้กำลังตามแนวชายแดนเลยเป็นเหตุให้เขมรยื่นศาลโลกตีความคำตัดสินปี 2505 ว่าคำพิพากษาผูกพันถึงพื้นที่หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ก็รอฟังกัน
ทั้งนี้หากศาลตัดสินว่าคำพิพากษาปี 2505 ผูกพันพื้นที่ดังกล่าว ก็เท่ากับว่าเราพลาดโอกาสที่จะร่วมบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวไปโดยปริยาย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบละทีนี้ ทั้งๆที่หาก แถลงการณ์ร่วมมีผลบังคับใช้เราก็จะยังสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะบริหารจัดการร่วมในพื้นที่ทับซ้อนและมีโอกาสสูงที่คณะกรรมการเขตแดนร่วมและคณะกรรมการมรดกโลกจะแก้ปัญหาด้วยการกำหนดพื้นที่เขาพระวิหารเป็นพื้นที่สากล บริหารจัดการร่วมระหว่างสองประเทศ แต่ตอนนี้มันไปทางนี้ไม่ได้แล้วครับ สรุปแล้วใครขายชาติ