ภิกขุสูตร : ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๓ จำพวกเป็นไฉน

กระทู้สนทนา
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒
             อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
             ภิกขุสูตร
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

             [๔๕๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก
             ๓ จำพวกเป็นไฉน คือ
             บุคคลผู้หมดหวัง ๑
             บุคคลผู้มีหวัง ๑
             บุคคลผู้ปราศจากความหวัง ๑ ฯ

             ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้หมดหวังเป็นไฉน
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ บังเกิดในสกุลต่ำ คือ
สกุลจัณฑาล สกุลคนเป่าปี่ (ขอทาน) สกุลนายพรานป่า สกุลช่างรถ หรือ
สกุลกุลีเทหยากเยื่อ ซึ่งเป็นสกุลที่ยากจน
             มีข้าวน้ำโภชนาหารน้อย มีความเป็นไปฝืดเคือง มีของกินและ
เครื่องนุ่งห่มหาได้โดยฝืดเคือง และเขาเป็นคนมีผิวพรรณหม่นหมองไม่น่าดู
ต่ำเตี้ย มากด้วยความป่วยไข้ เป็นคนบอด เป็นคนง่อย เป็นคนกระจอก
หรือเป็นโรคอัมพาต หาข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้
ที่นอน ที่พัก และเครื่องตามประทีปไม่ได้
             เขาได้ฟังข่าวว่า กษัตริย์ผู้มีพระนามอย่างนี้ ถูกพวกกษัตริย์
อภิเษกแล้วด้วยการอภิเษกให้เป็นกษัตริย์
             เขาหาคิดอย่างนี้ไม่ว่า ถึงตัวเราก็จักถูกพวกกษัตริย์อภิเษก
ด้วยการอภิเษกให้เป็นกษัตริย์สักครั้งหนึ่งแน่แท้
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า "บุคคลผู้หมดหวัง" ฯ

             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีหวังเป็นไฉน
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระโอรสของพระราชามหากษัตริย์ผู้ได้
รับมูรธาภิเษกแล้วในโลกนี้ เป็นผู้ควรอภิเษก แต่ยังไม่ได้รับการอภิเษก
ถึงความไม่หวั่นไหว
             เขาได้ฟังข่าวว่า กษัตริย์ผู้มีพระนามอย่างนี้ ถูกพวกกษัตริย์
อภิเษกด้วยการอภิเษกให้เป็นกษัตริย์
             เขาย่อมคิดดังนี้ว่า ถึงตัวเราก็จักถูกพวกกษัตริย์อภิเษกด้วยการ
อภิเษกให้เป็นกษัตริย์สักคราวหนึ่งโดยแท้
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า "บุคคลผู้มีหวัง" ฯ

             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้ปราศจากความหวังเป็นไฉน
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระราชาในโลกนี้ เป็นกษัตริย์ได้รับ
มูรธาภิเษกแล้ว
             พระองค์ได้สดับข่าวว่า กษัตริย์ผู้มีพระนามอย่างนี้ ถูกพวก
กษัตริย์อภิเษกด้วยการอภิเษกให้เป็นกษัตริย์
             พระองค์หาทรงพระดำริดังนี้ไม่ว่า ถึงตัวเราก็จักถูกพวก
กษัตริย์อภิเษกด้วยการอภิเษกให้เป็นกษัตริย์สักคราวหนึ่ง
             ข้อนั้นเพราะเหตุใด
             เพราะพระองค์ซึ่งแต่ก่อนยังมิได้รับการอภิเษก ได้มีการอภิเษก
สงบไปแล้ว
             ดูกรภิกษุทั้งหลายนี้เรียกว่า "บุคคลผู้ปราศจากความหวัง"

             ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก แม้ฉันใด ฯ
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในหมู่ภิกษุก็มีบุคคลอยู่ ๓ จำพวก ปรากฏฉันนั้น
เหมือนกันแล บุคคล ๓ จำพวกเป็นไฉน คือ
             บุคคลผู้หมดหวัง ๑
             บุคคลผู้มีหวัง ๑
             บุคคลผู้ปราศจากความหวัง ๑

             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้หมดหวังเป็นไฉน
             บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นคนทุศีล มีธรรมเลวทราม ไม่สะอาด
มีสมาจารที่พึงระลึกด้วยความรังเกียจ มีการงานปกปิด ไม่ใช่สมณะ
แต่ปฏิญาณว่าเป็นสมณะ ไม่ใช่พรหมจารี แต่ปฏิญาณว่าเป็นพรหมจารี
เน่าในภายใน ชุ่มด้วยราคะ เป็นดังหยากเยื่อ
             เธอได้สดับข่าวว่า ภิกษุชื่อนี้ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ
อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน
เข้าถึงอยู่
             เธอหาคิดดังนี้ไม่ว่า แม้เราก็จักทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ
อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน
เข้าถึงอยู่
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า "บุคคลผู้หมดหวัง" ฯ

             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีหวังเป็นไฉน
             ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม
             เธอได้สดับข่าวว่า ภิกษุชื่อนี้ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ
อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน
เข้าถึงอยู่
             เธอย่อมคิดดังนี้ว่า แม้เราก็จักทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ
อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน
เข้าถึงอยู่ สักคราวหนึ่งโดยแท้
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า "บุคคลผู้มีหวัง" ฯ

             ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ปราศจากความหวังเป็นไฉน
             ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นพระอรหันตขีณาสพ
             เธอได้สดับข่าวว่า ภิกษุชื่อนี้ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ
อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน
เข้าถึงอยู่
             เธอย่อมไม่คิดดังนี้ว่า ถึงเราก็จักทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ
อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน
เข้าถึงอยู่ สักคราวหนึ่งโดยแท้
             ข้อนั้นเพราะเหตุไร
             เพราะความหวังในวิมุติของเธอผู้ยังไม่หลุดพ้นในก่อนนั้นระงับแล้ว
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า "บุคคลผู้ปราศจากความหวัง" ฯ
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในหมู่ภิกษุ มีบุคคล ๓ จำพวกนี้แล ปรากฏอยู่ ฯ

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐  บรรทัดที่ ๒๘๒๐ - ๒๘๗๕.  หน้าที่  ๑๒๒ - ๑๒๕.
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=20&A=2820&Z=2875&bgc=azure&pagebreak=0
             ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=20&i=452&bgc=azure
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  พระไตรปิฎก