
เด็กหนุ่มกตัญญูต้องหมดอนาคต
ลาออกจากโรงเรียนมากลางคัน เพื่อเลี้ยงน้องพิการ พร้อมเรื่องราวอันแสนรันทดของครอบครัว นายพลวัฒน์ แสวงรักษ์ อายุ 45 ปี อาชีพรับจ้างที่ ต้องแยกทางกับภรรยา ทิ้งลูกชายและน้องสาวที่พิการ ให้เลี้ยงดู นายรพีพัฒน์ หรือ น้องอั๋น แสวงรักษ์ อายุ 16 ปี กำลังดูแล ด.ญ.รัศมิ์กร หรือ
น้องออม แสวงรักษ์ อายุ 14 ปี น้องสาวที่สภาพร่างกายผอมแห้งจนหนังแทบติดกระดูก แขนและขาลีบ ยืนและนั่งลำบาก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องคอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ นอนอยู่บนที่นอนเก่าๆ ภายในบ้านปูนหลังเล็กชั้นเดียวสภาพเก่า หลังคารั่ว หน้าต่างผุพัง เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก
นายรพีพัฒน์ เผยอีกว่า พ่อกับแม่แยกทางกัน แม่กลับไปอยู่บ้านที่ภาคใต้ นำน้องสาวไปอยู่ด้วยได้ไม่นานก็นำน้องมาทิ้งให้พ่อเลี้ยงดูต่อ พ่อเป็นคนงานก่อสร้าง ส่วน นายรพีพัฒน์ กำลังเรียนอยู่ที่ ร.ร.สวนผึ้งวิทยา อีก 2 เดือน จะจบชั้น ม.3
ด้วยความเป็นห่วงน้องและสงสารพ่อ จึงจำเป็นต้องลาออกมา เสียดายที่ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือต่อเหมือนเพื่อน
ด้าน นายพลวัฒน์ แสวงรักษ์ อายุ 45 ปี บิดา กล่าวว่า สาเหตุที่ลูกสาวต้องตกอยู่ในสภาพพิการทั้งที่อายุ 14 ปี
แต่สมองเหมือนเด็ก 1 ขวบ มาจากอาการลมชัก ประกอบกับเส้นเลือดใหญ่ไปทับเส้นประสาท พาไปโรงพยาบาลศิริราช แพทย์แจ้งว่าลูกสาวต้องได้รับการผ่าตัด แต่แพทย์ยังไม่กล้าผ่าให้เพราะลูกสาวยังเล็กอยู่ จึงได้แต่รับยามารักษาเรื่อยๆ
จนถึงขณะนี้ลูกสาวก็ยังไม่ได้ไปรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย และ นายพลวัฒน์ ก็ป่วยเป็นโรคเก๊าต์ ทำงานได้ไม่เต็มที่ โชคดีที่ลูกชายเป็นเด็กดี ไม่เกเร และเต็มใจที่จะมาดูแลน้องสาว
อย่างไรก็ตาม นายพลวัฒน์ ยังหวังที่จะให้ลูกสาวได้รับการรักษาเพื่อให้สามารถดูแลตัวเองได้มากกว่านี้ รวมทั้งห่วงอนาคตของลูกชายที่ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ แม้ที่ผ่านมาลูกสาวจะได้รับเงินเบี้ยความพิการจาก อบต.สวนผึ้ง
เดือนละ 800 บาท แต่ก็ไม่เพียงพอ
หากผู้ใดมีจิตศรัทธาอยากจะช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่
เบอร์โทร 09-2871-6084.
จากเว็ป
http://www.thairath.co.th/content/521760
ข้อมูล ณ วันที่ 30/8/2558
หนุ่มวัย 16 ลาออก รร.ดูและน้องพิการ
เด็กหนุ่มกตัญญูต้องหมดอนาคต ลาออกจากโรงเรียนมากลางคัน เพื่อเลี้ยงน้องพิการ พร้อมเรื่องราวอันแสนรันทดของครอบครัว นายพลวัฒน์ แสวงรักษ์ อายุ 45 ปี อาชีพรับจ้างที่ ต้องแยกทางกับภรรยา ทิ้งลูกชายและน้องสาวที่พิการ ให้เลี้ยงดู นายรพีพัฒน์ หรือ น้องอั๋น แสวงรักษ์ อายุ 16 ปี กำลังดูแล ด.ญ.รัศมิ์กร หรือ น้องออม แสวงรักษ์ อายุ 14 ปี น้องสาวที่สภาพร่างกายผอมแห้งจนหนังแทบติดกระดูก แขนและขาลีบ ยืนและนั่งลำบาก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องคอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ นอนอยู่บนที่นอนเก่าๆ ภายในบ้านปูนหลังเล็กชั้นเดียวสภาพเก่า หลังคารั่ว หน้าต่างผุพัง เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก
นายรพีพัฒน์ เผยอีกว่า พ่อกับแม่แยกทางกัน แม่กลับไปอยู่บ้านที่ภาคใต้ นำน้องสาวไปอยู่ด้วยได้ไม่นานก็นำน้องมาทิ้งให้พ่อเลี้ยงดูต่อ พ่อเป็นคนงานก่อสร้าง ส่วน นายรพีพัฒน์ กำลังเรียนอยู่ที่ ร.ร.สวนผึ้งวิทยา อีก 2 เดือน จะจบชั้น ม.3 ด้วยความเป็นห่วงน้องและสงสารพ่อ จึงจำเป็นต้องลาออกมา เสียดายที่ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือต่อเหมือนเพื่อน
ด้าน นายพลวัฒน์ แสวงรักษ์ อายุ 45 ปี บิดา กล่าวว่า สาเหตุที่ลูกสาวต้องตกอยู่ในสภาพพิการทั้งที่อายุ 14 ปี แต่สมองเหมือนเด็ก 1 ขวบ มาจากอาการลมชัก ประกอบกับเส้นเลือดใหญ่ไปทับเส้นประสาท พาไปโรงพยาบาลศิริราช แพทย์แจ้งว่าลูกสาวต้องได้รับการผ่าตัด แต่แพทย์ยังไม่กล้าผ่าให้เพราะลูกสาวยังเล็กอยู่ จึงได้แต่รับยามารักษาเรื่อยๆ จนถึงขณะนี้ลูกสาวก็ยังไม่ได้ไปรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย และ นายพลวัฒน์ ก็ป่วยเป็นโรคเก๊าต์ ทำงานได้ไม่เต็มที่ โชคดีที่ลูกชายเป็นเด็กดี ไม่เกเร และเต็มใจที่จะมาดูแลน้องสาว
อย่างไรก็ตาม นายพลวัฒน์ ยังหวังที่จะให้ลูกสาวได้รับการรักษาเพื่อให้สามารถดูแลตัวเองได้มากกว่านี้ รวมทั้งห่วงอนาคตของลูกชายที่ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ แม้ที่ผ่านมาลูกสาวจะได้รับเงินเบี้ยความพิการจาก อบต.สวนผึ้ง เดือนละ 800 บาท แต่ก็ไม่เพียงพอ
หากผู้ใดมีจิตศรัทธาอยากจะช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่
เบอร์โทร 09-2871-6084.
จากเว็ป http://www.thairath.co.th/content/521760
ข้อมูล ณ วันที่ 30/8/2558