พิชัย จาวลา เคยบอกว่าหุ้นอินเดียจะทำนิวไฮ(ทั้งที่มีปัญหาสารพัด) ตอนนี้เป็นจริงแล้ว ....และยังบอกอีกว่า SET อาจจะถึง 1800

กระทู้สนทนา


วันที่ 6 มกราคม 2557 09:28
ฟันธงหุ้น-ทองคำรุ่ง ดัชนีแตะ1,500-1,600

โดย : ประนอม บุญล้ำ

"พิชัย จาวลา"มองต่างมุม...ฟันธงปี"57 แนวโน้มตลาดหุ้นไทย-ทองคำรุ่ง ดัชนีมีโอกาสทะยานแตะ 1,500-1,600 จุด

สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยกับตลาดทองคำ จะมีทิศทางและควรลงทุนหรือไม่อย่างไรในปี 2557 นายพิชัย จาวลา ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนและกรรมการบริหารเชียงใหม่กรุ๊ป ร่วมประเมินภาวการณ์หัวข้อ " Out Look การลงทุนตลาดทุนปี 2014 " ในรายการ Business Talk ทางกรุงเทพธุรกิจทีวี

นายพิชัย บอกว่า ตลาดหุ้นเอเชียปีหน้าภาพรวม เชื่อว่าจะปรับตัวขึ้น รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย ตามทฤษฎีผลประโยชน์ที่ราคาจะไม่เชื่อมโยงกับเหตุผลเสมอไป โดยเฉพาะจากข้อมูลข่าวสารเฉพาะหน้า หรือปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่เข้ามา อาทิ ปัจจัยภาวะเศรษฐกิจ ค่าเงิน ภาวะฟองสบู่ หากนักลงทุนสามารถเป็นคนส่วนน้อยที่มองข้ามเหตุผลไปหรือมองสวนตลาดเพราะการลงทุนในตลาดหุ้นไม่อาจมองการลงทุนที่เป็นเหตุเป็นผลได้เสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับการตีความของนักลงทุน และต้องพยายามเป็นคนส่วนน้อยที่มองสวนตลาดและข้ามเหตุผล

สำหรับปีนี้ หากยังคงมองตามเหตุผลจากปัจจัยลบต่างๆในขณะนี้ ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลก การทยอยถอนคิวอี ของสหรัฐ หากมองจากเหตุผลจะเป็นเรื่องที่มีผลต่อการลงทุนภาคเศรษฐกิจแท้จริง (Real Sector)มากกว่า แต่หากจะลงทุนในตลาดหุ้นจะเป็นอีกแบบหากใช้ทฤษฎีผลประโยชน์และมองข้ามเหตุผล ยกตัวอย่าง ตลาดหุ้นอินเดีย ที่มีข่าวสารในทางลบจำนวนมาก ทั้งเศรษฐกิจไม่ดี เกิดภาวะฟองสบู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ ค่าเงินอ่อ แต่ถ้ามองข้ามเหตุผลเหล่านี้เชื่อว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นแรง ขณะที่ตลาดหุ้นหั่งเส็ง ที่มีปัจจัยจากข่าวเชิงลบน้อยกว่าอินเดีย เพราะดูจากกราฟดัชนีและปัจจัยพื้นฐานยังค่อนข้างดี แต่ตลาดหุ้นหั่งเส็งจะปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นอินเดีย เนื่องจากนักลงทุนจะไม่ตีความแบบตรงไปตรงมา

ส่วนตลาดหุ้นไทย มองว่า เป็นลักษณะกลางๆ แบบ Side Way Down ยืดเยื้อ แต่ท้ายสุดจะปรับตัวขึ้น นักลงทุนน่าจะทยอยเข้าซื้อหุ้น เพราะมีเหตุผลค่อนข้างกลางๆ ไม่ได้ชัดเจนมากนัก อาทิ ภาวะเศรษฐกิจ แม้จะมีปัจจัยลบจากการเมือง และคาดว่าดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1500-1600 จุดได้ หรืออาจจะถึง 1700-1800 จุดด้วยซ้ำแม้จะยามก็ตามแต่ก็เป็นไปได้ เพราะภาวการณ์ดังกล่าวนักลงทุนไม่ได้กังวลมากนัก และอาจจะเห็นดัชนีหุ้นไทยสามารถปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1450 จุดได้ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้าด้วยซ้ำ

"ตอนนี้นักลงทุนควรทยอยซื้อมากกว่าขาย หากตลาดปรับตัวลงลึก นักลงทุนควรซื้อเพิ่ม สถานการณ์ตลาดหุ้นไทย ขณะนี้อยู่ในโซนซื้อมากกว่าโซนขาย"

นายพิชัย ยังมองถึงตลาดทองคำว่า เช่นเดียวกับตลาดหุ้น หากใช้ทฤษฎีผลประโยชน์และมองข้ามเหตุผลเฉพาะหน้าแล้ว ขณะนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนควรซื้อทองคำสะสมไว้ แม้จะมองว่าราคาทองคำปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องจาก และจากที่สำนักเศรษฐกิจต่างๆประเมินว่า ตลาดทองคำจะเป็นช่วงเวลาขาลง และมีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวลงมาอยู่ระดับ 1000 ต้นๆเท่านั้น และด้วยเหตุผลเหล่านี้ นั่นคือ หากคนมีความกังวลมากและคนส่วนใหญ่เทขายทองคำ แต่ในระบบผลประโยชน์ราคากลับจะปรับตัวขึ้นแรง ซึ่งขณะนี้บรรยากาศตลาดทองคำอยู่ในภาวการณ์ดังกล่าว ทำให้สามารถเข้าไปเก็งกำไรได้ โดยเชื่อว่า ตลาดทองคำเริ่ม Test low Down และมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1,300 -1,500ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้

"หากดูตามเหตุผลแล้วราคาทองคำจะเป็นช่วงขาลงในระยะ 5-10 ปี และอยู่ในภาวะฟองสบู่ แต่ถ้านักลงทุนขายทองคำวันนี้ หรือเท่ากับเสียของ เพราะหากรอไปอีก 1-2 ปี ราคามีโอกาสทะยานขึ้นไปทดสอบระดับ 1450 -1700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ไม่ยากนัก แต่ราคาจะไม่สูงเกินระดับ 2000 ดอลลาร์ เพราะที่ผ่านราคาทองคำสูงเกินไปหรือOver Price ไปแล้ว"

นายพิชัย อธิบายถึงทฤษฎีผลประโยชน์ว่า อุปสรรคสำคัญคือ ทำอย่างไรถึงจะเป็นคนส่วนน้อยที่มองข้ามเหตุผลหรือสวนตลาดได้ เพราะบางครั้งเมื่อมีข่าวสารเชิงลบและปัจจัยเสี่ยงเข้ามานักลงทุนจะเกิดความกลัว ดังนั้นจึงเห็นพ้องว่าควรจะลดพอร์ตลงทุน แต่หากยึดทฤษฎีผลประโยชน์ นักลงทุนก็ไม่ควรขาย แต่เป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนควรซื้อมากกว่า ซึ่งไม่ใช่การซื้อทันทีทันใด แต่เลือกจังหวะที่เหมาะสม เช่น เมื่อตลาดหุ้นปรับตัวลงก็ซื้อเพิ่ม หากสถานการณ์ยืดเยื้อต้องอดทนรอให้ได้ ท้ายสุดนักลงทุนจะมีกำไรและราคาหุ้นจะดีดกลับ

"นักลงทุนส่วนน้อยจะอยู่ตรงข้ามกับเหตุผล ถ้าติดยึดกับนักลงทุนส่วนใหญ่เราจะไม่กล้าซื้อ"

นายพิชัย แนะนำว่า หากนักลงทุนยึดทฤษฎีผลประโยชน์จะต้องคำนึงถึงปัจจัย 3 ประการที่ควรทำเพื่อให้มีกำไรจากการลงทุนในตลาดหุ้นหรือตลาดทองคำก็ตาม นั่นคือ 1. นักลงทุนต้องซื้อหุ้นในเวลาที่นักลงทุนใหญ่เกิดความกังวลกับข้อมูลหรือข่าวสารต่างๆในเชิงลบ 2. นักลงทุนต้องสามารถอดทนรอ อย่าติดกับดักหรือหลงไปกับเหตุผลเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นตลอดเวลา หรือข่าวสารที่เข้ามากระทบแม้ระยะเวลาจะยืดเยื้อก็ตาม และ 3. เมื่อเริ่มมีผลกำไรแล้ว หากกำไรเริ่มลดลงหรือหดหายจากความผันผวนระหว่างการลงทุน นักลงทุนต้องสามารถ อดทนเวลาหรือทนต่อสถานการณ์นั้นได้อย่างใจเย็น

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20140106/553980/%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%B01,500-1,600.html
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview