The Truth Behind - ความจริงและเหตุผล ของผู้ที่มาชุมนุมแยกปทุมวัน - ไม่แบ่งฝั่ง ไม่อยากให้มีการด่าว่า เอาความจริงมาคุยกัน

กระทู้สนทนา
ผมเป็นนิสิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการสัมภาสณ์แบบปากต่อปาก กับผู้ที่เข้ามาเป็น 'ระบบ' หนึ่งของการชุมนุม ย้ำนะครับ ระบบ ไม่ใช่มาร่วมชุมนุม ผมเห็นอะไรน่าสนใจ ผมก็ทักและขอสัมภาสณ์ เหตุผลเพราะอยากรู้ว่า ทำไมเค้าเหล่านั้นถึงมาชุมนุม ทั้งๆที่แดดร้อนและรู้ว่าน่าจะลำบากมาก และไม่เข้าใจว่าเหตุผลเบื้องลึกของปัจเจกบุคคล เป็นอย่างไร หลังจากฟังพวกเขาพูดแล้วผมซึ้ง และได้มุมมองมากมาย ลองไปอ่านกันดูนะครับ..

ขอประกาศก่อนว่า กระทู้นี้ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด และไม่ต้องการให้มีการด่าและแบ่งพรรคแบ่งพวกนะครับ แต่ต้องการแสดงสิ่งที่ปรากฎจริง เผื่อข้อเท็จจริงที่ผมนำมาพิมพ์นี้จะเป็นหลักฐานประกอบการตัดสินใจ ของทุกๆคน นะครับ ความเห็นทั้งหมดเป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ให้สัมภาสณ์ทั้งสิ้น หากกระทบความเห็นส่วนตัวของใครก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ เพราะความตั้งใจของผมไม่ได้อยากทำอย่างว่าเลยครับ

--- บทสัมภาสณ์ วันที่ 1 ก.พ. 2557 --- กลางแยกปทุมวัน

ลพบุรี – คุณอรสุพรรณ อายุ 23 ปี และน้องชาย เด็กชายสุพนัฐ อายุ 14 ปี

มาไล่คนโกงค่ะ อุดมการณ์เหมือนกับแกนนำ มาไกลมากจากลพบุรี ครอบครัวมากันบ่อยค่ะ มาอาทิตย์นึงมานอนสองวัน เสาอาทิตกลับบ้าน แล้วก็มาอีก ไม่ลำบาก ลำบากก็ต้องยอมค่ะ ไปลาดพร้าวมาแล้ว ไปหลายที่เพราะส่วนตัวอยากเปลี่ยนบรรยากาศ สนุกมาก เหมือนไม่มาชุมนุมเลยค่ะ ไม่เครียด เพราะพวกเราเป็นม๊อบคนดี ม๊อบมีตัง อันนี้จริงๆก็ซื้อของเยอะมาก จะหมดตัวอยู่แล้วค่ะ(ขำ)

ตรัง – กลุ่มคนจากภาคใต้ อายุ 65 , 54, 48, 43 ปี

มาเพื่อประเทศชาติ อุดมการณ์เดียวกัน มาหกครั้งแล้ว ไม่กลัวเลย แม้มีระเบิดก็ตาม เพิ่งมาถึง ไม่ได้อาบน้ำ จะมาอาบข้างในครับ บรรยากาศดี รู้สึกเป็นหนึ่งเดียว รักกัน ได้เพื่อนใหม่ (พร้อมกับโชว์บัตรที่จดเบอร์โทรเพื่อนใหม่ มีเยอะมากประมาณ 10-20ใบ) มาชิอปปิ้งด้วย อยากให้ออกมาช่วยกันเยอะๆครับ/ค่ะ

สมุทรสาคร - คุณหมวย คุณตี๋ อายุห้าสิบต้นๆ สามี-ภรรยา

ต้องการให้มีคนมามากๆ อยากให้รัฐเห็นมวลชน อยากชวน ให้มาบ่อยๆ เพราะประเทศถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว หากนิ่งเฉย ประเทศจะไปไม่ไหว ถ้ามีคนขู่กลัวมั้ย ก็ต้องยอมรับว่ากลัว เพียงแต่ว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างต้องมีการแลกกัน แต่เราไม่ใช้ความรุนแรง และต้องระมัดระวัง ช่างสังเกต อยู่ที่เราอยู่ดีนะคะ คือดวงจะเป็นอะไรอยู่ที่ไหนก็เป็น ไม่ต้องกลัว รู้สึกบรรยากาศดี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทุกคน ยิ้มแย้มทักทาย อัธยาศัยดี รู้สึกดีใจที่คนที่มีแนวคิดเดียวกันกับเรามีอีกมาก

<แล้วเค้าก็ถามกลับครับ> – นิสิตอย่างเราๆคิดอะไรบ้าง?
ผมก็ตอบไปว่า : เราทำหน้าที่ของเราโดยการมาศึกษาจากสถานที่จริงแล้วเผยแพร่ความจริง ทุกคนจะได้รู้ทั่วกันครับ

คุณภัชรวลัย แม่บ้าน อายุ 45 ปี

เหตุผลเดียวของพี่คือ ไม่เคยชื่นชมพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น แต่เพราะมีคนล่วงเกินสถาบันที่เรารัก คือในหลวง จากการศึกษาจากหลายสื่อหลายๆด้าน หลายๆทาง พบว่าไม่ว่าจะคนเล็กคนใหญ่มีการดูถูกและหมิ่นพระมหากษัตริย์ ซึ่งรับไม่ได้ ส่วนตัวเข้าไปร่วมเพราะไม่ชอบนักการเมืองที่ต่อต้านสถาบันเท่านั้น ถ้าถามว่ากลัวอันตราย กลัวระเบิดมั้ย? ต้องตอบว่าเป็นเรื่องที่ไม่ทำให้คนกลัว เพราะคิดว่าการออกมาสู้ดีกว่าไม่สู้เลย ไม่ว่าจะมีการสูญเสียมากหรือน้อย ทุกคนก็เชื่อว่าจะต้องสู้ ถามว่ารู้มั้ย ก็ไม่มีใครรู้อนาคต แต่ทุกคนก็ออกมา บางทีอาจแสดงออกรุนแรง และชัดเจนมากเกินไป แต่ทั้งหมดทำเพื่อจุดประสงค์ พี่ยังคงรักษากติกาของสันติ อหิงสา เราไม่ได้ไปปาระเบิดใส่ใคร แต่หากการทำสัญลักษณ์จะถูกมองว่าต่อต้าน ก็ย่อมใช่ อาจจะเป็นเพราะว่าเราต่อต้านรัฐบาล และนั่นคือความเห็นของรัฐบาล เค้าจะบอกว่าเรารุนแรง อยู่ในมุมไหนก็จะมองมุมนั้น เราก็เข้าใจทั้งสองฝ่าย

ผมก็ถามว่ามีอะไรจะฝากมั้ย?

ก็ทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะ ถ้าใครมีความคิดเห็นส่วนตัวเหมือนพี่ คือ พี่รักและเทิดทูนสถาบัน ไม่เกี่ยวกับบุคคลและนักการเมืองใดๆ ก็คิดว่าควรจะออกมาร่วมมือกัน มาต่อต้านคนที่ล่วงเกินสถาบัน ไม่อยากให้เค้ามีอำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศเลย มีความรู้สึกว่าไม่ควรมีคนอย่างนี้อยู่ในแผ่นดินด้วยซ้ำ แผ่นดินของพระมหากษัตริย์ของเรา หนักแผ่นดิน

อันอัน กับ ตี้ เภสัช ปี1 – จุดบริการยาฟรี เภสัช จุฬา

มาเพราะแน่นอนว่าถ้ามีการชุมนุมย่อมต้องมีผู้ป่วย ผู้เจ็บ การมาตั้งบูธน่าจะเป็นประโยชน์ของผู้ชุมนุม อะไรมาช่วยได้ก็มาช่วย ไม่ได้แบ่งฝ่ายว่าใครฝ่ายใคร ตามความรู้สึกคือผมมาช่วยเหลือผู้ป่วย ไม่ได้มีส่วนร่วมทางการเมืองมากนัก ต้องการมาช่วยคนไข้มากกว่า ผมและเพื่อนเป็นกลาง ถามว่ากลัวระเบิดอันตรายมั้ย ไม่กลัวเพราะอาจารย์ก็อยู่ด้วยกัน เพื่อนๆก็มาเยอะ อยากให้ม๊อบเลิกเร็วๆ สลายโดยเร็ว เพราะไม่อยากให้คนป่วยเยอะ และสร้างความลำบากให้ผู้อื่น

อาจารย์จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เหตุผลที่มาตั้งเต้นในที่ชุมนุม?

หลังจากที่มีการชุมนุม ก็พบว่ามีคนไข้ ผู้ร่วมชุมนุมมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ในฐานะที่เราเป็นอาจารย์เภสัชและรับผิดชอบเรื่องยา ดูแลเรื่องยาก็เป็นหน้าที่ของเภสัชกรทุกคนที่ควรจะออกมาให้บริการ จิตอาสา รับบริจาคยา เพื่อนช่วยเพื่อน คนไทยช่วยคนไทย อยากปลูกฝังให้นิสิตเภสัชออกสัมผัสกับคนไข้จริงๆ ควรปลูกฝังเรื่องจิตอาสาไว้ อนาคตอาจารย์อาจสร้างรายวิชาที่เกี่ยวกับจิตอาสา ถามว่ากลัวอันตรายมั้ยก็ไม่กลัวเลย เพราะคิดว่าคนไทยทุกคนต้องรักกัน และคงไม่ทำร้ายกันเอง หากทำร้ายกันเอง เราจะไม่มีที่อยู่ อยากให้พวกเรารักกัน และฝากให้นิสิตนักศึกษาออกมาช่วยกันเยอะๆ
(พร้อมกันนี้ได้ชวนผมว่าไม่ต้องมีความรู้ ก็รินน้ำตักน้ำแข็งให้ผู้ป่วยได้นะ! มาช่วยเลยเร็วๆ)
เภสัชกรเป็นวิชาชีพที่ต้องดูแลเรื่องการใช้ยา และผู้ชุมนุมไม่มีที่พึ่งค่ะ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ก็มีมาประจำตามเต้นท์ตามเวลาว่างของเค้า  มีอาจารย์อีกมากที่มาช่วยกัน ไม่ใช่แค่อาจารย์คนเดียวค่ะ

สิ่งที่อยากฝาก?

อยากให้เข้าใจว่าทุกคนภาวนาให้ประเทศชาติเข้าสู่ความสงบโดยเร็ว อยากให้ทุกคนทำประโยชน์แก่ประเทศให้มากที่สุด ไม่ว่าจะบนเหตุผลอะไร ทุกคนมีสิทธิจะคิด จะทำ แต่อย่าหวังว่าใครจะต้องแพ้หรือชนะ แต่ ประเทศไทย.. ต้องชนะค่ะ

คุณอรทัย จบรัฐศาสตร์ แม่บ้าน อายุ 52 ปี – คุณยุพา  เปิดร้านหนังสือตรงกระทรวงการคลัง อายุ 57 ปี

เหตุผล?

เพราะรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบมากที่สุดเท่าที่เห็นมา ร้ายกาจมากกว่ารัฐบาลเผด็จการ เพราะพี่อยู่ทันช่วง 14 ตุลา คนออกมาแค่แสนเค้าก็ออกแล้ว แต่ตอนนี้ไม่เห็นมีท่าทีอะไร ถ้าเป็นต่างประเทศผู้นำเค้าจะมีสปิริต ออกไปตั้งนานแล้ว อย่างที่เกาหลี เมียคอร์รัปชั่น สามีฆ่าตัวตายเลยนะคะ ของเราไม่รู้เป็นหูน้ำหนวกหรืออย่างไร ไม่ฟังประชาชนเลย ไม่มีจิตสำนึกที่ดี คิดแต่ว่าอยากเลือกตั้งซึ่งไม่ใช่คำตอบของประชาธิปไตย เลือกตั้งไม่ใช่แค่หย่อนบัตรแล้วถูก แต่ประชาชนต้องตรวจสอบได้ ประเทศไม่ใช่ของคณะบุคคลหนึ่งบุคคลใด

ที่พี่มาที่มาเพราะแชร์อุดมการณ์ร่วมกับทุกคน ไม่ได้ว่าว่าคุณสุเทพดี 100% แต่เค้ารณรงค์ในเรื่องที่เรายอมรับได้ เราต้องเป็นคนมีเหตุผล รู้จักคิด รู้จักแยกแยะ มีสามัญสำนึกที่รู้ว่าอะไรดีไม่ดี ประเทศบ้านเกิดควรจะทำอย่างไร เค้าชอบเอาจุดด้อยมาโจมตีคุณสุเทพแต่มันก็ผ่านมาแล้ว ตอนนี้เลยถามว่ากลัวมั้ย ตอนนี้เลยเส้นความกลัวไปแล้ว ยิ่งข่มขู่คนก็ยิ่งออกมาเยอะ ถามว่าทำไม เพราะคนทนไม่ได้

ทุกคนรักประเทศ ‘คุณรักประเทศแบบไหน? เรารักที่ใจ เรารักที่การกระทำ แต่เค้ารักที่วัตถุ การกอบโกย’

สรุปคือเลยขีดความกลัวไปแล้ว อย่างวันนั้นที่ปาระเบิดวันศุกร์พี่ก็ไปวันเสาร์เลย คือไม่กลัว ทำเต็มที่ จะได้ไม่เสียใจทีหลัง เราทำให้ลูกหลาน เพื่อให้เด็กรุ่นหลัง ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นลูกหลานของเรา เค้าจะได้มีแผ่นดินของตัวเองอยู่

‘ถ้าเรามีชีวิตยืนยาวแล้วอยู่ไปถึงตอนนั้น ถ้าเค้าถามเราว่าเราทำอะไรให้ประเทศ เราจะได้เล่าให้เค้าฟังได้อย่างไม่อาย เพราะช่วง 14 ตุลาเรายังเรียนม.ปลายอยู่ ยังเล็กอยุ่ ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมาก แต่ตอนนี้เราแก่แล้ว เริ่มเคลื่อนไหวได้ อย่างมากก็แค่ตาย’ แล้วยิ่งโสดนะ! ไม่กลัวตายเลย(ขำ) อยากฝากว่าแล้วแต่ เป็นสิทธิของทุกคนในการเลือกตั้ง แต่ส่วนตัวไม่ไปเลือก เพราะไม่มีผลอะไรต่อประเทศเราอยู่แล้ว ถ้าไปก็คือไปสนับสนุนเค้า เค้าทำไม่ถูก

คุณฟังความข้างเดียวหรือเปล่า?

อ่อเราฟังทั้งสองด้าน คอยเอาภาพมาเปรียบเทียบกัน ไม่ต้องอะไร ดูแค่จำนำข้าวชาวนา เลื่อนแล้วเลื่อนอีกๆ อย่างนี้ใช้ไม่ได้ วันนี้พูดอย่าง วันนั้นพูดอีกอย่าง เท่ากับสร้างความไม่มั่นคงให้กับประชาชน บางทีเค้าอาจทำแลวบ่อยแล้ว จนเป็นเรื่องปกติ แต่ในสายตาคนไทย สายตาพวกเรา มันแย่มาก รับไม่ได้ พวกเค้ามีสปีชีส์เดียวกับ ไอ้ตัวนั้น แต่ว่ารุนแรงกว่า พี่ขอเรียกว่า โคโมโด ละกันค่ะ555

------------------------------------------------------------------------------------------
ขอให้อ่านและพิจารณาโดยนำความจริงมานำนะครับ
หากทำให้ผู้ใดไม่สบายใจก็ขออภัยด้วยครับ

ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง ประเทศไทย