ข้อดีของการเป็น มนุษย์เงินเดือน ...... !!!

กระทู้สนทนา
คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่เบื่อการเป็น "ลูกจ้าง"? แล้วเอาแต่พร่ำบ่นถึงชีวิตการทำงานของตัวเอง วันนี้ผมมีข้อดีหรือโอกาส ของการเป็นลูกจ้างทั้งที่มองเห็นได้ชัดเจนและที่ซ่อนอยู่มาแบ่งปันท่านผู้อ่านทุกท่าน เพื่อให้ท่านมองงานประจำของตัวเองให้ ถูกต้อง อันจะนำไปสู่ชีวิตที่มีความสุข และสร้างโอกาสในการก้าวสู่ผู้ประกอบการในอนาคต

1) การมีรายได้ที่สม่ำเสมอ
อันนี้เป็นข้อดีที่เห็นได้ชัดเจน และทำให้คนส่วนใหญ่ที่เป็นลูกจ้างมีความรู้สึกมั่นคงทางการเงิน แม้ความมั่นคง ดัง กล่าวจะขึ้นอยู่กับความมั่นคงขององค์กรก็ตาม แต่ถ้าหากมองเป็นข้อดี ผมว่าสิ่งนี้ทำให้ลูกจ้างบริหารเงินของตัวเองได้ไม่ยาก และถ้าบริหารดีดีก็สามารถมีเงินเก็บไว้ใช้ในช่วงหลังเกษียณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่หากมองในทางตรงกันข้าม การมีรายได้ที่สม่ำเสมอก็ทำให้ใครบางคนแอบสร้างภาระผูกผันระยะยาว ทำให้ตัวเอง ติดกับดักทางการเงินได้เช่นกัน แต่ก็นั่นอีกแหละมันเป็นกับดักที่คุณสร้างขึ้นเอง อย่าไปโทษงานประจำว่าให้เงินน้อย ทำให้คุณ มีเงินไม่พอใช้ หรือไม่พอจ่ายหนี้ที่ตัวเองสร้างขึ้นได้ เพราะนั่นจะทำให้คุณมองข้าม "ตัวปัญหา"? ตัวจริงไป

2) การได้ทำในสิ่งที่รัก
สำหรับคนที่ไม่มองแต่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่เลือกหางานทำโดยเลือกจากสิ่งที่ตัวเองรักหรือชอบ แล้วสามารถ เลี้ยงตัวเองได้โดยต้องไม่เบียดเบียนใคร อันนี้ผมถือว่าเป็นอิสรภาพทางการเงินแบบหนึ่งเหมือนกัน เพราะเป็นชีวิตที่คุณ เลือกเอง และไม่มีเงินเป็นเครื่องพันธนาการ
ผมเองเคยได้คุยกับนักข่าวกีฬาท่านหนึ่ง เป็นคนที่ต้องเดินทางไปเกาะติดกีฬาทั้งในและต่างประเทศเป็นประจำ เขา บอกว่านี่คือที่สุดของชีวิตเขาแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ เขารัก เขาสนุก และได้พบประสบการณ์ใหม่ๆเป็นประจำ บางคนถึงขั้นเขียนหนังสือพอคเก็ตบุ๊คจากสิ่งที่ไปพบเห็น ก็สามารถทำรายได้เพิ่มให้กับตัวเองได้อีกด้วย

3) การฝึกฝนเรื่องระเบียบวินัย
สำหรับคนที่ฝันอยากเป็นผู้ประกอบการในวันข้างหน้า หากวันนี้คุณยังไม่สามารถรักษาระเบียบวินัยในที่ทำงานของ คุณได้ ก็อย่าได้หวังจะเป็นเถ้าแก่เลย เพราะขนาดมีคนมาจ้ำจี้จ้ำไชคุณยังทำไม่ได้ แล้วงานที่ต้องอาศัยการควบคุมตน เองอย่างผู้ประกอบการคุณจะทำสำเร็จได้อย่างไร
ระเบียบวินัยที่คุณจะได้เรียนในที่ทำงานก็อย่างเช่น การตรงต่อเวลา การบริหารเวลาในการทำงาน หรือการจัดลำดับ ความสำคัญของงาน เป็นต้น ซึ่งถ้าเป็นผู้ประกอบการ คุณจะต้องบริหารมันหนักกว่านี้หลายเท่า

4) โอกาสในการเรียนรู้การบริหารธุรกิจ
เริ่มต้นจากงานที่คุณรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองเสียก่อน ลองคิดดูง่ายๆ ว่า ดีแค่ไหนที่คุณได้มีโอกาส ลองทำใน หลายๆ เรื่องที่คุณไม่เคยรู้ และมีโอกาสได้เห็นในหลายๆเรื่องที่ไม่ใช่ว่าใครก็จะเปิดให้คุณดูง่ายๆ ตรงนี้ผมว่ามันเป็นเรื่อง มุมมองของพนักงานแต่ละคนด้วย
สมัยทำงานผมคิดเสมอว่า "ทำอะไรแล้วต้องเป็นเลิศในงานนั้นให้ได้" ผมจึงใช้เวลาศึกษางานของตัวเองมากเป็นพิเศษ เรียกได้ว่า ถ้าอยากรู้เรื่องนี้ ต้องคุยกับเราและต้องรู้จริง ไม่ใช่งูๆ ปลาๆ ผมซื้อตำราต่างประเทศมาอ่านเสริม เพื่อ พัฒนางานตัวเอง ซึ่งในท้ายที่สุดงานนี้กลายมาเป็นหนึ่งในธุรกิจของผมในปัจจุบัน
นอกเหนือจากงานตัวเองแล้ว ผมจะแบ่งเวลาไปพูดคุยกับหัวหน้าแผนกโน้น แผนกนี้อยู่เสมอ เพื่อรับฟัง คำบ่นของพี่ๆ เขา ที่จริงแล้วผมไม่ได้ฟังแต่คำบ่นหรอก ผมแอบเรียนรู้กระบวนการทำงานของแผนกนั้นๆไปด้วย โดยการ ตั้งคำถามแล้วเรียนรู้ วันนี้ไปแผนกนี้ วันพรุ่งนี้ไปแผนกถัดไป สุดสัปดาห์สังสรรค์ก็คุยกันหลายแผนกหน่อย (จนหลาย คนถามว่าแผนกผมไม่มีปัญหาหรือ) ดูแล้วไม่น่าจะมีอะไร แต่สำหรับผมมันคือโอกาสในการเรียนรู้องค์รวมของธุรกิจที่ผม กำลังทำงานอยู่ แล้วก็อย่างที่เห็น วันนี้ผมกลายเป็นผู้ประกอบการจากการเรียนรู้โอกาสในอดีต แต่เพื่อนหลายที่ทำงานที่ มัวเอาแต่บ่นกับงาน ไม่คิดพัฒนาอะไรให้ดีขึ้น ศุกร์นี้ก็คงนั่งกินดื่มเพื่อบ่นเรื่องเดิมๆ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

5) โอกาสในการสร้างเครือข่าย
ในการทำงานเรามีโอกาสได้พบปะกับเพื่อนๆ ต่างแผนก ซึ่งต่างก็มีความรู้ความสามารถที่แตกต่างกันไป เช่น เพื่อน บางคนอาจเก่งบัญชี บางคนเก่งขาย บางคนเก่งการตลาด บางคนเก่งงานซ่อม ไหนจะผู้ส่งมอบ หรือผู้รับจ้าง ช่วงที่ เราอาจต้องติดต่อด้วยอีก เหล่านี้เป็นเครือข่ายที่จะช่วยผลักดันเราไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจงเรียนรู้ที่จะรู้จัก ศักยภาพคนรอบตัวอย่างลึกซึ้ง เพราะในท้ายที่สุด วันหนึ่งหากคุณต้องทำธุรกิจของตัวเองจริงๆ คนเหล่านี้สามารถ เป็นที่ปรึกษาหรือทีมงานที่ดีให้กับคุณได้

6) โอกาสในการเข้าถึงการลงทุนพิเศษ
ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเลยก็คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งผมมองว่าเป็นการลงทุนที่มีข้อดีหลายประการด้วยกัน คือ

ก. เป็นโปรแกรมการบังคับให้ออม ทันทีที่ 2-15% แล้วแต่อัตราสะสมที่เราต้องการ (ผมแนะนำว่าถ้าบริษัทไหนมี ให้สะสมขั้นสูงสุดไปเลยครับ) คนทำงานหลายคนคิดว่าวันหนึ่งจะเริ่มออม แต่ไม่ได้เริ่มสักที การสร้างโปรแกรมตัดเงินก่อน ใช้จ่ายเพื่อนำไปออมและลงทุน ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่าแน่นอน
ข. โอกาสได้รับเงินสมทบจากนายจ้าง ตามอายุเวลาการทำงาน ลองคิดดูง่ายๆ เงินสมทบของนายจ้าง ก็เปรียบ ได้กับผลตอบแทนการลงทุนกลายๆ นั่นเอง แถมเขาก็ไม่ได้เอาเงินของเราและนายจ้างไปทิ้งไว้เฉยๆ แต่เอาไปลงทุนให้ได้ผล ตอบแทนเพิ่มอีก โดยสรุปเราหักเงินก้อนเดียว แต่ได้ผลตอบแทนกลับมา 3 ก้อน ยิ่งในปัจจุบัน มีให้เลือกแผนการลงทุนได้เอง ยิ่งสนุกไปกันใหญ่
อีกการลงทุนหนึ่งที่ง่ายสำหรับคนทำงานก็คือ อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า เพราะหากคุณเป็นพนักงานประจำ สลิปเงิน เดือนของคุณ (กระดาษแผ่นเดียวแท้ๆ) สามารถแปลงสภาพเป็นหลักทรัพย์ในการขอกู้ยืมเงินเพื่อที่อยู่อาศัย แล้วให้คุณ ปล่อยเช่า เพื่อเก็บเงินเป็นประจำทุกเดือนได้
ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของโอกาสที่อยู่ในความเป็น? "ลูกจ้าง"? ของคุณ สำคัญก็คือ จงหัดมองโอกาสให้เห็น อย่าเอาแต่ พร่ำบ่น ดูถูกวิชาชีพของตัวเอง เพราะท้ายที่สุดแล้วคนกลุ่มดังกล่าว จะทำอะไรก็ไม่เจริญไม่ว่าในกิจการงานใด

Credit :  จำไม่ได้จริง ๆ อะครับ แต่เห็นว่า เป็นอีกแง่มุมที่น่าสนใจ เอามาให้อ่านกันดู ครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ทรัพยากรบุคคล มนุษย์เงินเดือน การบริหารจัดการ