ศาลไม่อนุมัติหมายจับ 35 แกนนำ กปปส. !!!

กระทู้คำถาม
วันนี้ (9 ม.ค.) เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับแกนนำ กปปส.35 คน ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ มาตรา 113 และข้อหาสะสมกำลังพล หรืออาวุธ ตระเตรียมหรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ มาตรา 114 โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากผู้ต้องหาบางส่วนก็เตรียมจะเดินทางเข้าพบต่อพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา อีกทั้งบางส่วนยังไม่ได้รับหมายเรียก จึงไม่เหตุอันควรที่จะเสนอหมายจับจึงให้ยกคำร้องทั้งหมด
       
        โดยก่อนหน้านี้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ พร้อมอัยการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เดินทางมายื่นขออนุมัติศาลออกหมายจับแกนนำ กปปส. จำนวน 35 คน ในข้อหาร่วมกันหรือสมคบกันเป็นกบฏ กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, 114, 116, 215, 216 ประกอบมาตรา 83 ภายหลังจากดีเอสไอได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามนัด โดยอ้างเหตุผลที่ไม่มีเหตุอันสมควรตามกฎหมาย ต่อมาที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงมีมติว่าไม่ควรออกหมายเรียกซ้ำอีก เนื่องจากเห็นว่าทั้งหมดยังคงทำผิดอย่างต่อเนื่อง และยังประกาศจะร่วมกันปิดกรุงเทพมหานครในวันที่ 13 ม.ค.นี้
       
        ขณะเดียวกัน น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง และนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความกลุ่มพันธมิตรฯ และ แกนนำ กปปส.ได้เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อศาลขอคัดค้านการออกหมายจับ โดย น.ส.พวงทิพย์ กล่าวว่า จะขอให้ศาลเปิดไต่สวนคำร้องก่อน เพื่อเสนอเอกสารหลักฐานต่อศาลประกอบคำแถลงการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม ถึงเหตุผลการจัดชุมนุม และเพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่าการชุมนุมไม่มีความรุนแรง เป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังเห็นว่าดีเอสไอควรออกหมายเรียกซ้ำเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาบางคนยังไม่ได้รับหมาย และบางส่วนได้ส่งหนังสือพร้อมเหตุผลขอเลื่อนการรับทราบข้อหาไปแล้ว
       
        นายสวัสดิ์ เจริญผล ทีมทนายความ กล่าวว่า ได้ยื่นคัดค้านหมายจับและขอให้ศาลเปิดไต่สวนคำร้องหมายจับ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็เป็นดุลยพินิจของศาล ซึ่งในหลักการแล้วสามารถออกได้ 3 แนวทาง คือ 1.ศาลอนุมัติหมายจับทุกคนหรือบางส่วน 2.ยกคำร้อง หรือ 3.ไต่สวนคำร้องหมายจับ
       
        ส่วนเหตุผลการคัดค้าน เนื่องจากบางส่วนยังไม่ได้รับหมายเรียกจากดีเอสไอ บางคนไม่ได้เป็นแกนนำ บางคนเป็นเพียงวิทยากรบรรยายให้ความรู้ข้อเท็จจริงกับประชาชน หรือบางคนเป็นเพียงพิธีกรบนเวที ไม่ได้มาร่วมการชุมนุมทุกครั้ง นอกจากนี้ถึงแม้บางส่วนจะเพิ่งถูกออกหมายเรียก แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะขอออกหมายจับ เพราะการชุมนุมของประชาชนดังกล่าวเป็นการชุมนุมเรียกร้องต่อต้านการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของรัฐบาลหลายประการ รวมทั้งเห็นว่ารัฐบาลไม่เคารพหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม โดยเฉพาะการที่มีการปฏิเสธ ไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ และกระบวนการชุมนุมเรียกร้องก็เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการรับเป็นคดีพิเศษของ คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ชอบด้วยหลักกระบวนพิจารณาทางปกครอง เพราะคณะกรรมการคดีพิเศษบางราย มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่กรณี จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะพิจารณาทางปกครองได้ ซึ่งการพิจารณาดังกล่าวเป็นขั้นตอนก่อนที่จะมีการออกหมายเรียกและการอายัดบัญชีธนาคาร จึงเห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ข้ามขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญในกฎหมาย อีกทั้งรัฐบาลยังขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ประชาชนมีสิทธิที่จะต่อต้านรัฐบาล แต่รัฐบาลจะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดกั้นมิให้ประชาชนต่อต้านรัฐบาลไม่ได้
       
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอ และทีมทนายความของแกนนำทั้ง 35 คน อยู่ระหว่างรอคำสั่งของศาล
       
        ต่อมาภายหลังศาลพิเคราะห์คำร้องและคำคัดค้านแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาบางส่วนได้รับหมายเรียกและยื่นคำคัดค้านว่าตนเองพร้อมให้ถ้อยคำ และรับทราบข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวน แสดงว่าผู้ต้องหาดังกล่าวยังไม่มีเจตนาขัดหมายเรียก ส่วนผู้ต้องหาอีกบางส่วนไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าพนักงานสอบสวนได้ส่งหมายเรียกให้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือไม่ กรณีจึงมีเหตุสมควรที่พนักงานสอบสวนจะไปดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะออกหมายจับ ยกคำร้อง
       
        พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวภายหลังศาลยกคำร้องว่า ศาลไม่ได้วินิจฉัยว่าหลักฐานที่ยื่นมาไม่เพียงพอแต่เห็นว่าควรที่จะออกหมายเรียกผู้ต้องหาก่อนดังนั้นดีเอสไอก็จะดำเนินการตามแนวทางของศาล ซึ่งหากแกนนำทั้งหมดยังไม่มาตามหมายเรียกอีก ก็จะดำเนินการขอหมายจับทันที
       
        สำหรับรายชื่อแกนนำ 35 รายที่ดีเอสไอขออำนาจศาลออกหมายจับ ประกอบด้วย 1.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , 2.นายชุมพล จุลใส , 3.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , 4.นายอิสระ สมชัย , 5นายวิทยา แก้วภราดัย , 6.นายถาวร เสนเนียม , 7.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ , 8.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ , 9.นางอัญชะลี ไพรีรัก , 10 นายนิติธร ล้ำเหลือ 11.นายอุทัย ยอดมณี 12.ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ , 13.พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ , 14.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ , 15.นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ 16. พ.ต.ท.ศุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ , 17.นายสมบูรณ์ ทองบุราญ , 18.น.ส.จิตต์ภัสร์ กฤดากร , 19.นายสาธิต ปิตุเตชะ , 20.นายสกลธี ภัททิยกุล , 21.นายทศพล เพ็งส้ม , 22.นายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ , 23.นายแก้วสรร อติโพธิ ,24.นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง , 25.นายเสรี วงษ์มณฑา , 26.นายกิตติศักดิ์ ปรกติ , 27.นายถนอม อ่อนเกตุพล , 28 .นายชาญวิทย์ วิภูศิริ , 29.นายไพบูลย์ นิติตะวัน , 30.พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรสุข , 31.นายสุริยะใส กตะศิลา , 32.นายพิภพ ธงไชย ,33.นายบุญยอด สุขถิ่นไทย , 34.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ , 35 นายรัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000003111
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  รัฐบาล รัฐธรรมนูญ การเมือง นักการเมือง กฎหมายการเมือง