มนต์นาคราช เชิญทางนี้ครับ...

กระทู้สนทนา
อยากบอกถึงทีมงาน ตากล้อง ผู้กำกับ และผู้มีส่วนร่วมในละครเรื่อง มนต์นาคราชว่า...

คุณทำดีแล้วนะครับ หลังจากหลายต่อหลายคนติติงมา เรื่ององค์ประกอบหลายๆ อย่าง ของละคร รวมถึงตัวบท และ CG

วันนี้เท่าที่ดูมาอยากจะบอกว่า พวกคุณได้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น และรู้จักปรับปรุงละครของตนเองให้เป็นไปตามความมุ่งหวังของกลุ่มผู้ชม การพัฒนาที่ดีนี้ผมว่าจะเป็นรากฐานของละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่มีคุณค่าเปี่ยมล้นในอนาคต แม้จะคนละอารมณ์หรืออาจจะเทียบได้ยากกับละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคก่อนๆ แต่ก็ดีกว่าหลายเรื่องที่ผ่านมาในรอบ 5 - 6 ปี นี้ เห็นได้ชัดว่ามันมีการปรับปรุงมาตั้งแต่ช่วง จันทร์ สุริยคาธ ออนแอร์ และอยากจะบอกว่าให้พัฒนาตรงนี้ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก แล้วความสำเร็จ ความยกย่องของคุณ จะมาจากความสุขของการได้เสพละครดีๆ ที่ประณีต จากผู้ชมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รมถึงแฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่อยู่ต่างประเทศด้วยครับ

การพัฒนาในทางที่ดีขึ้น ที่เห็นได้ชัด

- แสง สี แม้จะยังไม่เปลี่ยนไปมาก แต่บางฉากก็ให้อารมณ์เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แสงจริง มิติจริง ไม่เหมือนไฟงานวัดที่สว่างจ้าแบบหลายเรื่องที่ผ่านมา คือแม้จะยังไม่หมดไป แต่ก็เปลี่ยนไปเยอะ

- CG อันนี้ผมเข้าใจว่า งบจำกัด เวลาจำกัด และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่เท่าที่ทำมานี้ก็ดีแล้วครับ แม้จะยังไม่ดีมากก็เหอะ แต่ก็ โอ.. อ่ะ แต่ขออย่างเดียวคือความพริ้ว และการเคลื่อนไหวบล็อกต่างๆ ของสรีระโมเดล ควรอ้างอิงมาจากพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวจริงๆ โมเดลพญานาคที่คุณทำเรื่องล่าสุดนี้โอเคแล้วครับ ให้ความรู้สึกว่าท่านเลื้อยอยู่จริงๆ การเคลื่อนไหวพริ้ว ต่อเนื่องคล้ายงู

- ฉาก โลเคชั่นต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว มีการถ่ายทำนอกสตูดิโอแล้ว บรรยากาศภาพเปลี่ยนไป อารมณ์คนดูก็เปลี่ยน มันให้ความรู้สึกว่า โลกของคุณ จินตนาการของคุณมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฉากซ้ำๆ ที่เราเห็นกันมาหลายเรื่อง เท่าที่ดู ไม่เบื่อ ไม่จำเจ

- องค์ประกอบบางส่วนที่คุณเพิ่มเข้ามาบ้าง ตอนนี้อาจจะยังเล็กน้อย แต่ต่อไปขอให้ใส่ใจขึ้นอีกนิด คือการถ่ายภาพ การลำดับภาพ องค์ประกอบศิลป์ในการถ่าย และการถ่ายทอดอารมณ์ส่งมายังคนดูโดยผ่านภาพ อันนี้ควรมีภาพมุมกว้างมากขึ้น มีการใช้ศิลปะในการถ่าย และไม่ควรนะครับ ที่จะตัดภาพฉับไปฉับมา เท่าที่เห็นยังมีอยู่ แต่เริ่มน้อยแล้ว การถ่ายออกมาแข็งๆ เริ่มหายไป

- สำคัญที่สุดเลยที่อยากจะบอก คือบท บทของเนื้อเรื่อง บทตัวละครต่างๆ ทั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะบทของตัวเอก ตัวเด่น แต่รวมถึงองค์ประกอบต่างๆ ด้วย อาทิ ตัวละครประกอบ ทหาร องครักษ์ คุณท้าว นางกำนัล ตลอดจนชาวบ้าน ฯลฯ ทุกบทบาทย่อมมีความสำคัญในตัวมันเอง การดัดแปลงบทจากพระราชนิพนต์ หรือบทนิทานเก่าแก่ต่างๆ ออกมาสู่ความเป็นเวอร์ชั่นตัวเองนั้นไม่ผิดครับ แต่ไม่ควรผิดเพี้ยนไปมากนัก คือแปลงได้ แต่ต้องให้อยู่ในความเป็นไปได้ของนิทานนั้นๆ อย่าเกิน อย่าขาด ให้พอดีแต่มีมิติ มีความสนุกเข้มข้น อยากให้พิจารณาภาพยนต์ไตรภาคเรื่อง The Hobbit เป็นไกต์ไลน์ ที่หนังสือเล่มเดียวแต่ผู้กำกับขยายหนังออกเป็น 3 ภาค เขาทำยังไงให้น่าติดตาม ให้ดูเรื่องของบทนะครับ อย่าไปดูทุนสร้าง ดารา โลเคชั่น หรืออย่างอื่น

ขอแนะนิด บทที่เขียน บทเรื่อง บทพูด บทกำกับ อยากจะให้ขยายวงกว้างขึ้นมาหน่อยไม่จำกัดเพียงแค่กลุ่มหนึ่ง ผมเข้าใจว่าเด็กดูเยอะ แต่วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนทำงาน ฯลฯ ก็ดูเยอะเช่นกัน ความกร่อย ความจืดชืด ของบทละครแบบเล่าให้เด็กๆ ฟัง ควรเปลี่ยนบ้างอะไรบ้างนะครับ บทอะไร อารมณ์ยังไงที่คุณยังกั๊กกันอยุ่ปล่อยออกมาได้แล้วครับ อย่าไปแคร์ คนดูถ้าเขารู้สึกว่าละครที่เขาคิดจะดูนั้นน่าสนใจเขาก็ให้ความใส่ใจ แต่หากดูๆ ไปแล้วบทละครไม่สนุก ไม่เข้มข้น ไม่เข้าถึง เขาก็เลิกดู เหตผลของหลายคนที่ผมเคยพบเจอมาส่วนใหญ่ก็ประมาณนี้ "บทเด็กเกิน.." "หวาย..หนังเด็กๆ" "อารมณ์มันจืดๆ ไมเหมือนละครหลังข่าว" "โอ้ย.. เลิกดูแล้ว" "บทยืด..จริงๆ ยังมีคนดูอยู่อีกเหรอ" "เล่นมาปีกว่าแล้วยังไม่จบอีกเหรอ.." ซึ่งผมไม่อยากให้เหตุการณ์ และคำพูดเหล่านี้ ทำร้ายพวกคุณไปมากกว่านี้แล้วครับ มันไม่ได้เหมือนด่าว่าแค่ทีมงาน ผู้กำกับ แต่มันเหมือนว่าโดยตรงไปยังละครพื้นบ้านดีๆ เรื่องนั้นด้วย

อันที่จริงผู้ใหญ่ในปัจจุบันก็เติบโตมาจากละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคก่อน ก็เห็นมีวุฒิภาวะ มีจิตสำนึกดีๆ กันทุกคน และละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคก่อนก็ไม่ได้กร่อยแบบนี้ ไม่ได้บทอ่อนแบบนี้ ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้มีฉากวาบหวาม รุนแรง หรือเสื่อมเสียต่อสังคมแต่อย่างไร แต่ถึงมีบ้างมันก็เป็นการกระทำของตัวละครบางตัวที่ไม่ดี คนดี คนชั่ว คนดูแยกแยะออก ซึ่งภายหลังละครก็จะสื่อออกมาว่าเขาเหล่านั้นได้รับผลการกระทำอย่างไร อันนี้คนดูจะตัดสินใจได้ครับ ไม่ว่าเด็ก หรือ วัยรุ่น และหากเขายังไม่รู้เขาก็จะคิดได้เมื่อจุดจบของตัวละครนั้นมาถึง ทุกอย่างจะถูกเฉลยในตัวมันเองครับ การใส่หลักธรรม คำสอน แนวคิดดีๆ ในด้านบวก ของพวกคุณก็เริ่มมีมาแล้ว อันนี้จะทำให้เด็กๆ หรือคนดูได้อะไรๆ เยอะ อยากให้ใส่ใจตรงนี้มากขึ้นด้วยนะ เพราะสำหรับผม บทละคร เป็นส่วนที่สำคัญ ที่สุด

เท่าที่ดูมา เท่าที่เสพละครของพวกคุณมา ดีด้า สามเศียร หลังๆ มานี้ถือว่าคุณพัฒนาขึ้น เยี่ยมครับ ใส่ใจดี ผมอยากให้ต่อยอดขึ้นไปนะครับ ดีแล้ว ก็ให้ดียิ่งขึ้น มีคนชมแล้วคนนึง ก็อยากให้คนชมอีกเป็นสิบๆ เป็นร้อยๆ หลายปีมานี้ผมได้ยินว่าพี่ๆ ที่ร่วมงานกับคุณบางท่านก็มาจากเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เคยเล่นบอร์ดเก่าของคุณมา ขอไม่บอกชื่อบอร์ดครับ บอร์ดนั้นก็เป็นเหมือนบ้านเก่าผมที่เคยร่วมอาศัยกันอยู่ พี่ๆ เหล่านั้นล้วนมีความสามารถ และชื่นชอบในศิลปะไทย การแต่งกายแบบไทย รวมทั้งบทประพันธ์นิทานพื้นบ้าน ก็ขอให้ใช้ประโยชน์ ใช้ศักยภาพตรงนั้นกันอย่างเต็มที่ คนที่รักละครไปทำละคร ก็ดีกว่าคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับสิ่งนั้นเลยแต่ทำไปเพราะอาศัยเงินเดือนเลี้ยงปากท้อง

สามเศียร หากคุณเข้าถึงอารมณ์ตรงนั้นได้ ถ้าคุณทำได้นะ แล้ววันนั้น คุณจะเข้าใจ ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของละครพื้นบ้านคือยังไง จิตวิญญานของละครพื้นบ้านคืออะไร แล้วคุณจะได้ใจคนดูทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ไปครองครับ ไม่ใช่สักแต่ว่าทำๆไป ดูๆ กันไป จบไปตอน ผ่านไปไม่มีอะไรให้น่าจดจำ เหมือนเช่นหลายเรื่องในรอบหลายปีที่ผ่านมา...

ขอให้โชคดีครับ เป็นกำลังใจให้

--- ขอบคุณที่รับฟังความคิดเห็นของคนคนนี้ครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณสมาชิกท่านอื่นที่เข้ามารับฟังด้วยครับ ---
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  รายการโทรทัศน์ ละครโทรทัศน์