ห้ามเดินลัดสนาม

กระทู้สนทนา
คุ้นเคยกันไหมครับคำนี้ วันนี้อยากจะมาชวนคุยเรื่องคำคุ้นเคยนี่แหละครับ ว่าจริงๆมันหมายความว่าอะไร สมัยผมเรียนวิศวกรรมศาสตร์ มีวิชาเลือกกฏหมาย ผมก็ลงวิชานี้ ถึงจะสุ่มเสี่ยงกับเกรดที่ไม่น่าจะสวย เพราะไม่จะใช่เรื่องที่ผมถนัด แต่คิดว่า มีประโยชน์ ก็เลยลงเรียนซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลย

อ.ที่สถาบันฯเชิญมาสอน เป็นอ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านทรงคุณวุฒิจริงๆทั้งคำนำหน้า และ ต่อท้าย ตำแหน่งหน้าที่การงานและหัวโขน ยาวเหยียด การศึกษาของท่านไม่ต้องพูดถึง ดร.จากฝรั่งเศษ

คาบแรก จำได้แม่น ท่านเอาประโยคนี้ขึ้นมาถาม "ห้ามเดินลัดสนาม" ท่านถามนศ.ในห้องว่า แปลว่าอะไร ก็มีเสียงพึมพำๆ (ตามสไตล์เด็กไทยที่ไม่ค่อยจะยกมือกันพรึบแย่งกันตอบแบบเด็กฝรั่ง) ว่า ก็ห้ามเดินลัดสนาม ซิครับ(ค่ะ) วิ่งลัดสนาม หรือคืบๆคลานๆไป ก็น่าจะได้นะครับ(ค่ะ) อะไรราวๆนี้

ท่านก็เลยอรรถาธิบายของท่านต่อว่า

ห้าม แปลว่า ไม่ให้ทำใน คำ "กริยา" ที่ตามหลัง ซึ่งรวมไปถึง "กรรม" ของกริยานั้น "คุณศัพท์"ของ "กรรม" และ "กริยาวิเศษณ์" ของ "กริยา" ที่ห้าม มาถึงตรงนี้ พวกเราว่าที่วิศวกร ร้องจ๊าก นี่เรากำลังเรียนกฏหมายหรือหลักภาษาไทย แต่โดยตัวผมเองนั้น ยอมรับว่า เออ เนอะ ... จริงของท่าน ผมไม่เคยนึกถึงคำจำกัดความของคำว่า "ห้าม" ในแง่มุมนี้จริงๆ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดหักเหของผมในการใช้ชีวิตและการทำงานของผม คือ ก่อนที่จะถกเถียงกันให้แพ้ให้ชนะ หลายครั้งเราลืมที่จะนิยามความหมายและจุดประสงค์ของสิ่งที่เราจะถกกัน โดยคิดเอาไปเองว่า อีกคนก็คงนิยามเหมือนเรา ซึ่ง หลายครั้ง ไม่ใช่แบบนั้น แต่กว่าจะรู้ว่าเขาไม่ได้นิยามสิ่งที่กำลังถกเหมือนเรา ก็เสียเวลา อารมณ์ ความรู้สึก หรือ เสียงานไปแล้ว

นอกเรื่องไปเยอะ ... มาต่อ

แล้วท่านก็บรรยายของท่านต่อว่า ห้ามเดินลัดสนามแปลว่าแบบนี้ได้ไหม

1. วิ่ง คลาน คืบ แถ กระโดดกบ ลัดสนามได้ ... พวกเราพึมพำกันหึ่งว่า เออ ก็น่าจะได้ ถึงออกๆจะศรีธนชัยไปหน่อย
2. ขับรถไถนา รถอีแต๋น ขี่ม้า ลัดสนาม ... พวกเราเริ่มเสียงแตกล่ะว่าได้หรือไม่ได้
3. ควายเดินลัดสนาม ... คราวนี้มีเสียงฮา แต่พวกเราส่วนใหญ่ว่าไม่น่าได้ เพราะ กริยาที่ตามหลัง "ห้าม" คือ "เดินลัด" และ "กรรม" คือ สนาม มันห้ามอยู่โต้งๆ
หรือ
4. ห้ามทำสนามเสียหายทุกรูปแบบ ... อันนี้พวกเราถึงกับงงว่ามันแปลแบบนี้ได้ด้วยเหรอ

พวกเราก็งงๆ ถามอ.ว่า แล้วจริงๆ ข้อไหนได้หรือไม่ได้ ตามสไตล์เด็กวิศวะที่มักจะยึดติดกับการหาคำตอบเดียว ท่านบอกว่า ได้และไม่ได้ทุกข้อ ไม่ผิดไม่ถูกสักข้อ ขึ้นกับความกว้างในการตีความ โดยเฉพาะข้อ 3. เรื่องควาย ท่านบรรยายว่า การที่เจ้าของสนามป้ายปักไว้ว่า ห้ามเดินลัดสนาม เจ้าของสนามเจตนาสื่อกับคนไทยที่อ่านหนังสือออก ไม่ได้สื่อกับควาย เพราะถ้าจะสื่อกับควายไม่ให้เดินลัดสนาม เจ้าของสนามจะต้องใช้วิธีอื่นเช่น ล้อมรั้ว ดังนั้นความหมายแฝงของ "ห้ามเดินลัดสนาม" คือ "ห้ามคนไทยที่ไม่ตาบอดและอ่านหนังสือออกเดินลัดสนาม" ซึ่งนอกจากควายแล้ว คนฝรั่งอ่านภาษาไทยไม่ออก คนไทยที่อ่านภาษาไทยไม่ออก คนตาบอด ก็สามารถเดินลัดสนามได้ ไม่ผิด เพราะถ้าเจ้าของสนามต้องการสื่อกับ คนฝรั่งอ่านภาษาไทยไม่ออก คนไทยที่อ่านภาษาไทยไม่ออก คนตาบอด ก็ต้องใช้วิธีอื่น

พวกเราถึงกับตาค้างกับตรรกะแบบนี้ของท่านอ. แต่ก็ผงกหัวรับหงึกๆว่า เออ ก็จริงของแก 555 ขึ้นกับว่าเราจะตกลงกันว่า "ห้ามเดินลัดสนาม" คืออะไร

เรื่องนี้เตือนใจและสอนผมหลายอย่างมากๆ เช่น กฏหมาย ไม่ใช่เรื่องที่เป๊ะๆ คำตอบเดียวเสมอ อย่างที่ผมเข้าใจแต่แรก และเราต้องใจกว้างและเคารพต่อความเห็นที่แตกต่าง ต้องคุยกันในพื้นฐานความเข้าใจเบื้องต้น ก่อนที่จะมาโต้วาทีหาข้อสรุป ไม่งั้น ไปกันคนล่ะทาง เสียเวลาเปล่า และที่สำคัญคือ อย่ากอดตัวหนังสือ ตำรา สูตร กฏ ทฤษฎีจ๋า ในการทำงาน ให้ใช้หัวใจ เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของสิ่งที่กำลังจะเข้าไปตัดสินหรือจะเข้าไปหาข้อสรุป
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  กฎหมายการเมือง การศึกษา