"หมาจนตรอก" มัน "งับสั่งลา" สุดเขี้ยวแน่...วันนี้! โดย เปลว สีเงิน จาก ไทยโพสต์

กระทู้ข่าว
เปลว สีเงิน เขียนบทความไว้ในไทยโพสต์วันนี้ว่า.......

ทุก "ฝ่าตีน" มหาประชาชนคนราชดำเนิน เป็นฝ่าตีนสูงส่งสร้างสังคมชาติ มีเกียรติคู่ควรแก่การใช้เจิมหน้านายกฯ เจิมหน้ารัฐมนตรี เจิมหน้า ๓๑๒ ส.ส.-ส.ว. เจิมหน้าประธาน-รองประธานรัฐสภา เจิมหน้า ผบ.ตร. และเจิมหน้า ผบช.น.....ในระบอบทักษิณ!
หรือใครว่า...ไม่ควรเจิม?

ณ ยุทธภูมิทำเนียบรัฐบาล และ บชน.ตั้งแต่เช้าตรู่ ต่อเนื่องจากวานซืน จนถึงเมื่อวาน (๒ ธ.ค.๕๖) ในยุคสื่อสารออนไลน์ครองโลก ไม่มีใครเห็นแล้วจะไม่บอกว่า

- ยิ่งลักษณ์โหด
- อดุลย์ห้าว
- คำรณวิทย์เหี้ยม!

ทั้งกระสุนยาง กระสุนจริง แก๊สน้ำตา น้ำยาเคมี พวกคุณคลั่งแค้นกระหายเลือดถึงกับต้องยิงสะบั้น บั่นชีวิต ประชาชนมือเปล่า-ตีนเปล่า ชนิดเอาเป็น-เอาตายขนาดนี้เชียวหรือ?

มือเปล่า-ตีนเปล่าของประชาชนที่อดุลย์-คำรณวิทย์สั่งถล่มไม่ยั้งนั้น ย้อนคิดซักนิดไหมว่า ด้วยมือนี้-ตีนนี้ ทำให้พวกคุณมีอยู่-มีกิน-มียศ-มีตำแหน่งในวันนี้

แล้วเพียงแค่...พี่ให้

ถึงกับทำให้คุณทั้ง ๒ ลืมพระคุณที่ "ประชาชนให้" มาตั้งแต่กลัดกระดุมเสื้อเม็ดแรก ขณะเริ่มตั้งไข่เป็น "นักเรียนนายร้อย" เชียวหรือ?
สำหรับคำรณวิทย์...ผมเฉยๆ เพราะไม่เคยหวังอะไรจากเขามาก่อน

แต่สำหรับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผมแอบหวังมาก หวังว่านายตำรวจหน้าซื่อ ตาซ่อนแววเศร้า ส่อถึงชีวิตจะหักเฉฉับพลันแสนเจ็บปวดท่านนี้ จะเป็นตำรวจที่ดีของประชาชน ของสถาบันตำรวจ ของประเทศชาติบ้านเมือง

แต่กับแค่ตำแหน่ง ผบ.ตร.จำเป็นถึงต้องทรยศด้วย "ขาย" ทั้งตัวตน ขายทั้งจิตวิญญาณ ให้กับทักษิณขนาดนี้เชียวหรือ?
บอกตรงๆ...

ผมผิดหวังในตัวคุณมาก!

ผมเคยเชื่อตัวเองระดับหนึ่งว่า "ดูหน้าใครแล้วพอจะรู้ใจคนนั้น" แต่ตอนนี้ ต้องถือคติใหม่เสียแล้วว่า "รู้หน้า-ไม่รู้ใจ" ก็เพราะ พล.ต.อ.อดุลย์นี่แหละ

ลึกในใจผม ยังรัก พล.ต.อ.อดุลย์อยู่ ก็อยากบอกด้วย "หวังดีสุดท้าย" ว่า รักทักษิณน่ะ รักเถอะ มันเป็นเรื่องของความผูกพันส่วนตัว
แต่ต้องแยกให้ออก ในฐานะตำรวจประชาชนเลี้ยง กับในฐานะตำรวจทักษิณ (เอาเงินโกง) เลี้ยง ควรทำอย่างไหน บนความเป็น ผบ.ตร.ของชาติ?

ขณะนี้ มันชัด...ชัดว่า พล.ต.อ.อดุลย์ ใช้ตำแหน่ง ผบ.ตร.บริหารตำรวจเป็น "กองทัพตำรวจโจร" ให้ทักษิณ!

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก คือ ผบ.ตร.คนแรก ก็อยากบอกคุณอดุลย์ว่า คุณจะเป็นคนสุดท้าย บนความมีอยู่ของคำว่า "ผบ.ตร." ในสารบบตำรวจ

เพราะประเทศไทยของ "ประชาชนปฏิวัติ" จะลบคำว่า "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" และคำว่า "ผบ.ตร." ทิ้งไป
ตั้งแต่เปลี่ยนจาก อ.ตร. มาเป็น ผบ.ตร. ตำรวจบางส่วน ทำยิ้มบ้าน-ยิ้มเมืองจริงๆ!

เหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ระหว่างรัฐบาลขนคนเสื้อแดงมาชุมนุมที่สนามกีฬาราชมังคลาฯ จนเกิดเหตุคนเสื้อแดงผสม "ชายชุดดำ" ฆ่านักศึกษารามฯ นั้น

เท่ากับคำชี้ขาดว่า นี่..ไม่ใช่ของประชาชนแล้ว มันเป็นตำรวจของโจรเพื่อฆ่าประชาชน ต้อง "รื้อทิ้ง" แล้วจัดองค์กรใหม่ทั้งหมด
ผมจะยกคำพูด ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดี ม.รามคำแหง กับนายวิรัช ชินนิมิตกุล ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง มาเป็นเหตุให้ทราบว่า

ทำไม "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ"...ควรยุบทิ้ง?

ผศ.วุฒิศักดิ์ให้สัมภาษณ์โทรทัศน์เนชั่นแชนแนล ในคืนเกิดเหตุ ที่ ๑ ธ.ค.ส่วนหนึ่งว่า

“........เป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นในบ้านเมือง ถ้ารัฐบาลมีความมั่นใจว่าสามารถดูแลสถานการณ์ได้ ตรงนี้ท่านต้องมีความมั่นใจที่จะส่งกำลังตำรวจเข้ามาดูแลลูกศิษย์ของผม
ไม่ใช่ปล่อยให้เราอยู่ในสภาพที่จะต้องดูแลกันเองในลักษณะเช่นนี้ จะทำให้สถานการณ์แย่ลง
ผมเป็นหนึ่งใน ก.ตร. ได้แจ้งกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ ด้านความมั่นคง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีบางคน รวมทั้งได้คุยกับตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล ๔ โดยตรง ก็ได้รับคำตอบว่า
"มาไม่ได้...มาไม่ถึง อยู่ในซอยรามคำแหง ๒๔"

ตอนแรกบอกว่า อยู่ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ต้องดูแลกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่
ผมก็บอกไม่เป็นไร...จะช่วยเคลียร์ประตูหน้าให้ ก็ยืนคอยอยู่...บอกว่ากำลังจะมาแล้ว ผมยืนคอยอยู่พักใหญ่...ก็ไม่มี
อ้างว่ายังติดอยู่ในซอยรามคำแหง ๒๔ การจราจรมันติดขัดกันอย่างนี้-อย่างนั้น ราชมังคลาฯ กับรามคำแหงคงจะอยู่ไกลกันเหลือเกิน
“ถ้าท่านไม่สามารถที่จะส่งคนขึ้นมาดูแลลูกศิษย์ลูกหาผมได้ ขอเรียนตามตรง รัฐบาลกับผมก็อยู่คนละข้าง ถ้าเป็นรัฐบาลอยู่แล้วไม่สามารถที่จะรักษากฎเกณฑ์กติกาบ้านเมืองได้ ไม่สามารถที่จะดูแลคนมือเปล่าได้แบบนี้ ผมว่าใช้ไม่ได้
ผมเองไม่ได้เลือกข้าง ไม่ได้เลือกใคร แต่วันนี้ได้เห็นกับตาตัวเองว่าลูกศิษย์ลูกหาผมนั้นโดนยิง โดนทำร้ายขนาดนี้ ผมคิดว่าใช้ไม่ได้”
ส่วนนายวิรัช ชินนิมิตกุล ท่านพูดในฐานะนายกฯ สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวาน ผมจะยกจากเนื้อข่าวมาให้อ่านเลย ดังนี้
"เมื่อวันที่ ๒๘-๒๙ พ.ย. ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ได้มาหารือกับผม โดยเกรงว่าเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองน่าจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น จึงได้สั่งปิดมหาวิทยาลัย ผมก็เห็นด้วย และขอให้ดำเนินการทันที

ในวันเกิดเหตุ วันที่ ๓๐ พ.ย. กลุ่ม นศ.ม.รามฯ ก็ได้ตั้งเวทีปราศรัยที่บริเวณด้านหน้า ม.รามฯ เป็นการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพที่สามารถกระทำได้ จนกระทั่งในช่วงดึก ผมได้รับรายงานจากอธิการบดีว่า มีเหตุปะทะกันบริเวณ ม.รามฯ

ก่อนเกิดการปะทะ ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เต็มพื้นที่โดยรอบ แต่พอสักระยะหนึ่งตำรวจกลับหายไปหมด ไม่มีอยู่ในพื้นที่แม้แต่คนเดียว
ต่อมาฝ่ายตรงข้ามก็ได้เข้ามารุมทำร้ายกลุ่มนักศึกษา ม.รามฯ เรื่องดังกล่าวคล้ายกับเป็นการวางแผน เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้าม โดยผมได้ประสานไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งตำรวจและทหาร แต่กลับไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือเลย
ซึ่งในคืนนั้น กลุ่ม นศ.รามฯ ต้องขึ้นไปหลบอยู่บนอาคารจำนวนกว่า ๒,๐๐๐ ราย
จากการสอบถามทราบว่า สาเหตุที่ออกไปด้านนอกอาคารไม่ได้ เนื่องจากมี "ชายชุดดำ" ดักซุ่มยิงปืนสไนเปอร์ จากบนตึกสูงใส่กลุ่มนักศึกษา ทำให้นักศึกษาออกไปยังด้านนอกมหาวิทยาลัยไม่ได้
ขณะที่บางคนพยายามวิ่งฝ่าไป แต่เมื่อหลุดออกไปได้ กลับพบกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหลายคนดักรุมทำร้าย โดยปิดล้อมทั้งประตูด้านหน้าและด้านหลังมหาวิทยาลัย ทำให้กลุ่มนักศึกษาไม่สามารถออกจากมหาวิทยาลัยได้เลย
ในคืนนั้น จึงต้องลำเลียงส่งเสบียงน้ำและอาหารให้กับกลุ่มนักศึกษาที่ติดอยู่บนอาคาร จนกระทั่งในช่วงเที่ยงของวันที่ ๑ ธ.ค. มีผู้สื่อข่าวช่อง ๗ โทรศัพท์มาสัมภาษณ์ผมถึงเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยผมได้ชี้แจงไปว่า มีนักศึกษาติดอยู่บนตึกประมาณ ๒,๐๐๐ คน ไม่สามารถออกมาได้ เพราะถูกดักซุ่มยิง
ต่อมา หลังให้สัมภาษณ์ผ่านไปประมาณ ๓๐ นาที ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ เข้ามาช่วยกลุ่มนักศึกษาจนออกมาได้ทั้งหมด

“เหตุการณ์ที่ผ่านมาถือว่าเลวร้ายมาก ยืนยันว่ามีชายชุดดำใช้สไนเปอร์ดักยิงนักศึกษา ม.รามฯ จากที่สูงจริง และหน่วยงานด้านความมั่นคง

โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลับไม่สนใจดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มนักศึกษา ม.รามฯ แม้แต่น้อย
ซึ่งผมเคลือบแคลงใจว่า "ตำรวจอยู่ฝ่ายใครกันแน่?"
โดยเหตุการณ์นี้ ชาวรามคำแหงลูกพ่อขุนจะจดจำไปตลอดชีวิต เป็นวีรกรรมที่จะไม่มีวันลืม”
เอาล่ะ...วันนี้ ผมจะไม่คุยอะไร แต่อยากบอกว่า วันนี้ ๓ ธ.ค. เกิดสุริยคราสแบบผสมในราตุล เล็งดวงเมือง
ด้วยคำสงสัยนายกสภาฯ ราม "ตำรวจอยู่ฝ่ายใครกันแน่?"

พี่น้อง...มวลมหาประชาชนปฏิวัติทั้งหลาย ปฏิบัติการอรทัย-ชมัยมรุเชฐ เพื่อกรีธาเข้าทำเนียบฯ วันนี้นั้น ต้องระวังให้มากไว้ เพราะเป็นวันโลกาวินาศ
"หมาจนตรอก"
มัน "งับสั่งลา" สุดเขี้ยวแน่...วันนี้!.

http://www.thaipost.net/news/031213/82903
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง รัฐบาล