เส้นทางชีวิต ปอง อัญชลี ผู้หญิงที่มีหน้าตาและจิตใจสกปรก จะได้อะไรจากการชุมนุมครั้งนี้ที่ราชดำเนิน? ช่วยกันคับ

กระทู้สนทนา
อัญชะลี ไพรีรัก เกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2505 ที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน มีชื่อเล่นว่า "ปอง" จบการศึกษาจากโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ และโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง ปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เริ่มต้นชีวิตการทำงานจากการเป็นนักข่าวทำข่าวเศรษฐกิจและข่าวทั่วไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529[2] เช่น ข่าวประกวดนางงาม ประกวดต้นไม้ จนถึงประกวดสุนัข ให้แก่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จากนั้นเป็นผู้สื่อข่าวการตลาดหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และกรุงเทพธุรกิจสุดสัปดาห์ ควบคู่กับการอ่านข่าวหุ้นกับสุทธิชัย หยุ่น ก่อนจะออกจากเครือเนชั่น เข้าสู่วงการวิทยุกับไอเอ็นเอ็น ก่อนจะย้ายไปทำข่าวโทรทัศน์ด้วยการเป็นผู้ประกาศข่าวทางช่อง 7ในปี พ.ศ. 2539 ได้เป็นพิธีกรแทนบุญยอด สุขถิ่นไทย ทางรายการ "กู๊ด มอร์นิ่ง บางกอก" ที่ลาหยุดไปเนื่องจากป่วย 2 วันอัญชะลี ไพรีรักเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยความเป็นนักจัดรายการวิทยุที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไป ตรงมา และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ซึ่งในตอนนั้นอัญชะลีจัดรายการวิทยุอยู่ที่คลื่น F.M. 96.5 MHz รายการ "จับชีพจรข่าว"ต่อมาได้ถูกยุติการทำรายการ เนื่องจากถูกแทรกแซง จึงได้รับการเชื้อเชิญจากนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เจ้าของธุรกิจทีพีไอ ให้มาทำวิทยุคลื่นประชาธิปไตย F.M. 92.25 MHz โดยเป็นผู้ริเริ่ม ทั้งวางผังและจัดรายการเองทั้งหมด แต่ต่อมาก็ถูกแทรกแซงอีกครั้ง จนต้องลาออกมาจนกระทั่งในต้นปี พ.ศ. 2549 ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เริ่มต้นการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างจริงจังแล้ว อัญชะลีจึงได้เข้าร่วมและได้ร่วมจัดรายการบนเวทีและในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร คอนเสิร์ตการเมือง คู่กับยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ในรายการชื่อ "ติดดาบปลายปืน" แต่มิได้เป็นพนักงานในเครือผู้จัดการแต่อย่างใดหลังการรัฐประหาร ได้เดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียได้ระยะหนึ่ง จึงเดินทางกลับมา จากนั้นในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 อัญชลีได้ลงสมัครรับเลือกตั้งใน จังหวัดสมุทรปราการ สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน อันเนื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีกับแกนนำพรรค แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้งในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 อัญชะลีได้กลับมาร่วมชุมนุมอีกครั้ง โดยเป็นผู้จัดรายการเล่าข่าวตอนเช้าบนเวทีคู่กับกมลพร วรกุล ภายหลังการชุมนุมยุติลงก็ได้ทำหน้าที่เป็นพิธีกรรายการเคาะข่าวริมโขงและแขกรับเชิญรายการสภาท่าพระอาทิตย์ทุกวันจันทร์และศุกร์ และมีรายการประจำ ชื่อ "จับตาประเทศไทย" ออกอากาศทุกคืนวันอาทิตย์ 20.30 - 21.00 น.ทาง เอเอสทีวี เป็นรายการเล่าข่าวทั่วไปต่อมา อัญชะลีได้ยุติรายการทั้งหมดทางเอเอสทีวี และสื่อต่าง ๆ ในเครือผู้จัดการหมดแล้ว โดยมีเสียงร่ำลือกระแสหนึ่งกล่าวว่า ได้ออกไปทำงานส่วนตัว และเป็นเลขานุการให้กับ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร [3] ส่วนอีกกระแสหนึ่งกล่าวว่า ได้เป็นบรรณาธิการให้กับนิตยสารท่องเที่ยว[4]ปัจจุบัน อัญชะลีเป็นผู้จัดรายการ "ร้อยข่าวบลูสกาย" และ"ร้อยข่าวสุดสัปดาห์" ทางบลูสกายแชนแนล
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง