[CR]รีวิว LG G2 by bacidea

กระทู้รีวิว


การที่ผมเปลี่ยนจาก Xperia Z มาเป็น LG G2 ทำให้มีคนถามมากมายว่ามันมีอะไรดี เพราะปรกติผมจะใช้แต่โซนี่ซะส่วนใหญ่ และสุดท้ายก็ต้องเอาใจแฟนๆด้วยการเข็นรีวิวนี้ออกมา ทั้งที่จริงอยู่ในช่วงขี้เกียจ... บอกตรงๆ :p



สเป็ก

- CPU Snapdragon 800
- RAM 2 GB
- Storage 32 GB
- หน้าจอ 5.2 นิ้ว ความละเอียด 1080 * 1920 (424 PPI)
- กล้อง 13 ล้าน พร้อมระบบกันสั่น OIS และโฟกัสหลายจุด
- อัดคลิป Full HD 60 fps
- กล้องหน้า 2.1 ล้าน
- แบต 3,000 mAh
- น้ำหนัก 143 กรัม

สำรวจตัวเครื่องกันบ้าง



แกะกล่องออกมาก็เป็นอุปกรณ์พื้นฐานทั่วไปคือ
- สาย Micro USB
- หัวชาร์จ
- หูฟัง Quadbeat 2
- เข็มจิ้มซิม (รูปตัว G)

ตัวเครื่องหน้าจอ 5.2 นิ้ว แต่พอลองเอามาวางเทียบกับมือถือหน้าจอ 5 นิ้วอย่าง Xperia Z ก็พอๆกันเลย ส่วนนึงเพราะ LG G2 ย้ายปุ่มไปไว้ด้านหลัง ทำให้ตัวเครื่องและขอบบางมากๆ

ด้านบนจะมีช่อง Infrared เพื่อใช้งานเป็นรีโมท และไมค์
ส่วนด้านล่างเรียงลำดับจากช่องเสียบหูฟัง, ไมค์, ช่องเสียบ Micro USB, ลำโพง

สรุปคือ มีตำแหน่งไมค์อยู่ที่ บนขวา และล่างซ้าย สำหรับอัดคลิปเป็น stereo

ส่วนปุ่มที่ย้ายไปไว้ด้านหลัง ใช้จริงก็สะดวกดี
แต่ข้อเสียคือการ capture screen ต้องกดปุ่มปิดเครื่อง+ลดเสียงพร้อมกัน ซึ่งทำได้ยากมาก
และถ้าไม่ใส่เคส ตัวปุ่มปิดเครื่องมีโอกาสหลุดลอกได้ง่าย เพราะมันยื่นออกมาจากตัวเครื่อง



หน้า Lock screen มี shortcut ให้เลือกใช้งานได้แบบด่วนๆ และสามารถตั้งค่าปรับเปลี่ยน shortcut ได้ ส่วน effect การปลดล็อกก็มีให้เลือกและสวยๆทั้งนั้น



หน้าตา Launcher โดยรวม ปรับแต่งได้เยอะมากครับ ตัวอย่างเช่น
- ย้าย icon ได้ตามต้องการ ย้ายได้แม้กระทั่ง app drawer
- เปลี่ยนหน้าตา icon ได้
- เปลี่ยนการจัดเรียงและสีของปุ่ม virtual button ด้านล่างได้
- เปลี่ยน Quick Settings ด้านบนได้
- เลือกธีมได้
- การโทรก็สามารถจัดเรียง tab ด้านบนได้

นอกจากนี้ ยังมีระบบโทรด่วน (Speed dial) ที่หลายๆรุ่นตัดออกไป



และการตั้งค่าการโทร ก็สามารถบล็อกเบอร์ และตั้งสั่นเมื่อมีคนรับสายได้ (ไม่ต้องถือเครื่องแนบหูระหว่างรอปลายทางรับสาย)



การตั้งค่าการแสดงผลยังมีอีกมากมาย แทบจะไม่ต้องไปหา Launcher ตัวอื่นมาลงเลย เช่น
- เลือกได้ว่าจะให้ home screen แสดงผลในแนวนอนหรือไม่
- เลือก effect การสลับหน้า
- เลือก effect การปิดหน้าจอ
- เลือก font และขนาด
- Smart screen จอจะไม่ดับถ้าเรายังมองอยู่
- Smart video คลิปจะหยุดเล่น ถ้าเราหันไปทางอื่น
- LED เลือกเปิดใช้ไฟแจ้งเตือนสำหรับแต่ละกรณีได้ ที่พิเศษคือ มีไฟแจ้งเตือนด้านหลังบริเวณปุ่มปิดเครื่องด้วย



หน้า app drawer ยัดปุ่ม search มาให้ด้วย ซึ่งผมชอบมาก ไม่ต้องเลื่อนหาแอพเอง



สำหรับการปรับแต่งเสียงก็ให้มาครบเช่นกัน
- สามารถตั้งระดับความดังการแจ้งเตือน และการโทรแยกกันได้
- เลือกความแรงของการสั่นแยกกันได้ ระหว่างการสั่นของการโทร, การแจ้งเตือน และการแตะหน้าจอ
- เลือกรูปแบบการสั่นได้ ว่าจะให้มีจังหวะแบบไหน
- ถ้าเก็บเครื่องไว้ในกระเป๋า เสียงเรียกเข้าจะดังกว่าปรกติ
- Quiet Mode สำหรับบล็อกเบอร์ ในเวลาที่เราต้องการพักผ่อน
และอื่นๆอีกมากมาย ต้องลองเล่นเองครับ



เรื่องของ Gesture สั่งงานด้วยท่าทางที่น่าสนใจก็มีดังนี้
- เคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดหรือปิดจอ
- รับสายทันทีเมื่อหยิบเครื่องมาแนบหู
- ลดเสียงเรียกเข้า เมื่อหยิบเครื่องขึ้นมา
- คว่ำเครื่องเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า



ด้านการจัดการพลังงาน ต้องบอกว่า G2 ใช้จริงแบตอึดมากๆ แต่ก็ใจดียัดโหมดประหยัดพลังงานมาให้ด้วย เมื่อแบตเหลือน้อยกว่าที่เรากำหนด มันจะทำการเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานและตัดการเชื่อมต่อต่างๆ ...ซึ่งผมไม่เคยใช้ เพราะแบตมันอึดมากครับ



สำหรับระบบ Guest mode ผมคิดว่ามันเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลย เพราะว่าถ้าเราปลดล็อกด้วยรหัสปรกติ ก็จะเข้าสู่การใช้งานทั่วไป แต่ถ้าเราใส่รหัสอีกแบบ มันก็จะเข้าสู่ Guest mode สำหรับให้คนอื่นใช้ จะได้ไม่มายุ่งกับข้อมูลในตัวเครื่อง โดยที่เราตั้งค่าได้ว่าจะให้ Guest ใช้แอพอะไรได้บ้าง



สิ่งที่ผมขัดใจที่สุดก็คือ Virtual Button ไม่มีปุ่ม recent apps ให้เลือกใช้เหมือน Xperia Z และ Nexus ทำให้การสลับแอพไม่สะดวกเท่าที่ควร เพราะต้องกดปุ่ม home ค้างไว้

และถ้าแตะปุ่ม home และปัดขึ้น จะมีตัวเลือก 3 อย่าง
- Voice Mate ระบบสั่งงานด้วยเสียง คล้ายๆ siri
- Google Now สำหรับใช้งาน Google และเป็นผู้ช่วยในการแจ้งเตือนต่างๆ
- Quick Memo จดบันทึกด่วนๆ
แล้ว Quick Memo มันคืออะไร?



มันเอาไว้จดด่วนๆลงไปบนหน้าจอครับ สามารถจดแล้วบันทึกหรือแชร์ได้
ถ้าการจดมันดูลำบาก ก็สามารถกดเปิด background ขึ้นมาก็ได้

ส่วนวิธีประยุกต์ใช้ ก็อย่างเช่น จดชื่อหรือเบอร์โทร แล้วสลับไปหน้าการโทรออกเพื่อพิมพ์ตาม



ด้านแป้นพิมพ์ ก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ เพราะว่า LG G2 รองรับระบบ emoji
ไม่ใส่แค่การใส่ emoji เหมือนแอนดรอยรุ่นอื่นๆ แต่มันสามารถแสดงผล emoji ได้ถูกต้องด้วย

แล้วยังรองรับการพิมพ์ด้วยการลากนิ้ว (swipe) ทั้งอังกฤษและไทย แต่ปัญหาคือพิมพ์ไทยค่อนข้างลำบาก เพราะไม่มีปุ่ม shift ให้ใช้ ต้องกดค้างที่ปุ่มตัวอักษรแล้วเลื่อนนิ้วเพื่อเลือก

ที่จริงแล้วสามารถเขียนแทนการพิมพ์ได้ด้วย แต่ที่ผมสนใจจริงๆก็คือตัว clip tray มันจะทำการเก็บสิ่งที่เราเคย copy ไว้ทั้งหมด เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้งาน



และสิ่งที่ผมชอบมากก็คือการ capture หน้าเว็บ ซึ่งปรกติแล้วเราจะ capture ได้เฉพาะหน้าจอที่เรามองเห็น แต่ G2 เพิ่มลูกเล่น Capture plus ก็คือมันจะทำการจับภาพหน้าเว็บทั้งหน้าเลยครับ



QSlide เป็นสิ่งที่หลายๆค่ายเริ่มทำออกมาก็คือแอพลอยได้ ซึ่งเปิดได้สูงสุดครั้งละ 2 แอพ



ส่วน Slide Aside คือการใช้ 3 นิ้วปัดไปทางซ้ายให้เก็บแอพไว้ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งเก็บได้สูงสุด 3 แอพ เมื่อจะเรียกกลับมาใช้งาน ให้ปัด 3 นิ้วมาด้านขวา

ข้อดีก็คือ ถ้าเราทำการ Clear task มันจะทำการปิดทุกแอพ ยกเว้นแอพที่เก็บไว้ใน Slide Aside



นาฬิกาปลุกเป็นส่วนที่ผมชอบมากๆ เพราะมันมีโหมด Puzzle lock สำหรับคนงัวเงีย ก็คือต้องใส่รหัสให้ถูกต้อง ถึงจะปิดนาฬิกาปลุกได้

นอกจากนี้ ยังตั้งค่า Auto app starter ได้อีก หมายความว่าถ้าปิดนาฬิกาปลุกแล้ว จะให้เปิดแอพอะไร



สำหรับรูปแบบแจ้งเตือนการโทรเข้า และข้อความ sms สามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงผลเต็มจอ หรือเป็น popup ซึ่งผมชอบแบบ popup มากกว่า เพราะมันจะไม่ขัดขวางการทำงานของเราเกินไป



การเล่นเพลง ก็ถูกใจผมอีกละ เพราะมันสามารถเลือกเพลงได้หลายแบบ จะเลือกจาก folder หรือ dropbox ก็ยังได้

รวมทั้งตั้งเวลาปิดเพลงได้ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเปิดเพลงกล่อมก่อนนอน



แอพดูหนังนี่ก็ครบเครื่องดี
- ถ้าปัดนิ้วขึ้น-ลงที่ด้านซ้ายของจอ จะเป็นการปรับแสง
- ถ้าปัดนิ้วขึ้น-ลงที่ด้านขวาของจอ จะเป็นการปรับเสียง
- สามารถทำ popup ย่อจอเล็ก เพื่อดูหนังระหว่างเล่นแอพอื่นได้
- ล็อกหน้าจอ ป้องกันมือไปโดนได้
- ถ่ายรูปจากคลิปได้
- ซูมและติดตามเฉพาะ object ได้
- เร่งเสียงเฉพาะโซนได้
- การเลื่อนตำแหน่งทำได้ง่าย เพราะการแตะครั้งแรกคือ preview ถ้าต้องการเลื่อนไปยังตอนที่ต้องการ ให้แตะที่รูป preview อีกครั้ง



ด้านรีโมท ผมคิดว่าทำได้ดีกว่าค่ายอื่นๆ ใช้งานได้ง่าย รองรับหลายยี่ห้อ แม้แต่ยี่ห้อ no name ก็ยังมี

รองรับหลายสิ่ง TV, Audio, Blu-ray, Projector, Set-top box, DVD, Air Conditioner

เท่าที่ลอง มันใช้งานกับ True Vision ได้ด้วย และถ้ารีโมทที่เราต้องการใช้ ไม่มีในรายการ ก็สามารถสร้างเองได้ด้วย



สุดท้ายคือเรื่องกล้อง ที่ผมคิดว่ามันคือหนึ่งในสุดยอดกล้องมือถือยุคนี้
- มีระบบกันสั่น OIS ลดความเบลอของภาพ และถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น
- การโฟกัสได้หลายจุด ซึ่งยังไม่มีมือถือรุ่นไหนทำแบบนี้ (เท่าที่รู้)
- ถ่ายคลิป Full HD แบบ 60 fps ได้
- การถ่ายคลิป สามารถซูมภาพและเสียงได้

ด้านโหมดและลูกเล่นเด่นๆก็อย่างเช่น
- VR Panorama ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือ Photo Sphere ของ Google ถ่ายภาพแบบ 360 องศา เจ๋งมาก
- การลบวัตถุออกจากภาพ
- Live effect ใส่ลูกเล่นให้กับคลิป







ถ้าเทียบเรื่องความเร็วในการถ่ายโดยรวมถือว่าช้ากว่า Xperia Z, Z1 แต่คุณภาพที่ได้ ถือว่าดีกว่า Xperia Z, Z1 ครับ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

สรุปโดยรวม มันคือมือถือที่คุ้มค่ามากที่สุดเครื่องหนึ่ง ณ ตอนนี้ จอใหญ่ สีสด เครื่องเบา กล้องดี เสียงแจ่ม ระบบฉลาด ...ไม่แปลก ถ้าผมจะแอบนอกใจโซนี่บ้าง (ตอนนี้ใช้ LG G2 + Xperia Z Ultra นะจ๊ะ)

ตามไปอ่านเต็มๆได้ที่ http://www.bacidea.com/review-lg-g2.html
พูดคุยกันต่อที่ http://www.facebook.com/bacidea


------
เพิ่มเติมข้อมูล
- keyboard สามารถกดย้ำๆที่ปุ่มเดิมเพื่อเลือกตัวอักษรในปุ่มเหมือน BB ได้ แต่ผมตั้งค่าให้ใช้ path input และ word suggestion เลยทำแบบนั้นไม่ได้
- การแตะ 2 ครั้งเพื่อปิดหน้าจอ ต้องแตะในที่ว่าง หรือแตะที่แถบแจ้งเตือนด้านบนแทนได้
- การ capture หน้าจอที่ผมบอกว่ากดยาก มีคนแนะนำให้ใช้ Quick Memo แล้วกดเซฟแทนครับ
ชื่อสินค้า:   LG G2
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview