รบกวนช่วยหน่อยครับ เรื่องการเรียกร้องค่าเสียโอกาสจาก อุบัติเหตุกรณีเป็นฝ่ายถูกครับ

กระทู้คำถาม
จากกระทู้นี้ครับ http://pantip.com/topic/30962012



ใครเคยมีประสบการณ์ ในการเรียกร้องค่าเสียโอกาสมั่งครับ ขอรบกวนช่วยหน่อยครับ

เท่าที่ปรึกษากับประกันเรื่องค่าเช่ารถนี่ผมเข้าใจว่าเบิกได้ล่ะ

แต่

ค่าเสียโอกาสในการใช้รถ / ค่าเสื่อมของรถ / ค่าทำขวัญ (แล้วแต่จะเรียกว่าอะไร แต่แนวๆว่านอกเหนือจากค่าเช่ารถหน่ะครับ) ==> คิดอย่างไรกันครับ หรือตั้งตัวเลขในใจกันเอง

ปล.ตอนนี้ผมมีบันทึกประจำวัน ที่ทางตำรวจออกให้ว่า ทางคู่กรณีเป็นฝ่ายผิดนะครับ ผมไม่มีความผิดอะไรครับ

ขอบคุณทุกท่านมากครับ

หวังว่าถ้ามีกระทู้นี้น่าจะเป็นข้อมูล สำหรับท่านอื่นที่อาจจะเจอกรณีเดียวกัน เอาไว้ช่วยๆเหลือกันครับ


***Update 12 Sep 2013 : 13.00

สรุปไปหาข้อมูลเองมาแล้วครับ สำหรับใครที่ประสบเหตุการณ์เช่นผม ทำตามนี้ได้เลยครับ

การเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม
ก่อนอื่นขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจากประสบการณ์จริงผู้ที่โพสต์ลงใน http://www.lancer-exclusive.com/forums/showthread.php?t=5019 ใน http://pantip.com/topic/30679686 และใน http://insuraia.blogspot.com/2011/08/blog-post.html จึงขอเอามาสรุปเป็นแนวทางให้เข้าใจภาคปฏิบัติสำหรับการเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม หรือเรียกสั้น ๆ กันว่า "การเคลมประกันรถระหว่างซ่อม"

ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์นี้
เมื่อรถที่เราขับไปประสบอุบัติเหตุแล้วเราเป็นฝ่ายถูก เรามีสิทธิ์เรียกร้อง (เคลม) สินไหมทดแทนจากคู่กรณีได้ (ตาม ป.พ.พ แล้ว ถือว่าเป็นฝ่ายถูกละเมิด) และถ้าหากคู่กรณีมีประกันภัยรถยนต์อยู่แล้ว เราสามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยของคู่กรณีได้ทันที  (ถ้าประกันไม่ยอมจ่าย ให้ตามจากคู่กรณี ขอให้คู่กรณีตามประกันที่ตนเองใช้บริการ) นอกจากการเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อมแล้ว เรายังสามารถเรียกร้องค่าเสื่อมราคาจากการประสบอุบัติเหตุได้ด้วย

การทำสำเนาที่ไม่ควรพลาด
สิ่งที่สำคัญคือ ทำสำเนาหลักฐานที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนเก็บไว้ ดังนั้น
1.       เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ควรถ่ายรูปเก็บไว้ทันที เพื่อป้องกันคดีพลิก
2.       หลังจากที่เจ้าหน้าที่บริษัทประกันแจกใบเคลมสำหรับซ่อมแล้ว
a.       ถ่ายสำเนาส่วนหัวใบเคลมของคู่กรณีไว้ (หรือใช้กล้องถ่ายรูป) อย่างน้อยต้องมีหมายเลขใบเคลม รวมถึงสถานที่ขณะออกใบเคลมของเจ้าหน้าที่ประกัน
b.      ถ่ายสำเนาใบเคลมของเราเก็บไว้ก่อนที่จะส่งให้อู่ซ่อมรถของประกัน
3.       ตอนส่งรถเข้าอู่ซ่อม ใบแจ้งซ่อม / รับรถ ต้องระบุวันที่รับรถ (เข้าอู่ซ่อม) ที่ชัดเจน และทำสำเนาเก็บไว้
4.       หลังจากที่ซ่อมเสร็จ ให้ขอสำเนาเอกสารจากอู่ซ่อม ได้แก่
a.       รายละเอียดรายการซ่อม
b.      ใบแจ้งซ่อม / ส่งรถ ต้องระบุวันที่ส่งรถ (ออกจากอู่) ที่ชัดเจน

การรวบรวมค่าใช้จ่ายระหว่างรอรถซ่อม
1.       รวบรวมค่าใช้จ่าย / รายละเอียดที่จะขอสินไหมชดเชยช่วงที่ไม่มีรถใช้เพราะรอซ่อม เช่น
a.       ค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้นเพราะขาดรถ
b.      รายได้ที่ขาดหายไปเพราะขาดรถใช้ประกอบอาชีพ (เช่น ขับแท็กซี่ ใช้ในการรับจ้าง)
c.       ค่าเสื่อมสภาพที่อาจจะมี (เช่น บริษัทไม่ยอมเปลี่ยนอะไหล่ แต่ใช้วิธีซ่อม)
2.       การมีหลักฐานของค่าใช้จ่าย จะช่วยให้การเรียกสินไหมมีน้ำหนักขึ้น ใบเสร็จรับเงินต่าง ๆ

ขั้นตอนเรียกสินไหม
1.       แจ้งความจำนงค์ขอยื่นเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อมกับบริษัทประกันคู่กรณี
2.       ถ้าบริษัทประกันไม่ปฏิเสธ โดยทั่วไปจะให้ยื่นเอกสาร (โดยทั่วไปจะให้ส่งทาง fax)
3.       เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่
a.       หนังสือแจ้งความจำนงค์ (ดูตัวอย่างที่ท้ายบทความนี้) พร้อมสำเนาหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกิด
b.      สำเนาใบเคลมหรือรายละเอียดการซ่อม (ของเรา) และเอกสารที่ระบุวันรับรถและส่งคืนรถ
c.       สำเนาใบเคลมคู่กรณี
d.      สำเนาบัตรบัตรประชาชนพร้อมสำเนาหน้ากรมธรรม์ของเรา (ถ้ามี)
e.      สำเนาทะเบียนรถ
4.       ควรโทรไปสอบถามบริษัทประกันว่าเอกสารที่ส่งไปครบถ้วน ตัวอักษรชัดเจนหรือไม่ ใครรับเรื่อง หมายรับเรื่องที่เท่าไหร่ (จะได้ติดตามเรื่องสะดวกขึ้น) และจะติดต่อกลับเมื่อไหร่

ขั้นตอนหลังเรียกสินไหม
1.       หากพ้นวันที่กำหนดไว้แล้วยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ให้โทรติดตามเรื่อง (กระทุ้งต่อมความรับผิดชอบ) ก่อนโทร เตรียมหมายเลขรับเรื่องไว้เพื่อความสะดวกรวดเร็ว
2.       หลังเรื่องอนุมัติ มักมีการต่อรองราคา อันนี้เป็นความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลในการต่อสู้เรียกค่าสินไหมทดแทนให้มากที่สุด (ในขณะที่ฝ่ายบริษัทประกันภัยก็จะจ่ายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้)
3.       การการต่อรองจบสิ้นด้วยดี บริษัทประกันภัยจะส่ง (fax) ใบตกลงรับค่าสินไหมให้เราลงชื่อยอมรับ (ตามที่ตกลงกันไว้ในข้อที่ผ่านมา) และส่ง (fax) กลับคืนเขาไป
4.       การรับค่าชดเชย อาจจะเป็นเงินสด เช็ค หรือโอนเงินเข้าบัญชี  (แล้วแต่วิธีการของแต่บริษัทไป)

กล่าวโดยสรุปคือ
การเรียกสินไหมทดแทนค่าเสียหายของรถยนต์เป็นสิทธิ์ที่ผู้ถูกละเมิดสามารถกระทำได้ตามกฎหมาย ไม่ว่าผู้ละเมิด (ฝ่ายผิด) จะมีประกันภัยคุ้มครองหรือไม่ก็ตาม ไม่เพียงแต่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ยังรวมถึงค่าความเสียหายอื่นที่เกิดขึ้นเพราะการขาดรถใช้ด้วย

ตัวอย่างหนังสือประกอบการแจ้งความจำนงค์ขอเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม

วันที่  1 เมษายน 2552
เรื่อง ขอเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม
เรียน  แผนกสินไหมทดแทน
เอกสารแนบ (ถ้ามี)1.  ....
                        2.  ....
ข้าพเจ้า นางถูกชน ไร้ราชรถ เป็นเจ้าของรถยนต์ โตโยโต้ รุ่น โคล่า หมายเลขทะเบียน พรบ 9999 กทม ถูกรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนโด้ หมายทะเบียน คปภ 9999 กทม ชนท้ายที่ปากซอยอ่อนนุช 17 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งขับโดยคุณ ตาถั่ว ใจถึง
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้รถของข้าพเจ้ามีความเสียหายดังนี้
1.       รายการความเสียหาย 1
2.       รายการความเสียหาย 2
3.       ....บลา ๆ ๆ
ข้าพเจ้าได้จึงได้นำรถยนต์เข้าซ่อมที่ ศูนย์โตโยโต้ สาขาอ่อนนุช ในวันที่ 1 มีนาคม 2552 ซ่อมเสร็จ วันที่ 31 มีนาคม 2552 เป็นเวลา 31 วัน

ข้าพเจ้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าหลังการขาย โดยปกติจะต้องใช้รถยนต์สำหรับติดต่อลูกค้าทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑลทุกวัน ประมาณ 60 กม. / วัน ในระหว่างที่นำรถเข้าซ่อมนั้น ข้าพเจ้าต้องใช้บริการรถแท็กซี่ในการเดินทางแทนและมีความไม่สะดวกในการเดินทางอย่างมาก

ดังนั้น จึงขอเรียกสินไหมดังต่อไปนี้
1. ค่าขาดผลประโยชน์จากการใช้รถ 400 บาทต่อวัน เป็นระยะเวลา 31 วัน รวม 12,400 บาท
2. ค่าเสื่อมสภาพรถจากอุบัติเหตุ 10,000 บาท
รวมทั้งสิ้น 22,400 บาท

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ
ถูกชน ไร้ราชรถ

(นางถูกชน ไร้ราชรถ)
เขียนโดย i-Dea Sarapad ที่ 06:30


Ref:http://insurancethaicar.blogspot.com/2013/07/claim-loss-of-use-and-depreciation.html
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
***Update 12 Sep 2013 : 13.00

สรุปไปหาข้อมูลเองมาแล้วครับ สำหรับใครที่ประสบเหตุการณ์เช่นผม ทำตามนี้ได้เลยครับ

การเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม
ก่อนอื่นขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจากประสบการณ์จริงผู้ที่โพสต์ลงใน http://www.lancer-exclusive.com/forums/showthread.php?t=5019 ใน http://pantip.com/topic/30679686 และใน http://insuraia.blogspot.com/2011/08/blog-post.html จึงขอเอามาสรุปเป็นแนวทางให้เข้าใจภาคปฏิบัติสำหรับการเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม หรือเรียกสั้น ๆ กันว่า "การเคลมประกันรถระหว่างซ่อม"

ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์นี้
เมื่อรถที่เราขับไปประสบอุบัติเหตุแล้วเราเป็นฝ่ายถูก เรามีสิทธิ์เรียกร้อง (เคลม) สินไหมทดแทนจากคู่กรณีได้ (ตาม ป.พ.พ แล้ว ถือว่าเป็นฝ่ายถูกละเมิด) และถ้าหากคู่กรณีมีประกันภัยรถยนต์อยู่แล้ว เราสามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยของคู่กรณีได้ทันที  (ถ้าประกันไม่ยอมจ่าย ให้ตามจากคู่กรณี ขอให้คู่กรณีตามประกันที่ตนเองใช้บริการ) นอกจากการเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อมแล้ว เรายังสามารถเรียกร้องค่าเสื่อมราคาจากการประสบอุบัติเหตุได้ด้วย

การทำสำเนาที่ไม่ควรพลาด
สิ่งที่สำคัญคือ ทำสำเนาหลักฐานที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนเก็บไว้ ดังนั้น
1.       เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ควรถ่ายรูปเก็บไว้ทันที เพื่อป้องกันคดีพลิก
2.       หลังจากที่เจ้าหน้าที่บริษัทประกันแจกใบเคลมสำหรับซ่อมแล้ว
a.       ถ่ายสำเนาส่วนหัวใบเคลมของคู่กรณีไว้ (หรือใช้กล้องถ่ายรูป) อย่างน้อยต้องมีหมายเลขใบเคลม รวมถึงสถานที่ขณะออกใบเคลมของเจ้าหน้าที่ประกัน
b.      ถ่ายสำเนาใบเคลมของเราเก็บไว้ก่อนที่จะส่งให้อู่ซ่อมรถของประกัน
3.       ตอนส่งรถเข้าอู่ซ่อม ใบแจ้งซ่อม / รับรถ ต้องระบุวันที่รับรถ (เข้าอู่ซ่อม) ที่ชัดเจน และทำสำเนาเก็บไว้
4.       หลังจากที่ซ่อมเสร็จ ให้ขอสำเนาเอกสารจากอู่ซ่อม ได้แก่
a.       รายละเอียดรายการซ่อม
b.      ใบแจ้งซ่อม / ส่งรถ ต้องระบุวันที่ส่งรถ (ออกจากอู่) ที่ชัดเจน

การรวบรวมค่าใช้จ่ายระหว่างรอรถซ่อม
1.       รวบรวมค่าใช้จ่าย / รายละเอียดที่จะขอสินไหมชดเชยช่วงที่ไม่มีรถใช้เพราะรอซ่อม เช่น
a.       ค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้นเพราะขาดรถ
b.      รายได้ที่ขาดหายไปเพราะขาดรถใช้ประกอบอาชีพ (เช่น ขับแท็กซี่ ใช้ในการรับจ้าง)
c.       ค่าเสื่อมสภาพที่อาจจะมี (เช่น บริษัทไม่ยอมเปลี่ยนอะไหล่ แต่ใช้วิธีซ่อม)
2.       การมีหลักฐานของค่าใช้จ่าย จะช่วยให้การเรียกสินไหมมีน้ำหนักขึ้น ใบเสร็จรับเงินต่าง ๆ

ขั้นตอนเรียกสินไหม
1.       แจ้งความจำนงค์ขอยื่นเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อมกับบริษัทประกันคู่กรณี
2.       ถ้าบริษัทประกันไม่ปฏิเสธ โดยทั่วไปจะให้ยื่นเอกสาร (โดยทั่วไปจะให้ส่งทาง fax)
3.       เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่
a.       หนังสือแจ้งความจำนงค์ (ดูตัวอย่างที่ท้ายบทความนี้) พร้อมสำเนาหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกิด
b.      สำเนาใบเคลมหรือรายละเอียดการซ่อม (ของเรา) และเอกสารที่ระบุวันรับรถและส่งคืนรถ
c.       สำเนาใบเคลมคู่กรณี
d.      สำเนาบัตรบัตรประชาชนพร้อมสำเนาหน้ากรมธรรม์ของเรา (ถ้ามี)
e.      สำเนาทะเบียนรถ
4.       ควรโทรไปสอบถามบริษัทประกันว่าเอกสารที่ส่งไปครบถ้วน ตัวอักษรชัดเจนหรือไม่ ใครรับเรื่อง หมายรับเรื่องที่เท่าไหร่ (จะได้ติดตามเรื่องสะดวกขึ้น) และจะติดต่อกลับเมื่อไหร่

ขั้นตอนหลังเรียกสินไหม
1.       หากพ้นวันที่กำหนดไว้แล้วยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ให้โทรติดตามเรื่อง (กระทุ้งต่อมความรับผิดชอบ) ก่อนโทร เตรียมหมายเลขรับเรื่องไว้เพื่อความสะดวกรวดเร็ว
2.       หลังเรื่องอนุมัติ มักมีการต่อรองราคา อันนี้เป็นความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลในการต่อสู้เรียกค่าสินไหมทดแทนให้มากที่สุด (ในขณะที่ฝ่ายบริษัทประกันภัยก็จะจ่ายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้)
3.       การการต่อรองจบสิ้นด้วยดี บริษัทประกันภัยจะส่ง (fax) ใบตกลงรับค่าสินไหมให้เราลงชื่อยอมรับ (ตามที่ตกลงกันไว้ในข้อที่ผ่านมา) และส่ง (fax) กลับคืนเขาไป
4.       การรับค่าชดเชย อาจจะเป็นเงินสด เช็ค หรือโอนเงินเข้าบัญชี  (แล้วแต่วิธีการของแต่บริษัทไป)

กล่าวโดยสรุปคือ
การเรียกสินไหมทดแทนค่าเสียหายของรถยนต์เป็นสิทธิ์ที่ผู้ถูกละเมิดสามารถกระทำได้ตามกฎหมาย ไม่ว่าผู้ละเมิด (ฝ่ายผิด) จะมีประกันภัยคุ้มครองหรือไม่ก็ตาม ไม่เพียงแต่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ยังรวมถึงค่าความเสียหายอื่นที่เกิดขึ้นเพราะการขาดรถใช้ด้วย

ตัวอย่างหนังสือประกอบการแจ้งความจำนงค์ขอเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม

วันที่  1 เมษายน 2552
เรื่อง ขอเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม
เรียน  แผนกสินไหมทดแทน
เอกสารแนบ (ถ้ามี)1.  ....
                        2.  ....
ข้าพเจ้า นางถูกชน ไร้ราชรถ เป็นเจ้าของรถยนต์ โตโยโต้ รุ่น โคล่า หมายเลขทะเบียน พรบ 9999 กทม ถูกรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนโด้ หมายทะเบียน คปภ 9999 กทม ชนท้ายที่ปากซอยอ่อนนุช 17 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งขับโดยคุณ ตาถั่ว ใจถึง
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้รถของข้าพเจ้ามีความเสียหายดังนี้
1.       รายการความเสียหาย 1
2.       รายการความเสียหาย 2
3.       ....บลา ๆ ๆ
ข้าพเจ้าได้จึงได้นำรถยนต์เข้าซ่อมที่ ศูนย์โตโยโต้ สาขาอ่อนนุช ในวันที่ 1 มีนาคม 2552 ซ่อมเสร็จ วันที่ 31 มีนาคม 2552 เป็นเวลา 31 วัน

ข้าพเจ้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าหลังการขาย โดยปกติจะต้องใช้รถยนต์สำหรับติดต่อลูกค้าทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑลทุกวัน ประมาณ 60 กม. / วัน ในระหว่างที่นำรถเข้าซ่อมนั้น ข้าพเจ้าต้องใช้บริการรถแท็กซี่ในการเดินทางแทนและมีความไม่สะดวกในการเดินทางอย่างมาก

ดังนั้น จึงขอเรียกสินไหมดังต่อไปนี้
1. ค่าขาดผลประโยชน์จากการใช้รถ 400 บาทต่อวัน เป็นระยะเวลา 31 วัน รวม 12,400 บาท
2. ค่าเสื่อมสภาพรถจากอุบัติเหตุ 10,000 บาท
รวมทั้งสิ้น 22,400 บาท

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ
ถูกชน ไร้ราชรถ

(นางถูกชน ไร้ราชรถ)
เขียนโดย i-Dea Sarapad ที่ 06:30


Ref:http://insurancethaicar.blogspot.com/2013/07/claim-loss-of-use-and-depreciation.html
แสดงความคิดเห็น
Preview