วันปิยะมหาราช

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐย้ำรบ."อิโง"ของอภิสิทธ์"เชือดยังไงก็ตายยาก" เผลอๆกระแสสะท้อนมุมกลับจะเพิ่มคะแนน

กระทู้สนทนา
เชือดยังไงก็ตายยาก


“อิโง”

ควันหลงจากคำปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บนเวทีผ่าความจริงที่ย่านพระราม 3 ตามอารมณ์กลอนพาไป เหน็บโครงการ “Smart Lady” ที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปเปิดงาน

เบิ้ลบลัฟกึ๋นและฝีมือการทำงานของผู้นำหญิงกันแรงๆในที

และก็ทันทีทันควัน “หลานโอ๊ค” นายพานทองแท้ ชินวัตร ทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์ “อาปู” นำมาขยายผลในโลกออนไลน์ เปิดให้แฟนเพจตามจิกกัดถล่มอดีตผู้นำหนุ่ม “มหาบัณฑิตออกซ์ฟอร์ด” กันสนั่นเฟซบุ๊ก

โทษฐานไม่ให้เกียรติสตรีเพศ

แต่ที่นิ่งยิ่งกว่า “บุรุษเพศ” ไม่มีเสียงกรี๊ดกร๊าดหรืออาการตอบโต้มาจากนายกฯหญิงแต่อย่างใด

ตามโปรแกรมที่นายกฯยิ่งลักษณ์ นำคณะเหินฟ้าไปเยือนสมาพันธรัฐสวิส สาธารณรัฐอิตาลี นครรัฐวาติกัน ห่างหายจากเมืองไทยไปยาวนานนับสัปดาห์

เน้นคอนเซปต์มุ่งงาน ไม่สนใจเกมการเมือง

กระนั้นก็ยังมีประเด็นให้ถูก “หน่วยเฝ้าระแวง” จับจ้องก็คือคิวของสาธารณรัฐมอนเตเนโกร ประเทศที่พี่ชายอย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เป็นพลเมือง และถือพาสปอร์ตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นั่นทำให้นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องเคลียร์ตั้งแต่เพิ่งออกเดินทางจากเมืองไทย ยืนยันการไปเยือนมอนเตเนโกรเป็นการเปิดความสัมพันธ์ใหม่ ยินดีให้ฝ่ายค้านตรวจสอบได้เสมอ เรื่องทั้งหมดที่ไปเจรจาเป็นภาพรวมของประเทศทั้งนั้น ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวใดๆเลย

เรื่องของเรื่องมันโยงกันพอดี กับมุกล่าสุดที่ “บักใส” นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน อดีตแกนนำม็อบพันธมิตรฯ เตรียมรวบรวมหลักฐานร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของรัฐบาล ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรค 2 การได้มาซึ่งอำนาจที่ไม่เป็นไปตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ

ตามท้องเรื่องที่โยงการเดินทางเยือนต่างประเทศของนายกฯยิ่งลักษณ์กว่า 45 ประเทศตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นมาร์เก็ตติ้งทางการเมืองที่ลงทุนสูง แต่ไม่มีผลกำไร ซ้ำยังขาดทุน โดยเฉพาะล่าสุด การเดินทางเยือนสวิส อิตาลี และมอนเตเนโกร ก็ไม่มีวาระชัดเจนว่า จะไปเจรจาเรื่องอะไร

พฤติกรรมของนายกฯใช้เวลาครึ่งหนึ่งในตำแหน่ง โดยการชักจูงของพี่ชายและมีวาระส่วนตัวของครอบครัว ทำให้รัฐบาลไทยที่ถูกจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ถูกครอบงำจากคนที่กำลังพลัดถิ่นหลบหนีคดีอยู่ต่างแดน

กลายเป็นการก่อรูปรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นมาอีกสถานะหนึ่ง มีอำนาจสั่งการตัดสินใจต่อการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ตรวจสอบไม่ได้

ผูกเรื่อง โยงเข้าเหลี่ยมเตะตัดขาจนได้

ประกอบกับสัญญาณ “นำร่อง” นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ฟันธง ตอนนี้รัฐบาลกระทำการขัดรัฐธรรมนูญแล้ว 2 เรื่อง คือ 1.เรื่องไม่แถลงผลงานปีละ 1 ครั้งต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 75 วรรคสอง 2.โครงการรับจำนำข้าว ที่ผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 84 (5) ที่บัญญัติเรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐว่า นโยบายที่รัฐกำหนดขึ้น ต้องให้มีการแข่งขันอย่างเสรีเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาดตัดตอน

สอดคล้องกับโปรแกรมที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วางคิวลงดาบโครงการรับจำนำข้าว เพื่อเป็นผลงานชิ้นโบแดงส่งท้ายให้นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช.คนดัง ที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่ง

องค์กรอิสระขยับกระชับพื้นที่ ต้อน “ยิ่งลักษณ์” เข้าเหลี่ยมเชือดถนัดๆ

แต่ปัญหาก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญยังอยู่ในภาวะ “แกว่ง” ภายหลังนายวสันต์ไขก๊อกลาออกไปดื้อๆ

แล้วก็ยังมีเรื่องร้อนๆของนายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่โดน ป.ป.ช.วินิจฉัยเอาผิดทางแพ่ง กรณีอนุญาตให้บุตรชายของตนเอง ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ลาไปศึกษาต่อต่างประเทศ โดยได้รับเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งในระหว่างลา

กระตุกต่อม ท้าทายปมจริยธรรมอย่างรุนแรง

แน่นอนคำวินิจฉัยที่มีผลลบต่อรัฐบาลของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมถูกตั้งแง่ถึงความชอบธรรม

ทั้งหมดทั้งปวงเลย กับตัวเลขชัดๆจากเอแบคโพล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดผลวิจัย “ความนิยมของสาธารณชนต่อพรรคการเมือง” กับคำถามถึงพรรคการเมืองที่จะเลือก ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 44.6 พรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 22.9 พรรคอื่นๆร้อยละ 32.5

เพื่อไทยยังเข้าป้ายเป็นที่ 1 ทิ้งห่างประชาธิปัตย์แบบครึ่งต่อครึ่ง

ผลเลือกตั้งเหมือน “หวยล็อก” แบบนี้ ก็เป็นอะไรที่แทงหวยล่วงหน้ากันได้ แม้จะล้มกระดานรัฐบาลของนายกฯยิ่งลักษณ์ลงไปได้ในสมัยนี้ ก็ไม่มีอะไรขวางทางไม่ให้กลับมาใหม่

เผลอๆกระแสสะท้อนมุมกลับจากภาพของการโดนกลั่นแกล้ง ยุติธรรม 2 มาตรฐาน

จะยิ่งปั่นแต้มเพิ่มเสียงพรรคเพื่อไทยให้มากขึ้นไปอีก.



ทีมข่าวการเมือง
ไทยรัฐออนไลน์ 10 กันยายน 2556, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/368851


                                                ??????????????????????????????????????????????


"....แม้จะล้มกระดานรัฐบาลของนายกฯยิ่งลักษณ์ลงไปได้ในสมัยนี้ ก็ไม่มีอะไรขวางทางไม่ให้กลับมาใหม่
เผลอๆกระแสสะท้อนมุมกลับจากภาพของการโดนกลั่นแกล้ง ยุติธรรม 2 มาตรฐาน
จะยิ่งปั่นแต้มเพิ่มเสียงพรรคเพื่อไทยให้มากขึ้นไปอีก......"



ขำๆปนสังเวช  ที่คนทั้งประเทศเขารับรู้เหมือนๆกัน
วันนี้ทีมวิเคราะห์ข่าวของสื่อใหญ่ก็มาตอกย้ำด้วยมุมมองเดียวกันกับคนส่วนใหญ่ของสังคมเข้าไปอีก

แล้วแมงสาบมันมุดออกจากรูไม่ได้จริงๆหรือไงในชาตินี้  จึงโง๋ได้ซ้ำซากเป็นตัวจริงของแท้
ชี้หน้าด่านายกฯของประเทศนี้ว่า "อิโง"
แต่ไม่เคยย้อนมองดูพฤติกรรมของตัวเองแม้เพียงสักนิดว่าตัวเองนั้น "โง่ยิ่งกว่า"

เพราะ  ลากไส้ประจานความเลวของตัวเองให้คนทั้งโลกเห็นได้ทุกวัน  มันก็ยังบ๊องส์พอที่จะทำ....

นั่นคือ...."โคตรโง่"....เห็นๆ




แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง