ขึ้นโรงพักเพราะกางเกงในตัวเดียว ขอเล่าให้อ่านเป็นอุทาหรณ์ค่ะ

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวพันทิปที่รักของหญิงทุกท่าน วันนี้หญิงมีเรื่องมาเล่าให้ทุกคนฟังเป็นอุทาหรณ์อีกแล้ว

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวของหญิงเอง จุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อสามปีก่อนขณะที่หญิงยังคงเป็นนักศึกษาสาวนุ่งสั้นทรงเอเรียนราชภัฎอยู่ ด้วยความที่หญิงหน้าตาค่อนข้างสวยและมีสัดส่วนฟิตกระชับได้รูปจึงทำให้มีผู้ชายมากหน้าหลายตาอยากเข้ามาทำความรู้จัก ซึ่งหญิงเองก็ไม่ได้รังเกียจหรือปิดกั้นสัมพันธภาพกับเพื่อนต่างเพศเหล่านั้น เนื่องจากหม่อมแม่พร่ำสอนหญิงมาแต่อ้อนแต่ออกว่าเกิดเป็นอิสตรีควรมีมนุษย์สัมพันธ์ให้เป็นเลิศ เพราะถ้าสวยแล้วหยิ่งส่วนมากจะตรงดิ่งสู่คานทอง

ในบรรดาผู้ชายทั้งหมดที่มะรุมมะตุ้มหญิงอยู่ในขณะนั้น มีหนึ่งคนที่โดดเด่นกว่าคนอื่นๆ เขาเป็นเพื่อนของรุ่นพี่ที่เรียนอยู่อีกมหาวิทยาลัย ซึ่งหญิงขอใช้นามแฝงว่า พี่หอ (หากต้องการอ่านเรื่องนี้ให้ได้อรรถรสเต็มที่ หญิงแนะนำว่าให้เติมสระเอียกับไม้โทเข้าไปด้วย) พี่หอเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี มีรถขับ โทรศัพท์ถ่ายรูปได้ สูงร้อยแปดสิบสี่ หนักเจ็ดสิบห้า เลี้ยงหมาพันธุ์ลาบาดอร์ เราสองคนเจอกันครั้งแรกที่ร้านหมูกะทะหลังมหาวิทยาลัย โดยพี่หอเข้ามาให้ความช่วยเหลือในขณะที่หญิงกำลังเกร็งกล้ามแขนรีดลมปราณขุดไอศครีมกะทิสดจากถังอยู่ และได้ติดต่อกันมาเรื่อยๆหลังจากนั้น จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสองเดือน เมื่อเราสองคนศึกษากันและกันจนมั่นใจแล้วว่าอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หญิงจึงตอบตกลงคบเป็นแฟนกับพี่หอที่บริเวณริมบ่อเพาะพันธุ์ปลาบึกในมหาวิทยาลัย

ด้วยความที่เราทั้งคู่ไม่ได้เรียนอยู่ที่เดียวกัน ทำให้พี่หอจะมานอนค้างที่หอพักของหญิงเพียงสัปดาห์ละ 2-3 วันเท่านั้น ส่วนวันไหนที่มีเรียนตอนเช้าพี่หอก็จะกลับไปพักที่หอของตัวเอง ความสัมพันธ์ของเราดำเนินไปอย่างราบรื่นและราบเรียบ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปี ในขณะที่หญิงกำลังวางแผนเตรียมจัดงานฉลองวันครบรอบของเราอยู่นั้น ก็ได้มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ความสัมพันธ์ของหญิงกับพี่หอต้องมาถึงจุดสิ้นสุด แผนฉลองวันครบรอบของหญิงต้องกลายเป็นหมันเหมือนลูกควายตายคาท้องแม่ไม่มีโอกาสได้ออกมาลืมตาดูโลก เริ่มจากพี่หอต้องอยู่ช่วยงานกีฬาสีของมหาวิทยาลัย จึงได้โทรมาบอกหญิงว่าเขาคงจะไม่ว่างประมาณสามถึงสี่วัน

หญิงได้ยินเช่นนั้นก็วางใจ ด้วยความอ่อนต่อโลกจึงไม่คิดระแวงแม้แต่น้อยว่าพี่หอจะเอางานกีฬามหาวิทยาลัยมาบังหน้าแล้วแอบไปเล่นกีฬาในร่ม ซึ่งมือที่สามคนนั้นก็คือเพื่อนสนิทของพี่หอเอง หญิงขอใช้นามแฝงว่า เจนี่ ที่ผ่านมาหญิงก็เคยพบหน้าเจนี่อยู่สองสามครั้ง เธอเองก็มีแฟนอยู่แล้วเช่นกันเพราะงั้นหญิงจึงวางใจว่าเพื่อนสนิทคงไม่กลายเป็นเพื่อนสนุก  ทว่ากว่าจะรู้ความจริงก็สายไปแล้ว พี่หอขอเลิกกับหญิงแล้วไปคบกับเจนี่ ส่วนเจนี่ก็เลิกกับแฟนของเธอแล้วมาอยู่กินเป็นคู่ผัวตัวเมียกับพี่หอ ปล่อยให้หญิงนอนกินน้ำตาต่างข้าว เครียดจนท้องไส้ปั่นป่วนทั้งลงทั้งรากจนสลบคาชักโครกอยู่ร่วมเดือน ก่อนที่หญิงจะเห็นสารร่างตัวเองในกระจกแล้วได้สติตาสว่าง  เลิกเก็บขยะทางอารมณ์เอาไว้ในหัวใจ แล้วหันกลับมารักตัวเองเชิดหน้าทรนงยืนหยัดด้วยสองลำแข้งมาได้จนถึงทุกวันนี้

วันเวลาผ่านไปเป็นปีจนกระทั่งหญิงเรียนจบและลืมเรื่องราวในครั้งนั้นไปจนหมดสิ้นแล้ว จู่ๆวันหนึ่งขณะที่หญิงกำลังทำบิกินี่แว๊กซ์และจัดร่องนมในชุดว่ายน้ำแบบทูพีซให้เข้าที่เตรียมอัดคลิปเล่นโยคะ(18+)ลงโซเชียลแคมอยู่นั้น ก็มีสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่หญิงไม่รู้จัก เมื่อรับสายก็มีเสียงชะนีไม่ทราบสัญชาติด่ากรอกมาเป็นชุดด้วยถ้อยคำหยาบคายอย่างที่หญิงไม่เคยได้เจาะเจอมาก่อนตั้งแต่เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ เธอคนนั้นทั้งมอบดอกไม้สีทองให้หญิง เรียกหญิงด้วยชื่อเครื่องเทศของอินเดียและสัตว์ป่าสงวนอีกสารพัดชนิด ก่อนจะชิงวางสายไปโดยไม่เปิดโอกาสให้หญิงได้ตอบโต้หรือแม้แต่จะไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ หญิงนั่งเมาคำด่าอยู่พักใหญ่ก่อนจะตั้งสติได้แล้วโทรกลับไปยังเบอร์นั้น หวังจะถามอีกฝ่ายว่านอกจากโทรมามอบรางวัลเกียรติยศให้หญิงเป็นชุดเมื่อกี้แล้ว มีอะไรอยากเคลียร์กับหญิงให้รู้เรื่องไหม? แต่ไม่ว่าหญิงจะเพียรโทรไปอีกกี่สิบรอบก็ไม่มีใครรับสาย สุดท้ายหญิงจึงถอดใจและมาสก์หน้าเข้านอนไปด้วยความกังวลว่าเธอคนนั้นคือใคร ใช่ขอทานคนที่หญิงมัวแต่เดินปัดมาสคาร่าไม่มองทางจนเตะขันตกสะพานลอยไปเมื่อสองวันก่อนหรือเปล่า แต่เสียงนั้นก็คุ้นหูพิกล ก่อนจะนึกขึ้นได้ในที่สุดว่าเป็นเจนี่ ไม่ผิดแน่ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่หญิงยังคงจำความเหน่อในปลายหางเสียงของเธอได้ไม่ผิดเพี้ยน แต่หญิงไปทำอะไรให้เธอ เรื่องก็จบไปเป็นปีแล้วทำไมจู่ๆถึงบ้าขึ้นมาตอนนี้

โทรศัพท์สายนั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของมหกรรมการรังควาญ จากวันละครั้งก็เริ่มกลายเป็นวันละสองครั้ง ไปจนถึงสามเวลาหลังอาหารและอีกรอบก่อนเข้านอน ตอนแรกหญิงคิดว่าไม่เกินหนึ่งเดือนเจนี่คงจะเบื่อแล้วเลิกราไปเอง แต่เปล่าเลย เธอสม่ำเสมอมาก สองเดือนก็แล้ว ก็ยังคงกิจวัตรเอาไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้บางวันที่หญิงคิดว่าเงินโทรศัพท์เธอหมดเพราะเธอด่าหญิงยังไม่ทันจบประโยคสายก็ตัดไป แต่สุดท้ายเจนี่ก็ไม่ปล่อยให้หญิงอารมณ์ค้าง ลงไปหยอดตู้โทรกลับมาด่าหญิงต่อจนจบ ทุกครั้งหญิงก็ได้แต่ให้เธอด่าจนสาใจแล้วก็วางสายไป ถ้ามีโอกาสช่วงที่อีกฝ่ายพักหายใจหญิงก็จะถามอะไรกลับไปบ้างเช่น "คอแห้งไหมคะ?" หรือ "ทำไมวันนี้โทรมาช้าจังเลย?" เพื่อนๆอาจจะมองว่าหญิงประสาท แต่เปล่าเลย หญิงรู้ตัวดีว่าหญิงกำลังทำอะไร ถ้ากำพืดของหญิงต่ำได้ซักครึ่งนึงของที่เค้าเป็น หญิงคงตามหาตัวให้เจอแล้วตบจนคว่ำไปแล้ว แต่หญิงได้รับการอบรมสั่งสอนมาดีเกินกว่าจะทำอะไรที่ดูหมิ่นตัวเองเช่นนั้น หญิงจึงปล่อยให้อีกฝ่ายบ้าไปคนเดียว คนนอกที่มองเข้ามาเค้าจะแยกแยะได้เองว่าใครเป็นกุลี ใครมีการศึกษา

เมื่อเห็นว่าด่าหญิงไปก็ไลฟ์บอย เจนี่จึงเปลี่ยนมาใช้แผนสองด้วยการแอบไปเซฟรูปจาก fb และอินสตาแกรม ของหญิง และนำไปโพสใน account ใหม่ ก่อนจะสวมรอยโพสขายบริการทางเพศอย่างโจ๋งครึ่ม กว่าหญิงจะรู้ตัวว่าโดนลอบกัดก็เมื่อมีชายแก่ ใจดี สปอร์ท กทม.และปริมณฑลโทรมาถามไซส์รอบอกและชวนคุยเสียววันละสิบกว่ารอบนั่นล่ะ หนำซ้ำหญิงยังพบว่ามีการนำเบอร์โทรของหญิงไปแอบอ้างใช้ในการซื้อขายของมือสองหลอกให้คนโทรเข้ามาติดต่อที่เบอร์ของหญิงอีกด้วย ทั้งไอโฟนห้า ซัมซุงกาแล๊กซี่ แมคบุ๊คแอร์ ไอแพดเรติน่า นาฬิกาจีช๊อค เรื่อยไปจนถึงยาไวอาก้า ช่วงนั้นหญิงรู้สึกว่าตัวเองป๊อปปูล่ามาก โทรศัพท์ดังถี่ที่สุดในชีวิต ปกติวันๆนึงจะดังแค่ครั้งเดียวคือหญิงโทรเข้าเครื่องตัวเองเพื่อหาว่าวางลืมเอาไว้ตรงไหน ซึ่งหญิงก็ได้อธิบายกับคนที่โทรเข้ามาไปตามจริงว่าหญิงโดนแอบอ้าง จริงอยู่ที่หญิงนมใหญ่และหน้าตาคล้ายแอฟ ทักษอร แต่คนที่คุยกับพวกเขาไม่ใช่หญิง  จากนั้นหญิงก็ขอรวบรวมข้อมูลจากคนเหล่านั้นจนทราบที่ตั้งของเพจ fb เจ้าปัญหา ก่อนจะ screenshot ทุกรายละเอียดบนหน้าเว็บเก็บเอาไว้ ตบท้ายด้วยการกดไลค์รูปตัวเองให้หมดก่อนล๊อกเอ้าท์ออกไป

ที่ผ่านมาหญิงไม่เคยถือสาหาความกับการรังควาญผ่านระบบ 2g ของเจนี่ เพราะคำพูดมันก็แค่ลมปาก พ่นออกมาแล้วก็จางหายไป ถ้าเราไม่เก็บมาใส่ใจก็ไม่เดือดร้อน แต่ครั้งนี้มันเกินไปแล้วหญิงเป็นลูกมีพ่อมีแม่ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี หญิงจะปล่อยให้คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนก็ไม่ทราบมาทำลายชื่อเสียงแบบนี้ไม่ได้  หญิงต้องตอบโต้ โบราณว่าตีงูต้องตีให้ตาย แต่หญิงขอคิดต่าง ตายแล้วก็ตายเลยจะไปได้อะไร สู้ตีให้มันพิการทำร้ายเราไม่ได้แล้วต้องทนอยู่ทรมานไปทั้งชีวิตไม่ดีกว่าเหรอ? คืนนั้นหญิงปิดเสียงโทรศัพท์และเข้านอนแต่หัวค่ำ เตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับช่วงเวลาแห่งการเอาคืนที่กำลังจะมาถึงพร้อมกับแสงอาทิตย์ของวันใหม่...


เดี๋ยวหญิงมาเล่าต่อนะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ความรักวัยรุ่น ชีวิตวัยรุ่น Hurt Room ปัญหาชีวิต