วันปิยะมหาราช

ความเห็น ต่อกรณี ฟ้าจรดทราย จากมุสลิมที่ไม่ได้เรื่องคนหนึ่ง

กระทู้สนทนา
ก่อนหน้านี้ เด็ก ๆมีการพูดถึงกันบ้างเกี่ยวกับละครเรื่องนี้  ทำให้ผมพอทราบคร่าวๆ
ส่วนตัวไม่ได้ชอบดูละคร และไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร

ถัดมาพอทราบว่าหนังเริ่มฉาย ก็มี กระแสความขัดแย้งประปรายตามมา
ไม่ค่อยสบายใจ แต่ยังไม่ได้คิดอะไร

จนวันนี้กาแฟแทบพุ่งหลังจากเปิดหนังสือพิมพ์อ่าน
ว่าจุฬาและคณะต้องมาพูดถึงประเด็นนี้ สส แมวต่างๆออกมาเดินพาเหรด
อะไรจากมากมายขนาดนั้น หวะ เยอะไปไหม

เยอะไปไหม ?

ถ้าจะให้มองข้อดีของละครเรื่องนี้
ผมไม่เคยดูบท ไม่เคยแม้แต่อ่าน ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดู

แต่ ส่วนหนึ่งผมคิดว่า
"มันเป็ฯหนังที่เชื่อมความสัมพันธ์ ของคนในประเทศ"
มากกว่าด้วยซ้ำ ท่ามกลางความขัดแย้ง

มันเชื่อมได้อย่างไร ?
มันเชื่อมได้เพราะ มันทำให้คนในประเทศกลับมาฉุกคิดได้ว่า
มุสลิมก็เป็นเพียงคนๆหนึ่ง  เหมือนคนพุทธ คนคริสต์
มีความหวัง มีความรัก มีความเสียใจ และไม่ได้มองคนต่างศาสนาเป็นศัตรูอย่งที่หลายๆคนเข้าใจ
เพียงแต่เรา ใช้ชีวิต บนศรัทธา มีที่มา และที่ไปชัดเจน ตามวิถีของเราเท่านั้น


ที่สำคัญไม่ใช่ ทุกครั้งที่มุสลิมจะกระทำไป โดยปฏิบัติ ตามหลักศาสนาทุกประการ
โดยเฉพาะเรื่องชั่วๆ ซึ่งมักจะทำหรือ เลือกที่จะกระทำด้วยตัวเอง
หรือเรื่องบ้างเรื่องก็มีความหลากหลายในเรื่องวัฒนธรรม ไม่ใช่อิสลามแบบอิยิปต์ทุกประการ
เอาแค่ในกรุงเทพก็พอ มุสลิม สองสุเหร่าแต่งงาน ลายละเอียดยังต่างกันเล็กๆน้อยด้วยซ้ำ
จนถึงมาก และ มากที่สุด

ความขัดแย้งในประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่รุ้จักกัน
ไม่รุ้จักกันจนไม่เข้าใจกัน
ไม่เข้าใจกันจนลืมไปว่า เราๆต่างก็เป็นคนเหมือนกัน มีความรุ้สึกนึกคิดเหมือนๆกัน

หนังเรื่องนี้ อาจจะไม่ได้ ปฏิบัติตาม แนวคิดด้านศาสนาของ กลุ่มมุสลิมกลุ่มหนึ่ง
แต่ให้ตายเถอะครับ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังสอนศาสนา นะครับ
เป็นแค่หนังที่สะท้อนมุมมองวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ๆหนึ่ง เท่านั้น

ผมอยากให้แยกแยะตรงนี้
อย่าเรียกร้อง ให้สังคม สะท้อน แต่ด้านดี หรือด้านที่ เราๆ อยากนำเสนอเพียงด้านเดียว
แล้วพยายามปกปิด อะไรที่ไม่ถูกใจเราไว้  มันใจแคบเกินไป
เราไม่ได้อยู่ในสังคมเผด็จการ

การนำเสนอบทละคร ในภาพรวมถ้าไม่ได้ สร้างความผิดพลาดหรือ
บิดเบือนหลักปฏิบัติหลักศรัทธา ก็อย่าไปสร้างประเด็นความขัดแย้งเพิ่มจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ในทางกลับกันแทนที่จะมองเป็นปัญหา แต่ควรมองเป็นโอกาส
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร
ตอนนี้หนังเรื่องนี้ทำให้คนหันมาทำความรุ้จักตัวละคร ที่อยู่บนความแตกต่างทางความเชื่อ
ผมคิดว่า โอกาสนี้ เป็นโอกาสที่ดี ที่มูลนิธิ สันติภาพ อะไรสักอย่าง
ควรใช้เป็นโอกาส ทำความเข้าใจเชิงบวก ให้คนหันมาเข้าใจอิสลาม  อย่างถูกต้อง
มุสลิม และ พุทธ เรียนรู้ความแตกต่างไปร่วมกัน
ใช้การอธิบาย สิ่งดีๆ ที่หนังนำเสนอ ไปพร้อมๆกับ อธิบายเพิ่มเติมด้านไม่ดีของตัวละคร ว่าทำไม่ถูกหลักศาสนาอย่างไร

ใช้ตัวละครเป็นตัวอ้างอิง
แค่นี้ก็วินวินแล้ว

ผมอยากให้มูลนิธิ หรือ กลุ่มที่โจมตีเรื่องนี้ลองพิจรณาจุดยืนใหม่
คำว่าสันติ นั้นมันต้องเริ่มด้วยความสงบ และที่สำคัญคือ เชื่อมโยงกันบนความแตกต่าง

ถ้าเราเอาตัวเราเป็นที่ตั้ง ไม่เชื่อมโยงกับความแตกต่าง
ไม่มีวันที่สันติจะเกิดขึ้นได้หรอกครับ สันติไม่ใช่การเปลี่ยนให้คนคิดแบบเราทั้งโลกนะครับ
สันติคือการอยู่ร่วมกับความแตกต่าง เช่นเดียวกับ วิถีปฏิบัติของท่านศาสดา
ท่านต่อสุ้เพื่อให้สังคมยอมรับสิทธิในความแตกต่างของท่าน
และ ท่านก็รักษาความแตกต่างของสังคมเล็กอื่นๆในขณะที่ท่านมีอำนาจ

ถึงวันนี้ มีความขัดแย้งมากมาย ระหว่างพุทธ มุสลิม ในประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา
แต่ศาสนาถูกลากเข้ามา ชายแดนใต้ โรฮิงญา และอีกมาก
คนที่จะทำงานด้านสันติภาพ ต้อง ยืนบนพื้นที่เข้าใจกันทั้งสองศาสนา
ต้องเชื่อมโยงกัน

ประเทศไทยมีความหลากหลาย ถ้าเรายืนตะแบงโดยเอาตัวเราเป็นศูนย์กลาง
บางทีสันติภาพคงไม่มีวันเกิด

มุสลิมคือ ผู้ศิโรราบต่อผู้สร้าง และใช้ชีวิต ตามแนวทางของศาสดา มูฮัมหมัด
สันติสงบ และ อยู่ร่วมกับความแตกต่าง

อิสลามคือศาสนาแห่งสันติ ถ้ามุสลิมเราไม่สร้างสันติแล้วใครจะสร้าง

ทั้งหมดนี้เป็นเพียง
ความเห็นจากผมซึ่งเป็นมุสลิมที่ไม่ได้เรื่องคนหนึ่ง
ที่อยากให้ผู้ใช้คำว่าสันติ  พิจรณาอย่างแท้จริงว่า
วิธีที่เราเดินอยู่นั้นสร้างสันติ ตามหลักคำสอนทางศาสนาจริงหรือไม่?

หรือเราเดินกลับด้านกันนั่นคือ การสร้างความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น
และจบเพียงความเจ็บปวดบนความแตกต่างเท่านั้น

ฝากพิจรณาด้วยครับ

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ศาสนาอิสลาม ฟ้าจรดทราย หนังสือนิยาย สถานีโทรทัศน์ช่อง 7