
ยอดการขายบ้านใหม่สำหรับครอบครัวเดียวในสหรัฐอเมริกา ลดลงอย่างรุนแรง ในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ลงไปอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 9 เดือน ขัดแย้งกับภาพก่อนหน้านี้ว่า ภาคธุรกิจที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาฟื้นตัว
กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา รายงานในวันนี้(23 สิงหาคม 2556)ระบุว่า ยอดการขายบ้านใหม่สำหรับครอบครัวเดียว ในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ลดลงถึง 13.4% โดยยอดการขายทั้งหมดอยู่ที่ 394,000 หน่วย
นับเป็นยอดการขายที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ของปี 2555 หรือในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา
รวมทั้งเป็นยอดที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์อย่างรุนแรง โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ยอดการขายทั้งเดือนจะอยู่ที่ระดับ 490,000 ยูนิต(จากโพลล์สำรวจนักวิเคราะห์ของรอยเตอร์)
เมื่อเดือนก่อนหน้านี้ ยอดการขายบ้านใหม่อยู่ที่ระดับ 455,500 ยูนิต ก็เป็นยอดที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์มาแล้ว
อัตราสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนทำให้เฟดรู้สึกว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกามีความเข็มแข็งเพียงพอต่อการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และบรรดานักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์กันว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯจะเริ่มลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือลดการซื้อพันธบัตรในเดือนกันยายนหรือเดือนหน้าที่จะถึง ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม
ที่น่าสนใจก็คือ การฟื้นตัวของธุรกิจที่อยู่อาศัย เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง ที่เฟดนำมาใช้เป็นปัจจัยสำคัญในการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณดังกล่าว
มาถึงตรงนี้ ทำให้เกิดความน่าสนใจว่า เมื่อได้รับข้อมูลเช่นนี้ เฟดหรือธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา จะขยับขยายเวลาในการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณออกไปจากเดือนกันยายนหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ราคาบ้านใหม่ในเดือนกรฏาคมที่ผ่านมา ราคากลางเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 257,200 ดอลล่าร์สหรัฐฯต่อยูนิต เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 237,400 ดอลล่าร์สหรัฐฯ
นอกจากนั้น ยอดการสร้างบ้านใหม่ ได้เร่งตัวขึ้นมามากที่สุดนับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งยอดบ้านใหม่คงเหลือที่นำมาขายในเดือนกรกฏาคมเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมิถุนายน
Last modified on วันศุกร์, 23 สิงหาคม 2556 23:47
ยอดขายบ้านใหม่ในสหรัฐฯลดลงอย่างแรง
ยอดการขายบ้านใหม่สำหรับครอบครัวเดียวในสหรัฐอเมริกา ลดลงอย่างรุนแรง ในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ลงไปอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 9 เดือน ขัดแย้งกับภาพก่อนหน้านี้ว่า ภาคธุรกิจที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาฟื้นตัว
กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา รายงานในวันนี้(23 สิงหาคม 2556)ระบุว่า ยอดการขายบ้านใหม่สำหรับครอบครัวเดียว ในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ลดลงถึง 13.4% โดยยอดการขายทั้งหมดอยู่ที่ 394,000 หน่วย
นับเป็นยอดการขายที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ของปี 2555 หรือในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา
รวมทั้งเป็นยอดที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์อย่างรุนแรง โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ยอดการขายทั้งเดือนจะอยู่ที่ระดับ 490,000 ยูนิต(จากโพลล์สำรวจนักวิเคราะห์ของรอยเตอร์)
เมื่อเดือนก่อนหน้านี้ ยอดการขายบ้านใหม่อยู่ที่ระดับ 455,500 ยูนิต ก็เป็นยอดที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์มาแล้ว
อัตราสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนทำให้เฟดรู้สึกว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกามีความเข็มแข็งเพียงพอต่อการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และบรรดานักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์กันว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯจะเริ่มลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือลดการซื้อพันธบัตรในเดือนกันยายนหรือเดือนหน้าที่จะถึง ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม
ที่น่าสนใจก็คือ การฟื้นตัวของธุรกิจที่อยู่อาศัย เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง ที่เฟดนำมาใช้เป็นปัจจัยสำคัญในการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณดังกล่าว
มาถึงตรงนี้ ทำให้เกิดความน่าสนใจว่า เมื่อได้รับข้อมูลเช่นนี้ เฟดหรือธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา จะขยับขยายเวลาในการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณออกไปจากเดือนกันยายนหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ราคาบ้านใหม่ในเดือนกรฏาคมที่ผ่านมา ราคากลางเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 257,200 ดอลล่าร์สหรัฐฯต่อยูนิต เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 237,400 ดอลล่าร์สหรัฐฯ
นอกจากนั้น ยอดการสร้างบ้านใหม่ ได้เร่งตัวขึ้นมามากที่สุดนับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งยอดบ้านใหม่คงเหลือที่นำมาขายในเดือนกรกฏาคมเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมิถุนายน
Last modified on วันศุกร์, 23 สิงหาคม 2556 23:47