เมื่อประชาธิปัตย์ เล่นเกมนอกสภา รายงานพิเศษ ข่าวสดออนไลน์

กระทู้สนทนา
กรณีพรรคประชาธิปัตย์เดินสายจัดเวทีปลุกเร้ามวลชนอย่างหนักให้ออกมาคัดค้านพ.ร.บ. นิรโทษกรรม
และต่อต้านรัฐบาล ถึงกับประกาศเคลื่อนไหวนอกสภาขั้นแตกหัก

ทั้งที่โดยปกติของพรรคการเมือง หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นจะใช้เวทีสภาแก้ปัญหา แต่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์
ที่ได้ชื่อว่าเป็นสถาบันการเมืองเก่าแก่และยึดมั่นในระบบรัฐสภา กลับเดินสวนทางเจตนารมณ์ของพรรค

ยิ่งแกนนำระดับแถวหน้าทั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยอมเปิดหน้า
เดินเข้าสู่การเมืองข้างถนนด้วยแล้ว นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองมีความคิดเห็นอย่างไร

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ


การเดินเกมของพรรคประชาธิปัตย์นอกสภาไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะถ้าว่ากันตามหลักการใน
ระบอบประชาธิปไตยแล้วสามารถทำได้ เพียงแต่ต้องอยู่ในกรอบตามกฎหมาย หลายประเทศที่
เจริญแล้วก็ทำแบบนี้

และก็ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะประชาธิปัตย์สู้เกมในสภาไม่ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องปกติอีกเช่นกัน ที่เวลาลง
คะแนนแล้วพรรค ฝ่ายค้านจะแพ้ เพราะถ้าฝ่ายค้านลงคะแนนชนะ รัฐบาลคงต้องประกาศยุบสภา

แต่เมื่อโหวตแพ้ก็ต้องสู้ เทียบได้กับตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยเป็น
ฝ่ายค้าน ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของการต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตย

และเมื่อรัฐบาลยุบสภาหรือครบวาระ 4 ปี ก็เข้าสู่การเลือกตั้ง อีกครั้งหนึ่ง

ส่วนการเดินเกมนอกสภาในครั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า จะมีมวลชนออกมาร่วมสนับสนุนเยอะหรือไม่
และถ้าปลุกไม่ขึ้นประชาธิปัตย์ก็ต้องละอายตัวเองบ้าง

มองว่าผู้ชุมนุมคงจะเข้าร่วมไม่เยอะ เนื่องจากประเด็นที่นำมาเคลื่อนไหวไม่มีความชอบธรรม
ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมประชาธิปัตย์ต้องคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของนายวรชัย เหมะ
ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ติด คุกด้วย

แม้ประชาธิปัตย์จะให้เหตุผลว่า กลัวร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จะสอดไส้ช่วยนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร แต่ทุกคน ก็เห็นได้ว่าในร่างดังกล่าวไม่มีมาตราใดเป็นไปอย่างที่ประชาธิปัตย์กังวล

แต่หากจะทำอย่างนั้นจริง ก็ยังมีวิธีอื่นให้ประชาธิปัตย์ดำเนินการตรวจสอบได้ อย่างในชั้นกรรมาธิการ
ฝ่ายค้านสามารถเสนอขอแปรญัตติไป

แต่ถ้าหากไม่มีการสอดไส้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องค้าน ทุกเรื่อง



สุขุม นวลสกุล
อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง



พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจุดยืนว่า ถ้าสู้ในสภาไม่ได้ก็จะสู้นอกสภา ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่สำหรับ
พรรคการเมืองที่อยู่คู่กับการเมืองไทยมายาวนาน เพราะที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ได้แสดงว่านิยมที่จะต่อสู้ในสภา

แต่มักจะโดนนินทาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังมวลชนที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลอยู่เสมอ

คำขู่ว่าจะต่อสู้นอกสภาของพรรคประชาธิปัตย์นี้ แม้เป็นสิ่งแปลกใหม่แต่ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไร เนื่องจาก
ประชาธิปัตย์เคยประกาศเจตนารมณ์ที่มีต่อกฎหมายนิรโทษกรรมทุกฉบับแล้วว่า จะต่อต้านทุกวิถีทาง

ย่อมหมายความว่าจะใช้วิธีต่อต้านนอกสภาด้วย เท่ากับว่าการต่อสู้นอกสภาของพรรคประชาธิปัตย์ไป
สอดคล้องกับคำประกาศต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมตั้งแต่แรกแล้ว

ส่วนที่เคยมีท่าทีว่าจะสนับสนุนพ.ร.บ. นิรโทษกรรมของญาติผู้เสียชีวิตนั้น น่า จะเป็นการเล่นเกมการเมือง
มากกว่า อาจจะเป็นการตีรวน เพราะอย่างไรประชาธิปัตย์ คงไม่เอากฎหมายนิรโทษทุกฉบับอยู่แล้ว

แน่นอนว่าการต่อสู้นอกสภานี้จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสียภาพลักษณ์ที่เคย มีมา เพราะสิ่งนี้จะเป็น
การสะท้อนว่าประชาธิปัตย์เริ่มหมดความเชื่อมั่นในระบบสภาแล้ว

และหากต่อไปจะพูดว่ามีความมั่นใจในสภา ก็จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดน้อยลง

ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์แต่นิยมความเป็นประชาธิปไตย ก็อาจจะทำให้
คนเหล่านี้เสื่อมศรัทธาได้

แต่สิ่งนี้อาจจะเป็นการดึงคะแนนนิยมอย่างหนึ่ง ประชาธิปัตย์อาจคิดว่าการต่อสู้ นอกสภา สามารถถูกใจ
ผู้ที่สนับสนุนพรรคและต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างเต็มที่ ซึ่งประเด็นนี้สามารถเรียกคะแนนได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นรัฐบาลจะประมาทไม่ได้หากประชาธิปัตย์ดำเนินตามวิธีดังกล่าวจริง ต้องอย่าลืมว่าพรรคประชาธิปัตย์
คุมเสียงข้างมากในพื้นที่กทม. ซึ่งส.ส. ส.ก. ส.ข.ในกรุงเทพฯ มีเป็นร้อยคน

อีกทั้งบรรดาแกนนำพรรคยังเป็นผู้ออกมาประกาศจุดยืนด้วยตัวเอง จึงเป็นสิ่งที่น่า กังวลได้ว่าการเคลื่อนไหว
ของประชาธิปัตย์จะหนักกว่ากลุ่ม หรือกระบวนการอื่นๆ ที่เคยเคลื่อนไหวมา

สิ่งที่ควรต้องตั้งคำถามต่อไปคือ ถ้าแตกหักแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น หากเป็นสมัยก่อน คงคิดว่าจะเป็นการปฏิวัติ
แต่คราวนี้กองทัพมีท่าทีว่าจะไม่ยุ่งการเมือง หรือถ้าแตกหักแล้วรัฐบาลจะยุบสภา แต่ฝ่ายค้านเองก็ไม่อยาก
ให้ยุบ เพราะยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถชนะการเลือกตั้งได้หรือไม่

ดังนั้นสิ่งที่ต้องจับตาคือเหตุการณ์ภายหลังการเคลื่อนไหวของประชาธิปัตย์จะ เป็นอย่างไร

ยุทธพร อิสรชัย
คณบดีรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช


ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังเสียเปรียบเชิงปริมาณในสภา จึงเป็นธรรมดาที่มีการฉีกเกมออกมาเล่นนอก
สภาที่สอดรับไปกับแนวทางกลุ่มมวลชนต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหน้ากากขาว กองทัพประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณ ที่คัดค้านการเดินหน้าพิจารณา
ร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมของนายวรชัย เหมะ ทั้งนี้เพื่อดึงมวลชนให้มาเข้าร่วม จะได้มีอำนาจต่อรองกับ
รัฐบาลมากขึ้น

ซึ่งต้องดูว่าพรรคประชาธิปัตย์เดินเกมในฐานะอะไร

ถ้าเดินเกมในฐานะประชาชน เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ก็สามารถทำได้
หรือหากประชาธิปัตย์เดินเกมนอกสภาในฐานะของความเป็นพรรคการเมือง ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

แต่มันจะเป็นสิ่งที่ไม่ตรงกับบทบาทหน้าที่ และพื้นที่ของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้คงเป็นเรื่องดีสำหรับฐานคะแนนเสียงของประชาธิปัตย์เอง ที่จะต้องได้รับการสนับสนุน
อย่างแน่นอน เพราะหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำอะไรเลย จะต้องถูกตั้งคำถามจากแฟนคลับของตนเองแน่

ขณะเดียวกันฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามก็จะต้องมองว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพวกชอบเล่นเกมนอกสภา การเดิน
เกมนอกสภาครั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับว่าจะมองจากฝั่งไหน มีทั้งผลดีและผลเสีย

ส่วนการที่บุคคลระดับแกนนำพรรค อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ
เทือกสุบรรณ ออกมานำเอง ก็สะท้อนได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีตัวอื่นไว้เล่น

หรือหากปล่อยให้แค่สมาชิกพรรคเล่นกันเอง ก็คงจะไม่มีประสิทธิภาพ

ส่วนจะมีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ ตอนนี้ยังคงไม่สามารถคาดการณ์ได้ ต้องไปดูในวันที่ 7 ส.ค.อีกที

ส่วนตัวมองว่าหากพรรคประชาธิปัตย์จะเดินเกมนอกสภา ควรใช้ฐานะของความเป็นประชาชน โดยอยู่
ในกรอบของกฎหมาย ไม่ใช่ในฐานะของการเป็นพรรคการเมืองซึ่งควรนำไปใช้ในสภา

พรรคประชาธิปัตย์ยังมีอีกหลายช่องทางที่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกระทู้ถาม การอภิปราย
การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือในชั้นกรรมาธิการที่สามารถตรวจสอบกฎหมาย เสนอขอแปรญัตติได้เช่นกัน

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM05UWTJOekl3TkE9PQ==&sectionid=

เมื่อเป็นเสียงข้างมาก  เราจะเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา
เมื่อเป็นข้างน้อย  เราก็จะบอก ว่า  เราจะสู้ทั้งในสภาและ นอกสภา   เพราะ มันเเป็น เผด็จการรัฐสภา
นี่คือประชาธิปัตย์  วันนี้  เชิญ วิจารณ์ได้  ใช่ไหม ?  หัวเราะ

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง