บำเพ็ญประโยชน์

กระทู้สนทนา
บำเพ็ญประโยชน์ เรื่องหรรษาของพ่อกับลูกสาววัย 6 ขวบ เขียนเมื่อปีก่อน นำมากำนัลและขัดตาทัพก่อนที่จะเขียนเรื่องส้นเรื่องใหม่เสร็จครับ
..................................................................................................................................................................................

เมื่อคืนก่อน คุณพ่อเอ๋อ ๆ แบบผม  สอนการบ้าน จัดตารางสอน เตรียมน้ำ นม ขนม ใส่กระเป๋าให้ลูกสาว ไปโรงเรียน  เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน เช้าวันนี้ สาวน้อย ใส่ชุดบำเพ๊ญประโยชน์ เป็นวันแรก แทนที่จะเป็นพ่อใส่เพราะพ่อบำเพ็ญมากกว่า  กระโปรงใหม่ ยาวเกินไปเหมือนเดิม ตอนอนุบาล 3 ครูบอกว่า ทำอะไรช้า พิร่ำพิไร พอขึ้น ป.1 เหมือนกล้ามเนื้อ เอ็น แขน จะทำงานได้ดีกับสมองน้อย ๆ ทั้งวาดรูป ระบายสี เขียนอักษร เขียนเลขกลับว่องไว....  ว่องไว จนไม่สวยงาม เอาซะเลย ผมมองผลงานของลูกแบบยิ้มๆ เหมือนโน้ตตัวใดตัวหนึ่งจะตกหล่นไป วงทำนองไม่กลอมกล่อม จังหวะมันกะชั้นกว่าที่จะเป็น  นึกถึงตัวเอง อินโทร มันก็ต้องมีกระพร่องกะแพร่งบ้าง ชีวิตพ่อเอง ทั่งค่อมคีย์ ลืมเนื้อ ดำน้ำ แต่เพลงชีวิตก็ขับขานพอฟังได้มาจนถึงวันนี้

จากสมุดวาดภาพ ผมเดาเอาว่า เธอคงมีความสามารถ ทางการวาดรูป ติดตัวจากสวรรค์มาบ้าง ด้วยชอบดูการ์ตูน นักหนา เรียนรู้ จดจำ จับ กริยา ท่าทาง อารมณ์ ของ สิ่งที่จะวาดได้  แล้วเพิ่มจินตนาการอย่าง มากมาย จนเร่งออกมาเป็นการกระทำแทบไม่ทัน บางคนอาจมองว่า เด็กสมาธิสั้น ในทางวิชาการอาจจะใช่  แต่ ในทางสายสัมพันธ์ แบบพ่อกับลูก ผมว่า เธอคงมีองค์ลง อยู่แน่ๆ  

ผมชอบดูละคร เรื่องขุนศึก ด้วยติดอกติดใจ พ่อเสมากล้ามปู ปากแดง ก็หาได้ไม่ แต่มีใจไปประดิพัทธ์ (สะพานควาย) แม่จันทร์ข้างแรม แม่ดวงแข คมขำ  เธอ ซึ่งหมายถึงลูกสาว ก็นั่งดูด้วย เมื่อเธอเห็นนางในวัง นั่งหลังตรง พับเพียบเรียบร้อย เธอก็นั่งเยี่ยงนั้น ผมมองไป ยิ้มไป ครึ้มใจ เหมือนมีลูกสาว เป็นสาวน้อยชาววัง  ไม่รู้ตอนเรียนตั้งใจแบบนี้หรือไม่ ไม่เคยได้ถามครูประจำชั้นเลย แต่พอถามบทบาทหรือเหตุผล ที่ตัวละครต้องกระทำ เธอตอบได้อย่างชัดเจน  แจ่มแจ้ง  โอ้ คุณพระช่วย คนเขียนบท สื่อสารให้เด็ก 6 ขวบเข้าใจแก่นและสถานการณ์ นำพาละครอิงประวัติศาสตร์ ข้าสู่เด็กเล็กๆ ได้ดีขนาดหนัก หรือ คลื่นรับแบบนี้เกิดกับเธอคนเดียวกันแน่ ผมชักฉงน ปนเป็นห่วง  แต่พอเข้าโฆษณา เธอก็แก่นก๋ากั่น เหมือนเดิม ผมลืมความกังวลไปเลย ที่สำคัญลืมไปแล้วว่า ผมตอนอายุเท่านี้ ทำอะไรเป็นบ้าง และทำอะไรไม่เป็นบ้างนะ



ตอนเช้าผมไปส่งลูกโรงเรียน หลังจากไม่ได้ปฏิบัติภารกิจนี้มานานหลายเดือน เธอนั่งเบาะหลัง กินขนมปังทาแยมที่อาทำใส่กล่องมาให้ นั่งดูการ์ตูน ที่ดูซ้ำมาเป็นสิบหนอย่างเพลิดเพลินไปตลอดเส้นทาง ผมต้องลดกระจกมองหลังลงเพื่อมองเธอ กินอาหารเช้า เพื่อคำนวณความเร็วให้พอดีกะขนมปังคู่นั้นจะถูกสำเร็จโทษไปมากกว่าครึ่งให้จงได้ ก่อนรถเลี้ยวเข้าประตูโรงเรียน

การแอบมองคนที่เรารักแบบนี้ มันกระจ่างชัดเจนมากกว่าการมองพร้อมๆกันมากทีเดียว เธอขายาว กระโปรงเหมือนสั้นลง ดวงตากลม มีสมาธิ และเสียงหัวเราะแทรกผ่านเสียจาการ์ตูนมาทุกครั้งไป ตอนแต่งตัว เธอบอกว่า ทำการ์ดวันพ่อให้ผมแล้ว และให้ผมทายว่ากรอบเป็นรูปอะไร ผมทายไม่ถูก เธอมาเฉลยตอนท้ายว่าเป็นดอกไม้รึอะไรสักอย่าง ซึ่งเธอไม่ได้เลือกเอง ครูประจำชั้นเลือกให้โดยไล่ตามเลขที่นั่ง ซึ่งเธอเลขที่ 18 ผมถามเธอว่าถ้าเลือกได้ จะเลือกกรอบเป็นอะไร เธอบอกว่ายังไม่รู้แต่ผมต้องชอบมากกว่าที่ครูเลือกให้แน่ๆ

ผมแบ่งแอปเปิ้ลให้เธอไปสองลูก ซึ่งผมลามาจากห้องพระเมื่อเช้า ตอนรถถึงโรงเรียนแล้ว  เธอบอกไม่เอา ผมเลยบอกว่า อร่อยนะ เอาไปแบ่งเพื่อนได้ เธอจึงรับเอาไปใส่กระเป๋า เธอมีเพื่อน และเข้าใจถึงการแบ่งปันแล้วตอนนี้ ขนมปังกินไม่หมด เธอให้ผมปิดฝากล่องและเอาใส่กระเป๋านักเรียนไปด้วย ผมจูงมือเธอไปหน้าโรงเรียน เธอสวัสดีอย่างนอบน้อม ผมย่อตัวน้อยกว่าที่เคยเพื่อแลกหอมแก้มกัน เธอเดินเร็วๆ เข้าไปหาครูที่คอยรับอยู่ ผมเดินกลับมาขึ้นรถขับมาที่ทำงาน พลางคิดไปว่า ปีหน้า เธอคงไม่ต้องให้ผมก้มไปหอมแล้วล่ะ เธอแค่เขย่งสุดฝ่าเท้า คงหอมแก้มเหี่ยวๆ ของพ่อได้แล้ว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  แต่งเรื่องสั้น ครอบครัว การเลี้ยงลูก การสอนลูก