“เอ็กซ์ จักรกฤษณ์” รับยิงปืนในบ้าน อ้างไร้เจตนาทำร้ายใคร “แม่-เมีย” ย้ำเคยตบตี-ขู่ฆ่า-เสพยาตลอด ตำรวจค้านประกันตัว

กระทู้สนทนา
“เอ็กซ์-จักรกฤษณ์”  เปิดใจบนโรงพัก อ้างเป็นคนรักครอบครัว ทะเลาะเมียก็มีบ้าง รับเคยยิงปืนในบ้าน แต่ไม่มีเจตนาทำร้ายลูกเมีย ผกก. ส.น. มีนบุรี  เตรียมแจ้งข้อหาพยายามฆ่า-ข่มขู่-มีอาวุธปืน ก่อนส่งตรวจร่างกายหาสารเสพติด พร้อมคัดค้านประกันตัว ด้านผู้เป็นแม่ยืนยันลูกชายเคยตบตีจริง แถมพกปืนในบ้านตลอด ขณะภรรยาลั่นไม่กลับมาคืนดีแน่นอน เหตุทะเลาะกันทุกวัน แถมขู่จะฆ่า ย้ำสามีเสพยาตลอด หลังกลับจากโอลิมปิกส์เกมก็ยิ่งเสพหนักมากขึ้น
      
      
           วันนี้ (13 ก.ค.) ที่ ส.น. มีนบุรี เมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.สายตรวจฯ บก.สปพ.บช.น. ร.ต.อ. สืบศักดิ์ ผันสืบ รอง สว.งานสายตรวจ 2 บก.สปพ. พร้อมด้วยทนายความ ได้นำตัว นาย จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือ เอ็กซ์ อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกายนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม และ แพทย์หญิงณิธวดี ภู่เจริญยศ อายุ 38 ปี มารดาและภรรยา เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี
      


       โดย นายจักรกฤษณ์ แถลงเปิดใจต่อสื่อมวลชนว่า ตลอดชีวิตการเป็นนักกีฬาทีมชาติมากว่า 23 ปี ตนจะพูดแต่ความจริงโดยตลอด ส่วนเรื่องของครอบครัวนั้น ตนเป็นคนที่รักครอบครัวมาก และอยากมีครอบครัวที่อยู่กันอย่างมีความสุข ตนรักลูกมากเพราะว่าเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็ก ไม่เคยคิดที่จะตบตีลูกเลยสักครั้ง ส่วนเรื่องที่มีการพบสิ่งของต่างๆ ภายในบ้านของตนนั้น มีบางอย่างที่เป็นของตนจริง แต่บางอย่างก็ไม่ใช่ของตน
      

       "ในชีวิตการแต่งงาน ย่อมมีการทะเลาะกันบ้าง แต่ยิ่งทะเลาะกันก็ยิ่งลูกดก และการทะเลาะกันก็เหมือนการสาดโคลนเข้าใส่กันทำให้เปรอะเปื้อนทั้ง 2 ฝ่าย อย่างไรก็ตาม ผมยอมรับว่าได้ยิงปืนในบ้านจริง แต่ไม่เคยคิดจะฆ่าหรือทำร้ายลูกเมียเลย หากผมคิดจะทำจริงก็คงทำไปนานแล้ว ซึ่งในวันนี้ผมก็ได้ซื้อนาฬิกามาเป็นของขวัญมอบให้ลูกด้วย แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มอบให้ลูกหรือไม่ ส่วนเรื่องอื่นๆยังไม่ขอเปิดเผย"  นายจักรกฤษณ์ กล่าว
      


       ด้าน พ.ต.อ.สราวุธ กล่าวว่า ในวันนี้ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและสอบปากคำพยานหลายปาก พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานขอหมายจับต่อศาลจังหวัดมีนบุรี โดยศาลได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 635/2556 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งหลังจากนี้ก็จะแจ้งข้อกล่าวหากับนายจักรกฤษณ์ พร้อมทั้งส่งตัวไปยังโรงพยาบาลตำรวจเพื่อตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้เสียหายมีความหวาดกลัวทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เกรงว่าผู้ต้องหาอาจจะกลับไปทำร้ายหรือข่มขู่พยานได้ โดยในวันที่ 15 ก.คนี้ ก็จะนำตัวนายจักรกฤษณ์ ส่งตัวฝากขังต่อศาลมีนบุรีต่อไป
      


       ด้าน พ.ต.อ.ทิวา กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายจักรกฤษ หลบหนีอยู่ในบ้านพัก ภายในซอยพัฒนาการ 63 ซึ่งเป็นบ้านของคนรู้จัก และทราบอีกด้วยว่า นายจักรกฤษณ์มีอาวุธปืนอยู่กับตัว จึงได้ประสานใช้การเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวแทน จนกระทั่งนายจักรกฤษณ์ยอมออกมามอบตัว ตนจึงได้พามามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดังกล่าว
      


       ต่อมา นางปวีณา หงสกุล พร้อมด้วย นางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม และแพทย์หญิงณิธวดี ภู่เจริญยศ อายุ 38 ปี มารดาและภรรยา ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
      


       โดย นางบุญคิด มารดากล่าวทั้งน้ำตาว่า ถ้าหากนายจักรกฤษณ์ไม่เคยทำร้ายตนจริง พวกตนก็คงไม่ต้องหลบหนีออกจากบ้านถึงขนาดนี้ อีกทั้งนายจักรกฤษณ์ยังใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าทอต่อตนด้วย เคยมีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง เคยตบตีลูกหลานหลายครั้ง และยังพกปืนติดตัวขณะอยู่ที่บ้านตลอดเวลา อีกทั้งยังเคยยิงปืนภายในบ้านด้วย ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกหวาดกลัวจนทนไม่ไหวเข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา ฯ ซึ่งช่วงแรกก็ได้พูดคุยกับเขาดีๆ แต่ว่าเขาไม่เคยสำนึกตัวเลย


      
       ด้านแพทย์หญิง ณิธวดี ภรรยา กล่าวว่า เรื่องระหว่างตนกับนายจักรกฤษณ์ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะกลับมาคืนดีกัน และกลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิม เราทะเลาะกันแทบจะทุกวัน ตอนที่ตนจะพาลูกหนีออกจากบ้านนั้น นายจักรกฤษณ์ ก็ได้เอาปืนขึ้นชี้หน้าตนและยังพูดจาข่มขู่ด้วยว่า หากเอาลูกไปก็เอาไปได้แต่วิญญาณ แต่เอาตัวไปไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก่อนหน้านี้นายจักรกฤษณ์ ก็ได้เสพยาอยู่แล้ว แต่หลังกลับจากโอลิมปิกเกมครั้งล่าสุดก็เสพยาหนักขึ้นกว่าเดิมมาก





       ด้าน นางปวีณา กล่าวว่า สิ่งที่ครอบครัวของ นายจักรกฤษณ์ กลัวมากที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย เพราะว่ากลัวว่าจะโดนทำร้ายหรือโดนฆ่า ซึ่งในวันที่ 15 ก.ค. นี้ ตนจะพาครอบครัวและผู้เสียหายไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน โดยอาจจะพาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ มีเจ้าหน้าที่คุ้มกันให้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการที่ผู้เสียหายได้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ จะทำให้ครอบครัวอุ่นใจมากยิ่งขึ้นและลูกหลานก็อยู่อย่างปลอดภัย






       http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000085811
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  นักกีฬา ยิงปืน จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม (เอ๊กซ์)