วันปิยะมหาราช

เอี๊ยก้วย ก้วยเจ๋ง เตียบอกี้ เล้งฮู้ชง เฉียวฟง ลี้คิวฮวง เหยียนเฉินจื้อ หูเฟย ตามรูป สู้กันเต็มพลังใครเก่งที่สุด

กระทู้คำถาม
1. เอี๊ยก้วย


2 ก้วยเจ๋ง


3.เตียบ่อกี้


4. เล้งหูชง


5. เฉียวฟง


6. ลี้คิมฮวง


7. เหยียนเฉินจื้อ (เทพบุตรงูทอง กระบี่เลือดสะท้านบู้ลิ้ม)


8. หูเฟย (จิ้งจอกภูเขาหิมะ)


9. ต้วนเฟย (ฝ่ามือยูไล)


ปล  แก้ไขใหม่แล้วครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 17
วิชาสูงส่งสุดยอดที่สุดแห่ง นิยายกิมย้ง
เพลงกระบี่ : เก้ากระบี่ต๊กโกว ของ ท่านต๊กโกวคิ้วป้าย <- ตัวละครที่เก่งที่สุดในนิยายกิมย้ง เพียงศัตรูได้ยินชื่อต๊กโกว ก็จะต้องยอมศิโรราบ
1 ท่าแก้กระบี่ ปราบเพลงกระบี่ทั่วแผ่นดิน
2 ท่าแก้ดาบ ชนะเพลงดาบทั้งหมดได้
3 ท่าแก้หอกกระบอก และอาวุธยาวทุกชนิด
4 ท่าแก้ อาวุธอ่อน โซ่ แส้ กระบองหลายท่อน
5 ท่าแก้โล่
6 ท่าแก้เพลงฝ่ามือ ทุกชนิด
7 ท่าแก้อาวุธลับ ทุกชนิด
8 ท่าแก้พลังวัตร ทุกรูปแบบ
9 รวม 9 เป็น 1 ไม่มีขบวนท่า

ผู้ที่ใช้ ในนิยายที่เก่ง ๆ มีเพียง ยิ้มก้วย เล่งฮู้ชง ฟงชิงหยาง
คัมภีร์ทานตะวัน : ไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า อาจต้องฆ่า บูรพาไม่แพ้ ตงฟางปุ๊ป้าย ถึงได้มา หรือเรียกกันอีกอย่างหนึ่ง ว่าคัมภีร์เทวดา ผู้ที่ฝึกวิชานี้จะต้อง ตัดองคชาติทิ้ง วิชานี้จะมี พลังวัตรสูงในระยะเวลาอันสั้น และวิชานี้ ยังพลิกแพลงและรวดเร็วสุดๆๆ
ผู้ที่ใช้ ในนิยายที่เก่งที่สุดมีเพียง ตงฟางปุ๊ป้าย บูรพาไม่แพ้... ( เก่งขนาด ใช้เข็มเดียว ต้านยอดฝีมือที่เก่งสุดๆ ในยุคกระบี่เย้ยยุทธจักรถึง 3 คน ในนิยาย...)
และอีกหนึ่งวิชาที่ว่ากันสุดยอด คือ คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น 1 ใน คัมภีร์เก้ายิ้มงจินเก็ง ผู้ที่ฝึกสำเร็จมีเพียง ปรมาจารย์ตั๊กม้อ เท่านั้น ... เมื่อฝึกสำเร็จจะมีพลังวัตรสูงมาก..
(คัมภีร์เก้ายิ้มงจินเก็ง : ถูกคิดค้นโดยท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อก่อนตาย วิชานี้จะเน้นที่เสริมสร้างพลังวัตรอย่างมาก เป็นวิชาธาตุร้อน ผู้ที่ฝึกสำเร็จมีพลังวัตรเลิศล้ำ...)
---
โอ้วว์ เริ่มเรื่องอย่างนี้ ไม่ยอมเฟ้ย อันนี้เก่งกว่า
ในนิยายกิมย้ง ผู้ที่มือฝีมือเหนือสุดใน นิยายที่ท่านกิมย้งแต่งมี เพียง 3 คน...
ต๊กโกวคิ้วป้าย ฉายา แสวงหาความพ่ายแพ้ : ด้วยเก้ากระบี่ต๊กโกว จึงถือเป็นมือกระบี่อันดับหนึ่ง เรียกว่าไม่เคยแพ้ใคร จนเอือมระอาอยากหาความพ่าย ท่านกล่าวไว้ว่า แค่มีคนสามารถรุกท่านได้ก็นับว่าปิติยินดียิ่งนัก (ผู้ที่รุกท่านได้มีเพียง 3 คนในแผ่นดิน) 1 ในนั้นคือ อึ้งเซียะ ผู้คิดค้น เก้าอิมจินเก็ง อันโด่งดัง...
ปรมาจารย์ตั๊กม้อ ผู้ก่อตั้งวัดเส้าหลิน หรือเสี้ยวลิ่มยี่ ท่านคิดค้น 72 วิชารากฐานแห่งเส้าหลิน  
ขันทีที่คิดค้นคัมภีร์ทานตะวัน (คัมภีร์เทวดา) เป็นขันทีแห่งวังหลวง ได้คิดค้นขึ้น วรยุทธ์ของขันทีผู้นี้ เรียกว่าสะท้านบู๊ลิ้ม..  
3 ยอดฝีมือที่กล่าวมานี้ แม้แต่ ตงฟางปุ๊ป้าย บูรพาไม่แพ้ ยิ้มก้วย เฮ้งตั่งเอี๊ยง เตียซำฮง หรือใครๆก็แล้วแต่ ล้วนมีฝีมือทาบไม่ติด
---
อ่ะ ยังมีอีกนี่หว่า!!!
คัมภีร์เก้าอิมจินเก็ง : ถูกคิดค้นโดย อึ้งเซียะ ซึ่งเป็นขุนนาง แต่โดนฮ่องเต้ สั่งให้รวบรวมวิชา เต๋าทุกแขนง ซึ่งอึ้งเซียะได้รวบรวม และฝึกจนสำเร็จ ตั้งชื่อว่าคัมภีร์ เก้าอิมจินเก็ง ถึงอึ้งเซียะ จะเก่งขนาดไหนก็ตาม ก็ได้ถูก ปรมาจารย์แห่งกระบี่ต๊กโกวคิ้วป้ายฆ่าตาย โดยกระบี่อันคมกริบเล่มที่ 2 ของท่านต๊กโกว (ตายเพราะถูกใส่ร้าย)
เป็นวิชาที่ เน้นกระบวนท่าอันรุนแรงมากกว่า พลังวัตร เป็นวิชาธาตุเย็น
ลมปราณภูติอุดร : เป็นวิชาที่ใช้ในการดูดพลังวัตรของฝ่ายตรงข้าม มาเป็นของเรา ซึ่งวิชานี้เหนือกว่า มหาเวทย์ดูดดาว หรืออื่นๆ เพราะสามารถนำพลังมาใช้เป็นของเราได้ ผิดกับมหาเวทย์ดูดดาว ที่ไม่สามารถคลายลมปราณที่เราดูดมาได้ นอกเสียจาก ใช้คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น สลายลมปราณ
ฝ่ามือ 18 พิชิตมังกร : เป็นวิชาสายฝ่ามือที่เรียกว่ารุนแรงและแข็งกร้าวมากที่สุด อาณุภาพทำลายหินผาได้อย่างง่ายดาย ผู้ที่ฝึกและใช้ได้ดีที่สุด คือ เฉียวฟง แห่ง 8 เทพอสูรมังกรฟ้า
1. มังกรกลางนา
2. มังกรพิโรธ
3. มังกรชิงมุข
4. มังกรคายแก้ว
5. มังกรสะบัดหาง
6. มังกรกลืนสมุทร
7. มังกรวายุ
8. มังกรคู่ออกศึก
9. มังกรเขียวออกศึก
10. มังกรไร้เศียร
11. มังกรพันเศียร
12. มังกรถามทาง
13. มังกรหมื่นลี้
14. มังกรแฝงกาย
15. มังกรล้อมเงา
16. มังกรล้อมตะวัน
17. มังกรขนกหัว
18. มังกรร่ายรำ
ดรรชนีกระบี่ 6 ชีพจร : วิชานี้เรียกว่า สูสีกับ เก้ากระบี่ต๊กโกวเลยทีเดียว เป็นการใช้พลังลมปราณ แทนกระบี่ ซึ่งใช้นิ้วแทนกระบี่ วิชานี้นับว่าไร้เทียมทานเลยทีเดียว ผู้ที่ใช้ได้ดีที่สุดคือ ต้วนยี่ แห่ง 8 เทพอสูรมังกรฟ้า
---
ประวัติต๊กโกวคิ้วป้าย
ท่านต๊กโกวคิ้วป้ายนั้น ได้คิดค้นสุดยอดเพลงกระบี่ขึ้นมานั่นก็คือ เก้ากระบี่ต๊กโกว ที่ไร้กระบวนท่า ไร้ความพลิกแพลง ท่านต๊กโกว ออกทั่วแผ่นดินชนะมาหมด จนท่านเบื่อหน่ายจึงละทิ้งจากยุทธภพไป โดยที่มี ผู้ที่มีฝีมือสูงส่งเพียง 3 คนเท่านั้น ทีสามารถ รุกท่านได้ 1 ในนั้นคือ อี้งเซียะ ผู้คิดค้นวิชาเก้าอิมจินเก็ง โดยท่านต๊กโกว มี กระบี่ที่ใช้อยู่ 4 เล่มตอนนี้ได้ถูกฝังอยู่ที่ หลุมศพของต๊กโกว คือ
1. กระบี่คมกริบ 2.กระบี่ที่คมกว่าเล่มเดิม แต่ได้ฆ่าคนดีไปคือ อึ้งเซียะ ผู้คิดค้นเก้าอิมจินเก็ง บัดนี้เลยเหลือแต่ปลอกทิ้งไว้ในสุสาน 3.กระบี่หนักไร้คม ซึ่งเป็นกระบี่ที่ยิ้มก้วยไปเจอหลุมศพของท่านต๊กโกว แล้วได้นำเอาไปใช้ 4.กระบี่ไม้ แต่ท่านต๊กโกวนั้นฝึกจนถึงขั้นไร้กระบี่ คือ สามารถใช้ฝ่ามือ นิ้ว หรือเศษไม้ใบหญ้าแทนกระบี่ได้ แต่ฝีมือของท่านต๊กโกวเหนือกว่านั้น คือ เพียงแค่มีคนได้ยินชื่อท่าน ก็ต้องศิโรราบแล้ว โดยผู้ที่ฝึก วิชาเก้ากระบี่ต๊กโกว ของท่านนั้นมีเพียง 3 คน คือ
1. ยิ้มก้วย ซึ่งยิ้มก้วยได้ไปเจอหลุมศพของท่านต๊กโกวคิ้วป้าย แล้วได้นำ กระบี่หนักไร้คม ของท่านต๊กโกวไปใช้ โดย อินทรี ซึ่งแต่เดิมเป็นสัตว์เลี้ยงของท่านต๊กโกว ได้สอนวิชาเก้ากระบี่ต๊กโกว ให้ยิ้มก้วย แต่ก็เป็นแค่แนวทางเท่านั้น เพราะอินทรีสอนมิใช่คน
2. ฟงชิงหยาง ปรมาจารย์กระบี่แห่งฮั้วซัว หรือหัวซาน คาดว่าน่าจะไปเจอ คัมภีร์กระบี่ ที่ต๊กโกว เขียนไว้ แล้วได้ฝึกจนเป็น 1 ในแผ่นดิน.. ซึ่งผู้นี้เป็น คนที่ใช้เก้ากระบี่ต๊กโกวได้ดีที่สุดรองจาก ท่าน ต๊กโกวคิ้วป้าย
3. เล่งฮู้ชง ได้รับการถ่ายทอดจากฟงชิงหยาง เล่งฮู้ชงนั้นได้รับคนถ่ายทอดและชี้แนะผิดกับยิ้มก้วย ทำให้เล่งฮู้ชงนั้นแม้ไร้ลมปราณ ก็ยังสามาถใช้เพลงกระบี่ชนะได้คนทั่วหล้าได้...
---
เอ ชักไม่แน่ใจ หรือว่าอย่างนี้จะถูกต้องกว่าแฮะ

เก้ากระบี่ต๊กโกว หรือ จะสู้ คัมภีร์ทานตะวันได้ เพียงท่านจับกระบี่แล้วเฉือนที่องคชาติเบาๆ ให้สะบั้น แค่นี้ท่านก็จะมีพลังวัตรและความเร็วพรุ่งปรี๊ดๆๆๆๆ ไร้เทียมทานเลยทีเดียว ง่ายเร็วดีนะ อิอิ  
( แบบฝึกระยะสั้นนะ ถ้านานๆหน่อย เก้ากระบี่ต๊กโกวกินขาด )
ดังเช่นว่า
ซงฮือเต้าเจียงเจ้าสำนักบู๊ตี๊งและเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินปึงเจ่ง ได้กล่าวไว้ว่า  
"ทั่วบู๊ลิ้มในขณะนั้น นับได้ว่าท่านผู้อาวุโสแซ่ฮวงมีฝีมือเป็นอันดับ1ของแผ่นดิน" ซึ่งในขณะนั้นตงฟางตุ๊ดป้ายยังไม่มีชื่อเสียงในยุทธจักร แต่มีผู้ใช้เพลงกระบี่ปราบมาร 72 ท่า (คัมภีร์ทานตะวัน)ก่อนหน้า ตงฟางก่าจู๊แล้วคือ ลิ้มเอี่ยวโต้วเจ็ง ปู่ทวดของลิ้มพิงจือ ใช้เพลงกระบี่ปราบมาร 72 ท่า(คัมภีร์ทานตะวัน) ออกพิชิตทั่วหล่า แต่ซินแซทั้งสองยังยกให้ 9กระบี่เดียวดายของ ผู้เฒ่าแซ่ฮวง
เหนือกว่า ลิ้มเอี่ยวโต้วเจ็ง  
และยังมีคำพูดอีกประโยคของชนชั้นปรมาจารย์ฝ่ายธรรมมะแห่งยุคกล่าวว่า "ทอดตาทั้งแผ่นดินแล้ว แม้ในตอนนี้ก็หายอดฝีมือท่านใด มีเพลงกระบี่ลึกล้ำเท่าผู้อาวุโสแซ่ฮวง หากข้ามีวาสนากราบพบขอรับคำสั่งสอนจากท่านผู้เฒ่า"  
**อาวุโสฮวงเช็งเอี๊ยง เป็นภาษาจีนกลาง ถ้าแต้จิ๋วชื่อ ฟงชิงหยาง

วิชาของต๊กโกวคิ้วป่าย หรือ มารกระบี่แสวงพ่ายนั้น ยิ้มก้วยได้ผึกด้านพลังปราณ และแก่นแท้การใช้กระบี่ แต่เหล่งฮู้ชงฝึกด้านแก่นแท้แห่งกระบวนท่า ดังนั้น วิชาของยิ้มก้วย กับ เหล่งฮู้ชงเป็นคนละวิชา แต่มีที่มาจากคนคนเดียวกัน

วิชาของยิ้มก้วยเกิดจากการสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง+ประสบการณ์การใช้กระบี่ จะสังเกตจากนิยาย หรือ หนังได้ว่า เมื่อยิ้มก้วยโจมตีส่วนใหญ่จะไม่มีใครต้านทานพลังได้

ส่วนวิชาของเหล่งฮู้ชงจะเน้นที่หาจุดอ่อนทำลายกระบวนท่า โดยทุกกระบวนท่ามีจุดอ่อน ดังนั้นเมื่อโจมตีที่จุดนั้นย่อมต้องทำให้ศัตรูต้องตั้งรับ หรือ พ่ายแพ้ในที่สุด

ลมปราณ กับ กระบี่ หลักพื้นฐานก็แหล่งเดียวกัน ผมว่าถามงี้ เหมือนวัดความถึกมากกว่า เพลง กระบี่ ของเล้งฮูช่งแก้ได้ทุกอย่าง ลมปราณสำนึกกระบี่ยิ้มก๊วยทำลายได้ทุกสิ่ง ดูยังไง สู้กันไปก็แก้กันได้ อย่างเดียวที่จะชี้ชัดเคือ กำลัง พลังใจ และ โชค

From: Winai Chatsuwanying
Sent: Friday, August 19, 2011 6:11 PM
To: Winai Chatsuwanying
Subject: RE: กระบี่เย้ยยุทธจักร

1 ต๊กโกวคิ้วป้าย(กระบี่เย้ยฯ), และตู้กูชิวป้าย(เจ้าของดาบเหล็กนิลและพี่อินทรีย์ของยิ้มก้วย) คนเดียวกันครับ ส่วนเต่านั้น จิวแป๊ะทงเอาชื่อมาตั้งล้อจอมยุทธเดียวตาย

2.อยู่ในยุคก่อนมังกรหยก ไร้ต้าน เมื่อตอนหนุ่มใช้กระบี่เหล็ก หรือ ดาบเหล็กดำ เหล็กนิล (ตามแต่จะเรียก เพราะใหญ่เทอะทะ จะว่าดาบก้อใช่ จะว่ากระบี่ก้อใช่) ต่อมาใช้กระบี่ เหล็ก กระบี่ไม้ ต่อมาวัยกลางคนไม่ใช้อะไร ใบไม้ ใบหญ้าล้วนแต่เป็นอาวุธได้ สูงสุดคืนสู่สามัญ

3. ท่านจอมยุทธ อินทรีย์ ยิ้มก้วย ฝึก 9 กระบี่ต๊กโกวโดยที่ พี่อินทรีย์สอน แค่วิธีใช้ดาบเท่านั้น ถูกต้องครับ

4. เป็นยุคก่อนมังกรหยกครับ เพราะ เมื่อยิ้มก้วยฝึกยุทธ 9 กระบี่ต๊กโกว หรือ เก้ากระบี่เดียวดาย โดยอินทรีย์นั้น ท่านปรมาจารย์ได้สิ้นแล้ว จากนั้น อินทรีย์จึงพาไปยังสุสานของท่าน และ ให้สืบทอดโดยใช้อาวุธดาบเหล็กดำ

5. ในยุคหลัง ๆ มีผู้ฝึกเก้ากระบี่เดียวดาย โดยใช้กระบี่ที่ผู้น้อยทราบมา คือท่านอาจารย์ปู่ ฟงชิงหยาง (ฮวงเช็งยิ้มง) ส่วน เล่งฮู้ชงฝึกเพียงแค่กระพี้ของวิชา ยังต้องฝึกฝนและทบทวนอีก

ในยุคกระบี่เย้ยยุทธจักร นั้นเป็นยุคหลัง มังกรหยก 1 2 และยุคหลังดาบมังกรหยกเช่นกัน เพราะเล่งฮู้ชงฝึเพียงแค่กระพี้เดียวของวิชา ยังสามารถเอาชนะเจ้าสำนักบู้ตึ๊งรุ่นหลังได้

สาราะสำคัญของเคล็ดวิชา เก้ากระบี่เดียวดาย บางส่วนที่ผู้น้อยพอจะลำรึกได้ มีดังนี้

เก้ากระบี่เดียวดาย บัญญัติขึ้นโดยท่านปรมาจารย์ ต๊กโกวคิ้วป่าย (แสวงหาความพ่ายแพ้) ในชีวิตคิดแสวงหาความพ่ายแพ้ แต่ไม่ได้มา เคล็ดของเก้ากระบี่เดียวดาย ไม่เน้นที่กระบวนท่า แต่เน้นที่สำนึกของกระบี่ ทุกกระบี่ล้วนจู่โจมสู่ตำแหน่งที่ศัตรูมิอาจต้านรับ เคล็ดวิชาพอสรุปได้ดังนี้

“กระบวนท่าต่าง ๆ ล้วนเป็นของตาย ผู้ใช้กระบวนท่าต่างหากที่เป็นของเป็น หากหลงยึดคร่ำครึกับกระบวนท่าที่เป็นของตาย ต่อให้ฝึกท่าไม้ตายหลายร้อยหลายพันกระบวนท่า ในที่สุดยังถูกผู้คนทำลายไปสิ้น ดังนั้นหัดกระบวนท่า ต้องหัดให้เป็นใช้ให้เป็น โดยการหล่อหลอมทุกกระบวนท่าเข้าด้วยกัน ศัตรูก็ไม่สามารถจู่โจมทำลายได้ การหัดให้เป็นใช้ให้เป็นเป็นเพียงขั้นที่หนึ่ง ต้องทำถึงขั้นไร้กระบวนท่า ค่อยก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดของวิชาฝีมือ คำว่า “หล่อหลอม” กล่าวถูกเพียงครึ่งเดียว ซึ่งความจริงท่ากระบี่ต่อให้หล่อหลอมอย่างไร ขอเพียงมีริ้วรอยให้สืบสาว ศัตรูยังมีช่องว่างฉกฉวย แต่หากซึ่งไร้กระบวนท่า ศัตรูจะทำลายกระบวนท่าได้อย่างไร เพียงแต่คนที่ไม่เคยฝึกวิชาฝีมือ ได้แต่ฟาดฟันออกไปแบบมั่ว ๆ โดยไร้กระบวนท่า ย่อมถูกผู้อื่นล้มได้ง่าย เพราะใช้ออกโดยไร้สำนึกของกระบี่ อีกทั้งมองกระบวนท่าของศัตรูไม่ออก ”

เก้ากระบี่เดียวดาย เน้นการค้นหาจุดอ่อนของกระบวนท่าของคู่ต่อสู้ หากคู่ต่อสู้มีกระบวนท่าเดียว เก้ากระบี่เดียวดายก็มีกระบวนท่าเดียว หากคู่ต่อสู้มีกระบวนท่าที่เปลี่ยนแปลงนับร้อยนับพันกระบวนท่า เก้ากระบี่เดียวดายก็เปลี่ยนแปลงตามและมีนับพันกระบวนท่า


เริ่มยืดยาวเอาแค่นี้ก่อน หากมีวาสนาต่อกันคงได้ สนทนากันใหม่

เพียงหวังท่องทะยานโดยอิสระ ไม่หวังสมบัติพัสถาน อำนาจชื่อเสียง เห็นซึ้ง ปล่อยวาง วางลง จะมีใครสักกี่คน ที่หลุดพ้นและสามารถ ยิ้มเย้ยยุทธจักรได้

เล่งฮู้ชง
แสดงความคิดเห็น
Preview