ระหว่างรถที่ใช้น้ำมัน E85 กับรถที่ติดแก๊ส รถคันไหนจะมีอายุการใช้งานยาวนานมากกว่ากัน

กระทู้คำถาม
สอบถามครับ ระหว่างรถที่ใช้น้ำมัน E85 (มาจากโรงงานและดัดแปลงเอาเพิ่มเติม)  และรถที่ติดแก๊ส  (มาจากโรงงานและติดตั้งเพิ่มเติมเอง) ออกรถตั้งแต่ป้ายแดงทั้งคู่  อยากสอบถามในเรื่องความประหยัด และอายุการใช้งานของเครื่องยนต์  ว่ารถคันไหนจะทนทานและประหยัดกว่ากัน  ในระยะการใช้งานที่เท่าเท่ากัน ครับ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 21
มีแต่คนไม่รู้จริง มาตอบทั้งนั้น  น่าสงสานคนอ่าน

ผมเป็นวิศวกร จบพระจอมเกล้า  เคยอ่านวิจัยของรุ่นพี่  จะสรุปเข้าใจง่ายๆๆๆ

1. รถที่ติด E85 โรงงาน กับ อู่ เหมือนกัน สเปคออกมาจากโรงงานเดียวกัน วัสดุเหมือนกัน
ต่างกันที่โปรแกม ECU อย่างเดียว

2. ติดแก๊ส NGV โรงงาน กับ อู่ เหมือนกัน สเปคออกมาจากโรงงานเดียวกัน วัสดุเหมือนกัน
ศูนย์ก็จ้างอู่ติดเหมือนกัน แต่ได้มาตราฐานที่ศูนย์กำหนดเท่านั้น

3. ติดแก๊ส LPG มีแต่อู่

4. ติดแก๊ส LPG NGV มีการสึกหรอมากกว่าน้ำมัน 1.5-2 เท่า สถานะมันเป็นก๊าสทำให้มีการเสียดสีทำให้เกิดความร้อน
วาล์ว ลูกสูบ จะสึกหรอเร็วกว่าปกติ  ไม่มีอะไรดีกว่าน้ำมัน นอกจากราคาถูกกว่าน้ำมัน ค่าออกเทนไม่ได้ทำให้เครื่องแรง
แค่ทำให้เครื่องยนต์น๊อตช้าเท่านั้น มีผลกับรถแข่งและเครื่องบิน

5. ติด E85 เหมือนกับน้ำมันทุกประการ ไม่ทำให้สึกหรอเร็วกว่าน้ำมันปกติ ดีกว่าด้วยซ้ำ สถานะเป็นน้ำเหมือนกันไม่ทำให้
สึกหรอเร็ว ค่าความร้อนน้อยกว่าน้ำมัน E85 ไม่สามารถกัดกรอนโลหะได้ ส่วนท่อยางต่างๆๆ รถตั้งแต่ 2009-ปัจุบันรับได้
ถึง E100 แล้ว ชนิดยาง R9 ทดลองกับ R7 ก็ยังไม่กัดเลย มีการผสมสารหลอลื่นด้วย เอทานอลมากทำให้ดูดความชื่นได้มาก ทำให้ป็มน้ำมันเชื้อเพลิงเสียเร็ว อัพเกรดได้ ราคา 1500-2000 บาท  เคยเห็นเครื่องที่เปิดฝาสูบดู เครื่องที่ให้น้ำมัน E85 ภายในสะอาดกว่าน้ำมันอื่น เห็นมากับตาตัวเองเลย E85 ต้องใช้ส่วนผสมหนาขึ้น 28% ถึงจะวิ่งได้ปกติ จึงทำให้ไม่ประหยัดมากเท่าไร  และเอทานอลที่ต่างจาก E20 มาก ทำให้กล่อง ECU ไม่สามารถจูนได้  ต่างประเทศใช้ E85-100  เอทานอลไม่ต่างกันมาก ทำให้กล่อง ECU ไม่มีปัญหาในการจูนส่วนผสม  ปัจุบันเอทานอลส่งออกได้แพงกว่าใช้ในประเทศ จึงไม่มีบริษัทสนับสนุน  

ไม่รู้จริงอย่างตอบดีกว่านะ ทำให้คนอ่านเข้าใจผิดป่าวๆๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview