ความเป็นมาของมนุษย์

กระทู้สนทนา
***
(ปรับปรุงให้ทันสมัยและ๔ุกต้องแล้ว)

          พอดีผมเองได้ไปอ่านกระทู้เกี่ยวกับสาวน้อยตั้งสเตตัสในเฟสบุ๊คว่าHomosapien sapien แล้วแฟนของเขาบอกว่าคำนี้เป็นคำที่ใช้ด่ากันผมเองยอมรับว่างงตึบเลยหยิบหนังสือชีทขึ้นมาอ่านอีกครั้งคิดว่าไหนๆก็ค้นขึ้นมาแล้วตั้งกระทู้เลยดีกว่าจะได้ไม่เสียเที่ยวและเพื่อทบความความรู้ตัวเองและเพื่อนสมาชิกที่เข้ามาอ่านหรืออาจเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ชอบศึกษาคนที่ไม่ได้เรียนสายวิทย์หรือเพื่อความบันเทิงไม่มากก็น้อย


***

          ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่ามนุษย์สืบเชื้อสายมาอย่างไร  แต่จากการศึกษาด้านกายวิภาคศาสตร์และซากดึกดำบรรพ์นักมานุษยวิทยาจัดให้มนุษย์อยู่ในหมวดหมู่ดังนี้

                                                            



****


                                                            

              
          ในปี พ.ศ. 2414 ชาร์ลส์ ดาวิน (Charles Robert Darwin)นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษได้สังเกตุความสัมพันธ์ระหว่างซากดึกบรรพ์ของมนุษย์และของวานร(Ape) แล้วเสนอความคิดว่า ในอดีต มนุษย์และวานรน่าจะมีบรรพบุรุษร่วมกัน
          มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกไพรเมท (Primate) กำเนิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 70 ล้านปีที่แล้ว สันนิษฐานว่าไพรเมทเริ่มแรกเป็นพวกสัตว์กินแมลงอาศัยอยู่ตามต้นไม้มีลักษณะคล้ายกระแต หากินในเวลากลางคืน ต่อมาปรับตัวหากินในเวลาตอนกลางวันห้อยโหนต้นไม้คล่องขึ้นและวิวัฒนาการมาเป็นพวกลิง

          ลำดับไพรเมทแยกเป็น 2 ระดับชั้น คือ
         1.พวกไพรเมทชั้นต่ำ (Prosimi) ได้แก่พวกลีเมอร์ (Lemur) และลิงทาร์เซียร์(Tarsiers) ซึ่งถือว่าเป็นบรรพบุรุษของไพรเมทชั้นสูง มีนิ้วบาง นิ้วเริ่มมีเล็บแบนและมีหางยาวคล้ายลิงอื่นๆ แต่หน้ายังยื่นยาวคล้ายหนูและมีเบ้าตาลึก

                              
ลีเมอร์ (อังกฤษ: Lemur) เป็นอันดับฐานของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับไพรเมตหรือลิง ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lemuriformesลักษณะโดยรวมของลีเมอร์ คือ มีรูปร่างทั่วไปคล้ายกับลิง แต่ทว่ามีส่วนหัวคล้ายหมาจิ้งจอก คือ มีจมูกและปากแหลมยาว มีดวงตากลมโต ขนหนาฟู มีหางยาวเป็นพวงเหมือนกระรอก โดยลีเมอร์เป็นไพรเมตที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Prosimian ซึ่งรวมถึงลิงลม, กาลากอส และทาร์เซีย เพราะมีสายวิวัฒนาการที่ใกล้เคียงกัน จากการศึกษาทางดีเอ็นเอ ซึ่งคำว่า "Prosimian" นั้น มีความหมายว่า "ก่อนลิง"
                            

  
ทาร์เซียร์(Tarsiers)ทาร์เซีย (อังกฤษ: Tarsier, ตากาล็อก: Mamag) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กในอันดับไพรเมตที่วิวัฒนาการมาจากยุคไอโอซีนจนมาถึงยุคปัจจุบัน ที่มีรูปร่างลักษณะไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก

มีเพียงวงศ์เดียว คือ Tarsiidae และสกุลเดียวเท่านั้น คือ Tarsius

ทาร์เซียจัดเป็นไพรเมตที่มีจมูกแห้ง เป็นสัตว์เฉพาะถิ่น ที่ปัจจุบันเหลืออยู่จำนวนน้อยพบกระจายอยู่เฉพาะที่เกาะบอร์เนียว, สุมาตรา, สุลาเวสี ในประเทศอินโดนีเซีย และหมู่เกาะฟิลิปปิน ทาร์เซียมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากไพรเมตจำพวกอื่นคือมีขนาดเล็กมากโดยมีน้ำหนักตัวเพียง 80-150 กรัม ขนาดความยาวลำตัวไม่นับหางราว 5 นิ้วเท่านั้น นับเป็นสัตว์ในอันดับไพรเมตที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกจำพวกหนึ่ง แต่มีหางที่เรียวยาวเป็น 2 เท่าของความยาวลำตัว มีเบ้าตาขนาดใหญ่มาก มีกระดูกข้อเท้าหลังที่ยาวใช้ในการกระโดดและกระโดดได้ไกลและว่องไวเหมือนกบ มีนิ้วมือเรียวยาวมาก และมีเล็บแบน เว้นแต่นิ้วที่ 2-3 จะมีกรงเล็บ และสามารถหมุนคอได้ 180 องศา คล้ายกับนกเค้าแมว อันเป็นการวิวัฒนาการแบบเข้าหากัน มีพฤติกรรมอาศัยโดยเกาะอยู่ตามต้นไม้ กินแมลงเป็นอาหาร และหากินในเวลากลางคืน

ทาร์เซียแม้ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกจะคล้ายกับลีเมอร์และกาลากอสหรือลิงลมมากกว่าลิงทั่วไป แต่จากการศึกษาทางสัณฐานวิทยาพบว่า ทาร์เซียมีความใกล้เคียงกับลิงและเอปมากกว่า เนื่องจากกระดูกเบ้าตาของทาร์เซียเหมือนกับลิงและเอปมากกว่า เพราะเป็นกระดูกเบ้าตาทั้งหมด ไม่เหมือนกับของลีเมอร์และกาลากอส รวมทั้งมีฟันที่เหมือนกับลิงและเอป มีฟันที่แหลมคม โดยเฉพาะฟันหน้า ซึ่งสามารถเขียนเป็นสูตรได้ว่า Upper: 2.1.3.3, lower: 1.1.3.3

          
          2.พวกไพรเมทชั้นสูง(Anthropoidea) แบ่งเป็น 3 พวกดังนี้
          พวกที่ 1 ลิงโลกใหม่ (New Wold Monkey) เป็นอันดับย่อยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับไพรเมต (Primates) หรือ อันดับวานร จำนวนมากหนึ่ง ใช้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Platyrrhini

ลิงที่อยู่ในวงศ์ใหญ่นี้ มีลักษณะโดยรวม คือ มีขนาดลำตัวที่เล็กกว่าลิงโลกเก่า (Cercopithecidae) มีฟันกราม 3 ซี่ มีหางยาว ใช้ในการเกาะเกี่ยวต้นไม้ได้เป็นอย่างดี และมีรูจมูกชิดกัน ลักษณะของจมูกแบน ซึ่งคำว่า "rhinth" นั้นเป็นภาษาละตินแปลว่า "จมูก" อันเนื่องจากลักษณะของลิงโลกใหม่จะมีโพรงจมูก และรูจมูกจะอยู่ออกไปทางด้านข้าง

พบกระจายพันธุ์ในซีกโลกที่เรียกว่า "โลกใหม่" คือ ทวีปที่เพิ่งถูกค้นพบ ได้แก่ อเมริกาเหนือ, อเมริกากลาง และอเมริกาใต้

ลิงโลกใหม่ นับได้ว่ามีสายวิวัฒนาการเป็นของตัวเอง ซึ่งแยกไปจากลิงโลกเก่าและไพรเมตจำพวกอื่น ๆ มีพฤติกรรมหากินและอาศัยอยู่บนต้นไม้เป็นหลัก ในหลายชนิด อาจมีรูปร่างไม่คล้ายลิงที่คุ้นเคย แต่คล้ายกับสัตว์อย่างอื่นมากกว่า เช่น กระรอก

ลิงที่อยู่ในวงศ์ลิงโลกใหม่นั้น อาทิ ลิงสไปเดอร์, ลิงมาโมเซท, ลิงฮาวเลอร์, ลิงไลออนทามารินสีทอง เป็นต้น

ซึ่งลิงโลกใหม่ ยังสามารถแยกออกเป็นวงศ์ต่าง ๆ ได้อีก 5 วงศ์ คือ

    Callitrichidae
    Cebidae
    Aotidae
    Pitheciidae
    Atelidae
                                        
รูปลิงไลออนทามารินสีทอง (Leontopithecus rosalia) เป็นลิงโลกใหม่ที่อยู่ในวงศ์ Cebidae


          พวกที่ 2 ลิงโลกเก่า (Old World Monkey) เป็นลิงที่มีรูจมูกใหญ่หางไม่ได้ทำหน้าที่ช่วยจับกิ่งไม้เหมือนกับพวกที่ 1 พบมากที่ทวีปแอฟริกาใต้ เอเชียและยุโรปจึงเรียกว่าเป็นลิงในโลกเก่า ได้แก่ ลิงบาบูน ลิงแสม ลิงกัง ค่าง

                                
ลิงบาบูน

                                
ลิงแสม
                                
ลิงกัง
                                
ค่าง(ในรูปคือค่างแว่นนะครับถ้าไม่มีขอบขาวรอบดวงตาเรียกค่างธรรมดา)


          พวกที่ 3 ลิงไม่มีหาง เข้าใจกันว่ามีวิวัฒนาการสืบทอดมาจากลิงในโลกเก่าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ พวกวานรมนุษย์ซึ่งมีเขี้ยวใหญ่
เลยระดับฟันแถวเดียวกัน จนต้องมีช่องว่างระหว่างฟันเขี้ยว มีการเดินโดยใช้ 4 ขา ได้แก่ ชะนี อุรังอุตัง ชิมแปนซี กอลิลล่า อีกกลุ่มหนึ่งคือ พวกมนุษย์

                                
ชะนี
                                
อุรังอุตัง
                                                              
                                
ชิมแปนซี
                                
กอลิลล่า

                                
มนุษย์(ในรูปเป็นมนุษย์เงินเดือนมีเงินเดือนชนเดือนทำงานหนักรายได้ไม่ค่อยพอใช้)

                                  
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  วิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ ชีววิทยา