บทเรียนแสนแพง แม่กาเลี้ยงลูกนกกาเหว่า

กระทู้สนทนา
ตอนเด็กๆ เคยได้ยินเพลงเจ้านกกาเหว่าไข่ไว้ให้แม่กาฟัก
ไม่นึกว่าเวลาผ่านไป จะได้ประสบกับความรู้สึกของเเม่กาจริงๆ

เราเเละครอบครัวได้มีโอกาสอุปการะน้องน้อยคนหนึ่งตั้งแต่ยังแรกเกิด
เพราะพ่อเเม่ของเด็กไม่มีเวลาดูเเล และไม่พร้อมที่จะดูเเล
เคยถึงขนาดเอารถเข็นเด็กไปจอดทิ้งไว้ในป่าก็มี

ครอบครัวของเราก็ขออุปการะเด็กจากพ่อเเม่เด็ก
พวกเรารักเด็กคนนี้ไม่ต่างจากเลือดเนื้อเชื้อไข ตั้งชื่อให้น้องว่าปาร์ม
น้องปาร์มเป็นเด็กฉลาด มีพัฒนาการไวกว่าเด็กทั่วไป
เราปรึกษากับครอบครัวว่าไม่อยากให้น้องโตมาเป็นเด็กมีปัญหา
ก็เลยไม่ปิดบังน้อง ว่าน้องยังมีพ่อเเม่ที่เเท้จริงอยู่
เเละทุกครั้งที่มีโอกาส ก็จะโทรศัพท์ขอให้พ่อเเม่เขามาดูเเล มาเยี่ยมหาน้องบ้าง
แต่พ่อเเม่เด็กก็มักจะอิดออด หรือโกหกว่าจะมาเเต่ก็ไม่มา
หลายครั้งครอบครัวเราก็เริ่มผิดใจกับพ่อเเม่เด็กเพราะเรื่องนี้ จนทำให้ชังน้ำหน้าไปเลย

ครั้งหนึ่ง น้องปาร์มยังเด็กติดพ่อเเม่มาก อยากจะกลับไปหาพ่อเเม่ วิ่งออกจากบ้านร้องไห้งอเเงตามพ่อเเม่
พ่อเเม่น้องปาร์มก็โกหกว่าให้น้องปาร์มกลับไปเอาหมวกกันน็อคมาให้ก่อน
พอน้องปาร์มวิ่งไปเอาหมวกกันน็อค พ่อเเม่ของน้องก็บึ่งรถหนีไปเลย
นับเเต่นั้นมา ก็ไม่เห็นน้องร้องไห้ตามพ่อเเม่อีกเลย

จวบจนกระทั่งน้องโตอายุ 5 ขวบ กลายเป็นเด็กฉลาด เป็นที่รักของคุณครูเเละเพื่อนๆ
และยังมีหน้าตาที่น่ารักมากอีกด้วย เเถมเจ้ากี้เจ้าการ สะอาดสะอ้าน ช่างเจรจา
เราก็สัญญากับน้องปาร์มว่า อีกหน่อยจะสร้างห้องนอนให้ จะสร้างบ้านให้ จะมีอนาคตอยู่ด้วยกันตลอดไป
ตอนนี้น้องรักเราเเละครอบครัวมาก จนเเทบจะเรียกได้ว่าหมดใจกับพ่อเเละเเม่ไปเเล้ว
ตากับยายก็รักน้องมาก ทุกคืนน้องจะนอนในห้องตากับยาย ให้ตากับยายกล่อมนอนตลอด
เวลานอน ยายก็จะร้องเพลงนกกาเหว่ากล่อมน้อง ร้องเพลงไป ยายก็ร้องไห้ไป
น้องก็บอกว่า ยายอย่าร้องไห้นะ แม่นกกาเหว่าใจร้าย น้องปาร์มรักเเม่กา

เเละวันที่กลัวก็มาถึง

เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่เราไม่อยู่บ้าน ต้องลงไปกรุงเทพฯ
พอกลับมาอีกทีก็พบว่า พ่อเเม่ของน้องมารับน้องกลับไปเเล้ว
โดยยื่นคำขาดว่า ห้ามน้องปาร์มมาที่บ้านของเราอีกต่อไป
เพราะพวกเขามีบ้าน มีรถ มีทุกสิ่งพร้อมสามารถดูเเลเด็กได้เองเเล้ว
น้องกรีดร้องไม่ยอมไป กอดตากับยายเเน่นไม่ยอมปล่อยเลย
พ่อเเม่ของน้องก็ใช้กำลังกระชากเหวี่ยงน้องให้เข้าไปในรถ
ตอนนั้นเราไม่ยู่ในเหตุการณ์ เเต่ตากับยายเสียใจมาก เหมือนคนใจสลาย เพราะเลี้ยงเองกับมือตั้งเเต่เเบเบาะ

เราพยายามติดต่อพ่อเเม่เด็ก เขาก็ไม่รับสาย
ไปหาที่บ้าน เขาก็ไล่เหิบ
เขาบอกว่าเขาไม่ต้องการให้เราไปยุ่งกับน้องอีก
ขอให้เราปล่อยน้องไป มันหมดเวลาเเล้ว เขาเเค่เอามาฝากเลี้ยง เขาไม่ได้ยกให้

ครอบครัวเราตกอยู่ในอาการหัวใจสลายกันหมด อยากเห็นหน้าก็ทำไม่ได้
อยากไปหา อยากกอดก็ทำไม่ได้ ได้เเต่กอดที่นอน กอดหมอนกอดเสื้อผ้าของน้องที่ยังเหลืออยู่
จนอดไม่ไหว สืบรู้ว่าน้องย้ายที่เรียน จึงตามไปเจอน้อง
น้องกอดไว้เเน่น น้องเปลี่ยนไปเยอะ
น้องผอมลงมากเลย เเละก็เป็นคนซึมเชื่อง ครูบอกว่าน้องไม่พูดไม่จา
เเค่บวกเลขธรรมดายังทำไม่ได้ ผลการเรียนตกต่ำมาก

เราไม่รู้ว่าพ่อเเม่น้องเขาต้องการอะไร เเต่สิ่งที่พวกเขาทำไม่เพียงเเค่ท ำร้ายจิตใจคนแก่สงคนที่รักเด็กคนนี้มาก
เเต่พวกเขายังได้ทำร้ายหัวใจบอบบางของเด็กคนหนึ่ง เขาไม่ถนอมหัวใจของลูกเลย

มันมีวิธีไหนบ้างที่เราจะช่วยน้องได้
เคยไปปรึกษาทนาย เขาก็บอกว่าอีกฝ่ายมีสิทธิเหนือกว่าเพราะเขาเป็นพ่อเเม่
เราผู้ซึ่งรักน้องอย่างจริงใจ ทำอะไรไม่ได้เลยหรือคะ?
ตอนนี้พิมไปก็ร้องไห้ไป  ไม่อยากเห็นน้องเป็นแบบนี้เลย
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ปัญหาครอบครัว ปัญหาชีวิต