วันปิยะมหาราช

สื่อ กับ จริยธรรม ? นักแสดง กับ บทบาทที่ต้องทำ ?

กระทู้สนทนา
หลังจากอ่าน กระแสดราม่า ของรายการๆ หนึ่ง ที่มีสโลแกนสวยหรูว่า " แค่กล้า... ก็ชนะแล้ว "
ที่โดนโจมตีจาก ผู้ผดุงความยุติธรรมแห่งโลกออนไลน์ เป็นอย่างมาก

ด่า สปอนเซอร์
ด่า เจ้าของรายการ
ด่า ทีมงานผู้ผลิต
ด่า คอมเมนต์เตเตอร์
ด่า พิธีกร

ถึงความไม่เหมาะสม ในการร่วมกันเหยียบย่ำ ผู้เข้าแข่งขันท่านหนึ่ง ที่ (อาจจะ) มีความไม่สมบูรณ์เพียงพอ
ของร่างกาย และความคิด (ถ้าไม่ใช่ ก็กราบขออภัยครับ)

คนส่วนใหญ่ - ในโลกออนไลน์
กำลังถามหา จริยธรรมของสื่อ...
ถามหา สำนึกความรับผิดชอบที่มี ต่อสังคม
ถามหา ความสร้างสรรค์ จรรโลงโลก ในการผลิตรายการ

ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ !!!!

จากประสบการณ์ทำงานของผม -

ไม่แปลกใจเลย ที่ผู้เกี่ยวข้องกับรายการนี้ทุกคนถูกประนาม เพราะถ้าเป้าหมายอันสูงสุดของทีมงานคือ
ตัวเลขเรตติ้ง เม็ดเงินโฆษณา แล้วไซร้... สิ่งที่ถูก " คิด " ออกมา ย่อมตั้งใจที่จะละเลยอะไร หลายๆ อย่าง เช่น
จริยธรรม หรือความถูกต้องเหมาะสมอยู่แล้ว (ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะมันสอดคล้องกับแนวทางของรายการประเภทนี้ด้วย)

อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องคือ การวางตัว และพฤติกรรม ของกรรมการ และพิธีกร - ทุกคน ถูกสับเละอย่างไม่มีชิ้นดี
สำหรับคนในวงการ ย่อมรู้กันดีว่า คนเหล่านี้มี " บท " ที่ต้องเล่นเช่นเดียวกัน ไม่ว่าพิธีกร กรรมการ จะเปลี่ยนหน้า
มาเป็นใครก็ตาม คนๆ นั้น ก็ต้องสวมบทบาทที่ถูกกำหนดไว้อยู่ดี

ผมเคยนึกสงสัยว่า ดาราบางท่านนี่ เค้าจะคิดมั้ยว่า เพื่อแลกกับรายได้มหาศาล แต่ต้องถูกมวลชนบางส่วน - เกลียด -
มันจะคุ้มรึเปล่า ?

- ขออนุญาตโยงไปถึง ประเด็นเรื่องโฆษณาของสินค้าหลายๆ ชิ้น ที่ถูกประนามในห้วงเวลาที่ผ่านมานิดนึงนะครับ
คือเรื่องของการ เหยียดผิว ในเนื้อหาโฆษณา

เช่นกัน ที่ทีมงานทุกคนถูกด่าว่าไม่สร้างสรรค์ ไร้สมอง ไม่มีจริยธรรม บลาๆๆ

สองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร แล้วทำไมผู้ผลิตถึงคิดไม่ได้ ว่ามันจะก่อให้เกิดผลลบ ?
ผมว่าเค้าคิดได้ครับ แล้วก็คิดดีแล้ว ว่าถ้าบรรลุวัตถุประสงค์ จะถูกด่าก็ช่าง...

ถ้าสินค้าขายได้ รายการยังมีคนดู เรตติ้งดี โฆษณาเข้า มันก็จะมีเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน
เมื่อสังคมไทยในภาพรวม ไม่ใช่ สังคมออนไลน์ กลุ่มเป้าหมายหลัก ไม่ใช่ผู้คนหลังแป้น... เค้าจะแคร์อะไรเล่าครับ

เรื่องเหล่านี้ ไม่ช้าไม่นานก็ถูกลืมเลือนอยู่ดี เจ้าของรายการ เจ้าของสินค้า ก็รับทรัพย์สบายกันไป
คือจะบอกว่า ถ้ากระแส มันอยู่แค่ในนี้ ผู้คนในสังคมส่วนใหญ่ไม่เดือดร้อน ยังอุดหนุนรายการ อุดหนุนสินค้าต่อไป
เราเรียกร้องยังงัย ก็ไร้ประโยชน์ครับ

ไม่ใช่ว่า เห็นเรื่องอะไรก็นิ่งเฉย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนนะครับ แต่เราต้องร่วมมือกัน
เริ่มจากตัวเองก่อน แล้วถ่ายทอดไปยังคนรอบข้างอย่างยั่งยืน ทำให้เจ้าของสินค้า เจ้าของรายการเหล่านี้เห็นว่า

เราก็คิดได้ เราก็คิดเป็น เราไม่ชอบวิธีการแบบนี้... แต่ปัญหาคือ เราจะทำได้อย่างไรล่ะครับ !?!
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview