วันปิยะมหาราช

:::::เชิญชม ชุดไทย 9 รัชกาล:::::

กระทู้สนทนา
จากคราวที่แล้วผมตั้งกระทู้เกี่ยวกับเสื้อฝรั่งแบบต่างๆในสมัยร.ที่5 6 7 8 และ9 คราวนี้มาชมแบบชุดตั้งแต่สมัยรัชกาลที่1-9แบบคร่าวๆกันเลยดีกว่าครับ

รัชกาลที่1และ2 สืบทอดการแต่งกายจากสมัยอยุธย

  หลังจากสร้างกรุงใหม่บ้านเมืองเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ขนบธรรมเนียมต่างๆสมัยกรุงเก่ามีการรื้อฟื้นขึ้นรวมถึงการแต่งกายด้วย สตรีในราชสำนักนุ่งจีบไว้ชายพกมีชายสะบัดสามเหลี่ยม ห่มสไบ มีสะพักทับทำจากผ้าตาดทองปักปีกแมลงทับหรือผ้าปักไหม ไว้ผมสองชั้นชั้นล่างยาวประบ่าผมด้านบนตัดสั้นใส่น้ำมันหวีเสยหรือหวีแสกกลาง รูปแบบการแต่งกายนี้สืบต่อไปถึงช่วงกลางรัชกาลที่3
อนึ่ง การไว้ผมยาวของสมัยต้นกรุงนั้นจะสั้นกว่าสมัยกรุงเก่าเล็กน้อย และจะสั้นขึ้นอีกในสมัยร.2 และจะสั้นแบบผมผู้ชายในสมัยร. 3
/005/000/1370018329-pantiptalk-o.jpg[/img]
จิตรกรรมร่วมสมัย

รัชกาลที่3 ผมสั้นนุ่งจีบห่มสไบ
[img]http://f.ptcdn.info/728/005/000/1370018371-pa
  สมัยรัชกาลที่3มีการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายไปจากเดิมคือมีความเรียบง่ายขึ้น สไบที่ห่มมีการจับจีบ ผ้านุ่งนั้นพับเอาชายสะบัดไปไว้ในผ้านุ่ง ผมนั้นนิยมตัดสั้นคล้ายผมผู้ชาย ในภาพนุ่งผ้าพิมพ์ลายอย่างจีบหน้านาง ไว้ชายพก ห่มสไบอัดกลีบ สะพักด้วยผ้ากรองทอง
  การแต่งกายสมัยรัชกาลที่3นี้ผมตีความจากภาพจิตรกรรมร่วมสมัย รวมถึงการวิเคราะห์ตามเอกสารโบราณร่วมสมัยครับ รวมถึงสีสันของชุดสื่อถึงเครื่องถ้วยกระเบื้องเคลือบจีนอันมีสีโทนสดใส

จิตรกรรมร่วมสมัย

รัชกาลที่4 นุ่งจีบห่มสไบตัวเปล่า
[img]http://f.ptcdn.info/728/005/000/1370018438-pa
  สมัยรัชกาลที่4เริ่มมีการรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกมาใช้บ้างเช่นเครื่องแต่งการบุรุษ ส่วนเครื่องแต่งกายสตรีนั้นยังคงรูปแบบเดิมอยู่คือการนุ่งจีบห่มสไบ ช่วงปลายรัชกาลเริ่มมีการสวมเสื้อห่มสไบและนุ่งโจงสำหรับสตรีที่ติดตามการแปรพระราชฐาน
  ในภาพแต่งกายตามแบบโบราณคือนุ่งจีบ ห่มสไบอัดกลีบ ห่มสะพักแถบแคบ ไว้ผมสั้น มีผมทัดอยู่บริเวณหู นุ่งห่มสีตัดกันตามคู่สี ในภาพนุ่งม่วงห่มโศกอันเป็นสีจองวันอังคารกับวันเสาร์

ภาพถ่ายร่วมสมัย

รัชกาลที่5 สวมเสื้อ ห่มสายสะพาย นุ่งโจง
ช่วงต้นรัชกาลมีพระราขประสงค์ให้ฝ่ายในสวมเสื้อแทนการห่มสไบตัวเปล่า ต่อมาแบบเสื้อมีการพัฒนาขึ้นจากเสื้อแบบเรียบๆเริ่มมีการแต่งลูกไม้ แขนพองเป็นขาหมูแฮม และพัฒนาไปเป็นเสื้อคอตั้ง เสื้อคอเว้า อันเป็นผลมาจากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชาติตะวันตก เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมีอารยะของชาติเพื่อให้รอดพ้นจากลัทธิล่าอณานิคมในสมัยนั้น
  ในภาพสวมเสื้อแขนพองขาหมูแฮม สะพายสายสะพาย นุ่งโจง สีของสายสะพายกับสีของโจงจะเป็นคู่สีตัดกันตามความนิยมของสตรีในวัง ในภาพนุ่งสีลิ้นจี่ห่มสีโศกอันเป็นสีของวันอาทิตย์ ไว้ผมสั้นทรงดอกกระทุ่ม สวมถุงน่อง สวมรองเท้าแบบตะวันตก

แบบเสื้อร่วมสมัย

รัชกาลที่6 แบบพระราชนิยม

  ช่วงต้นรัชกาลยังคงแต่งกายตามแบบสมัยร.5 ล่วงเข้าช่วงกลางของรัชกาลมีแนวคิดแต่งกายตามแบบพระราชนิยมคือไว้ผมยาว ไว้ฟันขาว ไว้ผมยาวในที่นี้คือไว้ให้ยาวกว่าทรงดอกกระทุ่ม และท้ายสุดคือการนุ่งซิ่นแทนการนุ่งโจง
  ในภาพแต่งกายตามแบบพระราชนิยมคือไว้ผมยาวดัดลอน มีสายคาดศีรษะ สวมเสื้อคลุมตะโพก นุ่งซิ่น สังเกตุว่าเสื้อกับผ้านุ่งจะเป็นสีเดียวกันซึ่งเป็นความนิยมที่เอาแบบมาจากตะวันตก

ภาพถ่ายร่วมสมัย

รัชกาลที่7 เสื้อทรงถังเหล้ากับผ้าถุงแบบสั้น

  สมัยรัชกาลที่7กินเวลาตั้งแต่กลางยุค1920ซึ่งทางฝั่งตะวันตกนิยมชุดที่สั้นเห็นเรียวขาโดยชายเสื้อนั้นอยู่ราวสะโพก ไม่มีการเข้ารูป แขนกุด ซึ่งชุดแบบนี้เรียกกันว่า เสื้อทรงถังเหล้า ซึ่งแฟชั่นในยุคนี้ได้ลดทอนการประดับประดาให้ดูเรียบง่ายขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามโลกครั้งที่1
  ในถาพเป็นแบบชุดที่ใส่กัน เสื้อทรงถังเหล้าขอบเสื้อตกที่ราวสะโพก นุ่งผ้าถุงสั้นระดับต่ำกว่าครึ่งแข้ง สวมเครื่องประดับพอควร เสื้อนั้นมีการประดับในรูปแบบของศิลปะแนวart deco

ภาพถ่ายร่วมสมัย

รัชกาลที่8 แบบรัฐนิยม

  สมัยจอมพลป. พิบูลสงครามเป็นนายกฯได้ออกกฏหมายว่าด้วยเรื่องรัฐนิยมหลายอย่างเช่นการยกเลิกการกินหมาก ยกเลิกการนุ่งโจง ยกเลิกการตัดผมสั้น สวมหมวก สวมเสื้ิอ นุ่งกางเกงของชาย และการนุ่งกระโปรงหรือผ้าถุงของสตรี เพื่อเป็นการสร้างชาติให้มีอารยะขึ้น
  ในภาพเป็นชุดที่แต่งในงานกลางคืนไม่สวมหมวก ไว้ผมดัดลอนตามสมัยนิยม สวมเสื้อแบบสมัยนิยม นุ่งผ้าถุง

ภาพถ่ายร่วมสมัย

รัชกาลที่9 ชุดไทยพระราชนิยม

  ชุดไทยแบบดั้งเดิมนั้นแทบจะสูญหายไป ชุดไทยพระราชนิยมเกิดจากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเพื่อหาแบบชุดไทยที่ร่วมสมัยเพื่อทรงในระหว่างเสด็จประพาสยุโรป โดยศึกษาค้นคว้าจากภาพถ่ายเก่าและออกแบบปรับปรุงให้เข้ากับสมัยนิยมมีทั้งสิ้น8แบบ
   ในภาพเป็นชุดไทยจักรี เป็นชุดไทยห่มสไบบ่าเดียวโดยไม่สวมเสื้อ ผมวาดโดยให้ออกมาในสไตล์ยุคปี2517 สังเกตุว่าชุดจะเข้ารูปแนบเนื้อกว่าแบบปัจจุบันและชายผ้านุ่งจะยาวประมาณตาตุ่ม

ภาพถ่ายร่วมสมัย

อนึ่ง เรื่องการแต่งกายในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ บางตำรา บางท่านกล่าวต่างไปจากผม ซึ่งผมไม่ขอกล่าวอะไร แต่สิ่งที่ผมนำเสนอนี้เป็นสิ่งที่ผมศึกษาจากภาพวาดจิตรกรรมร่วมสมัย รวมถึงเอกสารอ้างอิงและวิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็นมากกว่าการเชื่อหรือฟังเค้าว่ากันต่อๆมา หากผู้ใดเห็นต่างกรุณาอย่าดราม่านะครับ ^^

หัวเราะหัวเราะหัวเราะขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมครับหัวเราะหัวเราะหัวเราะ

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview