สมบัติสุดขอบฟ้าที่รอการค้นหา

กระทู้สนทนา
มีคนจำนวนน้อยมากที่ไม่หลงใหลกับการตามล่าหาขุมทรัพย์
ไม่ใช่มีแต่เพียงปรากฎการณ์ในภาพยนตร์แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
แต่จริง ๆ แล้วยังมีการค้นพบขุมทรัพย์ที่ยังซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง
ถึงแม้ว่าจะมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากมายในตอนนี้
ยังมีสมบัติที่ยังรอการค้นพบอีกจำนวนมาก
เช่นเดียวกับสมบัติของ William Captan Kidd ที่หลบซ่อนอยู่อีกจำนวนมากเช่นกัน
ลำดับรายชื่อสถานที่ 10 แห่งที่คาดว่ายังมีสมบัติซ่อนอยู่


ภาพวาด  William Captan Kidd

ภาพวาดการแขวนคอประหารชีวิต William Captan Kidd ในกรงเหล็ก

William Captain Kidd  ปี 1645(2188 – 23 พฤษภาคม 1701(2244 )
นักเดินเรือชาวสก็อต  หลังกลับจากเดินเรือในแถบทะเลอินเดีย
เริ่มทำตัวเป็นโจรสลัดในท้องทะเลหลวง
ในยุคสมัยนั้นเป็นเรื่องปกติที่แต่ละชาติต่างทำมาหากินกันแบบนี้
สุดท้ายถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในกรงเหล็ก
เรื่องราวของเขามีการสร้างหนังฮอลลีวูดจำนวนมากมายหลายเรื่อง

Howard Pyle ภาพวาดตามจินตนาการการฝังสมบัติของ Kidd



10. สมบัติยามาชิตะที่อ่าวบากุย Yamashita’s Treasure at Bacuit Bay


แม่ทัพTomoyuki Yamashita กับทหารยอมจำนน 2 กันยายน 1945(2488)

แม่ทัพTomoyuki Yamashita (เสือร้ายแห่งมาลายา)
ในศาลอาชญากรสงครามที่จัดตั้งขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์
ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานอาชญากร จึงถูกประหารชีวิต
ที่ Los Baños รัฐ Laguna ประเทศฟิลิปปินส์

เขาเกิด 8 พฤศจิกายน 1885(2428) - 23 กุมภาพันธ์ 1946(2489)
Tomoyuki Yamashita แม่ทัพกองทัพจักรวรรดิ์ญี่ปุ่น ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ได้ฉายาว่า เสือร้ายแห่งมาลายา ในการทำสงครามกับประเทศอังกฤษกกับอาณานิคมมาลายากับสิงคโปร์
หมายเหตุ สงครามยึดสิงคโปร์ใช้เวลาไม่เกินกว่าสองสัปดาห์
เพราะทหารอังกฤษกับชาวอาณานิคมแทบไม่ยอมสู้รบด้วย
การขนย้ายกองทัพกับอาวุธยุทโธปกรณ์จากเมืองไทยไปยึดมาลายู
ใช้รถจักรยานเป็นหลัก จักรยานบางส่วนยึดจากชาวบ้านทั้งไทย/มาเลย์
เมื่อชนะแล้วมีการนำเชลยศึกบางส่วนมาสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควที่กาญจนบุรี

เส้นทางหลักเข้ามาเลย์ผ่านทางถนนไทรบุรี(ถนนกาญจนวณิชย์)
ตรงด่านนอก-จังโหลน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
(จังโหลน = ใบจังหล่น หรือ ช้างหล่น คำบอกเล่า ชาวสยามในมาเลย์)
ด่านนอกติดกับด่านบูกิตกายูอีตำ(เขาไม้ดำ)รัฐไทรบุรี(เคดาห์)ตอนเหนือสุดมาเลเซีย
ระยะทางจากเหนือสุดมาเลเซียไปสิงคโปร์ประมาณ 851 กิโลเมตร

Tomoyuki Yamashita ได้ขนย้ายทรัพย์สินจำนวนมหาศาล
ด้วยการใช้กองทัพทหารญี่ปุ่นตีชิงปล้นทรัพย์สมบัติจากชาวบ้านร้านช่องในมาเลย์กับสิงคโปร์
ในปีนัง อีโปร์ จะมีเรื่องราวการปล้นร้านทองกับร้านค้าของทหารญี่ปุ่นเล่าสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้
รวมทั้งอีกหลายแห่งมีการเล่าถึงความชั่วร้ายของทหารญี่ปุ่น
สมบัติบางส่วนกองทัพญี่ปุ่นรวบรวมมาจากอินเดิย พม่า และไทย เพื่อนำกลับไปประเทศญี่ปุ่น

บริเวณเกาะแก่งรอบ ๆ อ่าวบากุย

ก่อนที่ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง Tomoyuki Yamashita ได้ขุดซ่อนฝังสมบัติไว้เป็นจำนวนมาก
คาดว่าไม่น้อยกว่า 172 แห่งตามเกาะแก่งในอ่าวบากุย  ประมาณการว่ามีมูลค่าตอนนี้มากกว่า สองหมื่นสองพันล้านเหรียญสหรัฐ
เพราะครั้งหนึ่งในช่วงปี 1970(2513)  Rogelio Roxas  ได้ค้นพบสมบัติจำนวนหนึ่ง
แต่ถูกอายัด/ยึดเป็นสมบัติของชาติโดยประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์มาร์กอส
คาดว่ายังมีสมบัติจำนวนมากที่ยังหลบซ่อนอยู่ตามเกาะแก่งของอ่าวแห่งนี้


9. หีบสมบัติแห่งโบสถ์ปิสโค่ Treasure Chest of the Church of Pisco

ในปี 1859(2402) ทหารรับจ้างสี่นายในกองทัพเปรู ชาวสเปน (Diego Alvarez)
ชาวไอริช (Killorain) ชาวอังกฤษ (Luke Barrett) และชาวอเมริกัน (Brown)
พวกเขาต่างแสวงหาเงินและหวังว่าจะมีโชคชะตาที่ดีกว่านี้
มีชายคนหนึ่งที่พบกันโดยบังเอิญเล่าว่ารู้จักกับนักบวชอลัชชี (Father) Matteo มัสเตโร่
ได้บอกว่ามีสมบัติซ่อนอยู่ในโบสถ์เมือง Pisco  ทั้งสี่คนจึงสมคบคิดวางแผนการขึ้นมา
ด้วยการลาออกจากการเป็นทหารรับจ้างแล้วเดินทางไปเมือง Pisco
Alvarez กับ Killorain เป็นชาวคาทอลิก จึงเข้าร่วมพิธีศาสนาอย่างสม่ำเสมอ
หลังจากนั้นเริ่มปล่อยข่าวลือเรื่องน่ากลัวของโจรผู้ร้าย
จนพวกเขาได้พบกับบาทหลวงที่ทรยศต่อพระเจ้าชื่อ Matteo
บาทหลวงที่รู้เรื่องเกี่ยวกับสมบัติและรวบรวมไว้เป็นจำนวนมหาศาล
พร้อมกับเกรงกลัวว่าพวกโจรที่จะมาปล้นสมบัติไป

พวกเขาจึงอาสากับบาทหลวงปาราชิกว่าจะทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์/ทหารคุ้มกัน
การทำงานครั้งนี้จะทำเพื่อพระเจ้าด้วยการขนย้ายสมบัติทั้งหมด
(ทองคำ 14 ตัน เครื่องประดับอัญมณี สร้อยเพชรพลอย 38 เส้น
เพชรพลอยเครื่องประดับอื่น ๆ เหรียญทองคำสเปนอีกจำนวนมาก)
นำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย  เรือบรรทุกสมบัติแล่นลงใต้ไปยังเมือง Callao เปรู
อดีตทหารรับจ้างทั้งสี่คนเดินทางร่วมกับ Matteo บาทหลวงส่วนหนึ่ง ผู้โดยสาร ลูกเรือ และกัปตันเรือ
และแล้วอดีตทหารรับจ้างได้ฆ่าคนเหล่านั้นตายทั้งหมด
Alvarez เสนอว่าให้ซ่อนสมบัติไว้ที่ไหนสักแห่งก่อน แล้วค่อยแล่นเรือไปขึ้นยังชายฝั่งออสเตรเลีย
ก่อนจะจมเรือใหญ่ลงโดยอ้างว่าเรืออับปางลงกลางทะเล  วิธีการนี้จะไม่มีใครสงสัยว่ามีการฆาตกรรมและโจรกรรมเกิดขึ้น
หลังจากนั้นค่อยหาเรือลำอื่นเดินทางไปขนสมบัติทั้งหมดกลับมา

เรือดังกล่าวได้แวะที่ ตาฮิติ เพื่อรวบรวบเสบียง  ก่อนที่จะแล่นเรือเข้าไปสู่บริเวณที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยจำนวนมาก
บริเวณแนวหินปะการัง ในเดือนธันวาคม 1859(2402)  พวกเขาพบเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในหมู่เกาะ Tuamotu
พวกเขาจึงขนสมบัติลงเรือกรรเชียงลำเล็กแล้วค่อย ๆ ลำเลียงสมบัติทีละเล็กทีละน้อยไปบนเกาะแห่งนั้น
จนสมบัติทั้งหมดได้ถูกซ่อนไว้บนเกาะปริศนาแห่งนั้น

กลุ่มหมู่เกาะ Tuamotu

Alvarez ได้ทำแผนที่ขุมทรัพย์แห่งนั้นไว้  แต่เพราะไม่ทราบชื่อของเกาะแห่งนั้น
พวกเขาจึงเดินทางไปที่เกาะ Katiu สอบถามชาวท้องถิ่นเกี่ยวกับชื่อเกาะบริเวณนั้น
มีชาวท้องถิ่นรายหนึ่งอ้างว่ามีประสบการณ์เดินเรือและบอกว่าชื่อเกาะ  Pinaki แต่แล้วจริง ๆ ไม่ใช่
Alvarez  จึงชักปืนขึ้นมาแล้วจ่อยิงเพื่อฆ่าปิดปากชายคนดังกล่าว  เพื่อไม่ให้ความลับอาจจะรั่วไหลได้
เรื่องดังกล่าวทำให้ชาวบ้านโกรธแค้นมาก จนพวกเขาทั้งสี่คนต้องรีบร้อนหลบหนีไปจากเกาะแห่งนั้น

พวกเขาได้แล่นเรือไปใกล้ชายฝั่งออสเตรเลียแล้วจมเรือลำใหญ่
ก่อนจะพายเรือกรรเชียงไปขึ้นฝั่ง  เพื่อรอวันเวลาเดินทางกลับไปเอาสมบัติทั้งหมด
แต่เพราะพวกเขาขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเดินทางกลับไปเกาะปริศนาอีก
จึงพยายามขายฝันพร้อมแผนที่ขุมทรัพย์ให้กับนักลงทุนที่ร่ำรวย  แต่ไม่มีใครกล้าลงทุนด้วย
ด้วยความจำเป็นที่จะต้องหาเงิน  พวกเขาจึงไปทำงานในเหมืองทอง Palmer ที่รัฐควีนแลนด์
แต่แล้ว Alvarez กับ Luke Barrett ถูกฆ่าตายในการทะเลาะวิวาทกับนักขุดหาทอง
ส่วน Killorain กับ Brown ถูกตัดสินจำคุก 20 ปีข้อหาฆ่าคนตายในการทะเลาะวิวาทครั้งนั้น
Brown ตายในคุก ส่วน Killorain พ้นจากคุกกลายเป็นคนจรจัดไร้ที่อยู่

ที่มาของภาพ http://www.palmerrivergoldfields.com/

ในเดือนพฤษภาคมปี 1912(2455) Charles Howe  ขณะที่อยู่ในบ้านพักใกล้เมืองซิดนีย์
มันเป็นคืนที่ฝนตกหนัก เขาได้ยินเสียงเคาะประตู จึงเปิดประตูออกมา พบคนจรจัดมาขอทาน
เขาตกใจมากที่พบคนแคระตัวเล็ก ๆ เหมือนหลุดออกจากภาพวาดในหนังสือนิทาน
แต่เขาให้อาหารเลี้ยงดูพร้อมกับมอบเสื้อผ้าแห้งให้
จากนั้นนคนจรจัดก็เดินจากไปในเวลาต่อมา

สี่เดือนต่อมา Howe ถูกเชิญตัวไปที่โรงพยาบาลซิดนีย์
เพราะมีคนจรจัดคนหนึ่งกำลังป่วยหนักและต้องการพูดคุยกับ Charles Howe
เมื่อได้พบกันแล้ว  คนจรจัดบอกว่า
ชื่อ Killorain มีเพื่อนอีกสามคนแต่ตายหมดแล้ว
พวกเขาได้ฝังสมบัติจำนวนมากไว้
แต่การที่ตนเองต้องใช้ชีวิตในคุกเป็นเวลานาน
ทำให้หลังจากนั้นไม่สามารถกลับไปที่นั่นได้อีกเลย
จึงขอมอบแผนที่ที่  Avarez ทำขึ้นมาเพื่อตอบแทนบุญคุณ
แล้วอธิบายเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับที่ตั้งและสมบัติที่ซุกซ่อนไว้

เพื่อตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดว่าจริงหรือโกหก
Charles Howe พบว่ามีโบสถ์ Pisco จริง
ชายทั้งสี่คนเข้ามาอยู่ในเมือง Cooktown
ในเดือนกุมภาพันธ์ 1860(2403) หลังจากเรืออับปางลงจริง
เมื่อเขากลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อจะพูดคุยกับ Killorain  อีกครั้ง
ก็พบว่า Killorain เพิ่งเสียชีวิตไป

ที่มาของภาพ http://goo.gl/5b9cV

Charles Howe ขายทรัพย์สมบัติทั้งหมดแล้วออกเดินทางค้นหาขุมทรัพย์
ด้วยการแล่นเรือไปที่ตาฮิติ  จากนั้นทำตัวเหมือนชาวพื้นเมือง
เข้าพักอาศัยและค้นหาสมบัติบนเกาะปะการังขนาดเล็กชื่อ Pinaki
เขาต้องใช้เวลาอยู่ถึง 13 ปีในการค้นหาทรัพย์สมบัติแต่ก็ไม่พบเลย
จนสอบถามชาวพื้นเมืองที่เกาะตาฮิติ
เรื่องราวเรือที่มีคนสี่คนแล่นเรือออกมาจาก Pisco
แล้วมาทอดสมอเรือที่หมู่เกาะปะการัง Pinaki
แต่ชาวพื้นเมืองบอกว่าไม่เคยเห็นเรือลำนี้ที่เกาะ Pinaki

Charles Howe จึงย้ายไปเกาะแห่งใหม่พร้อมกับแผนที่ในมือ
เพียงแค่สามวันหลังจากนั้น ก็พบอัญมณีและเหรียญทองของสเปน
สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือทอง Alvarez ตามแผนที่ระบุว่าฝังอยู่ในสระน้ำรูปลูกแพร์
เมื่อดำน้ำลงในสระน้ำก็พบกับชิ้นส่วนไม้บางชิ้น ทำให้แน่ใจว่าพบที่ตั้งทองคำแล้ว
แต่การขนทองคำจำนวน 14 ตันออกจากทะเลสาบและเกาะแห่งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
ทั้งยังไม่ต้องการให้ชาวบ้านรู้ว่า Charles Howe ได้พบอะไรมาแล้วบ้าง
เพราะชาวบ้านที่เกาะต่างรู้ว่าเขาเป็นนักแสวงหาโชคและได้ใช้เวลาหลายปีแล้ว
สำหรับการค้นหาบางสิ่งบางอย่างตามเกาะแก่งปะการัง
เขาจึงฝังหีบเหรียญทองคำสเปนและอัญมณีไว้แล้วนำสมบัติติดตัวกลับมาเพียงเล็กน้อย
พร้อมกับบอกเล่าชาวบ้านว่าล้มเหลวอีกครั้งในการค้นหาสมบัติตามเกาะ

ที่มาของภาพ http://goo.gl/crPkl

Charles Howe  เดินทางกลับไปออสเตรเลีย
ได้รวบรวมกลุ่มนักผจญภัยและนักลงทุน
เพื่อเตรียมการจะเดินทางไปขุดค้นสมบัติ
เตรียมระบบห่วงโซ่อุปทานในการขนส่ง/ลำเลียงสมบัติ
Charles Howe เก็บซ่อนแผนที่ไว้กับตนเองแล้วเดินทางไปทำงานที่เหมืองทองคำ
เพื่อหาเงินกับเรียนรู้เทคนิคเคล็ดลับบางอย่างในการตรวจสอบทองคำ
ต่อมาเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เพราะขาดเงินทุนในการเดินทางร่วมไปกับคณะตามแผนการที่วางไว้
ก่อนตายเขาได้บอกเล่าเรื่องราวกับ George Hamilton
แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะผู้ฟังไม่เข้าใจเส้นทางแผนที่และที่ตั้งเกาะปริศนา

ในเดือนมกราคมปี 1934(2477) มีกลุ่มนักแสวงโชคเดินทางไปที่หมู่เกาะตาฮิติ
เพื่อค้นหาเกาะปริศนาตามที่ทราบและเชื่อว่าประสบการณ์/โชคชะตาจะต้องพบเกาะปริศนาได้
แต่ใช้เวลานานมากจนเงินทุนร่อยหรอลง นักลงทุน/นายทุนเเลยบอกเลิกไม่ยอมจมเงินลงไปอีก
เรื่องนี้จบลงด้วยยังมีทองคำ 14 ตัน  อัญมณีและ เหรียญทองสเปน ที่ยังรอคนโชคดีที่จะค้นพบ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview