วันปิยะมหาราช

อยากให้อ่านเพื่อ..กำลังใจ..การตัดสินใจ...และแบ่งปันประสบการณ์ นี่คือชีวิตของผมจากนอนข้างถนนสู่เดือนละแสน....

กระทู้สนทนา
สวัสดีคับก่อนอื่นขอ บอก ว่ากระทู้แรก  เคยแต่มานั่งอ่านของคนอื่นวันนี้อยากแชร์ ชีวิตของผมที่ใครหลายคนเคยฟัง(คนที่รู้จัก)ชีวิตผมมีสีสัน และเป็นเรื่องที่นำไปสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตได้ครับ... ตอนนี้ผมอายุ 29  กำลังจะ 30 อีกไม่กี่เดือน.....
พื้นฐาน  พ่อ รับราชการ(ทหาร ไม่ใช่ทหารนายร้อยนะครับ) แม่ รับราชการ(ครู)    โดย รวมพื้นฐานฐานะทางบ้าน ถ้าระดับ 1-5  ผมได้ 2 ครับ บ้านมีหนี้สินเยอะพอควร  พ่อ แม่บอกว่า เรียน  เรียน แล้วก็เรียน...ไม่รู้จักโลกการค้าครับพ่อแม่อยากให้รับราชการต่อ     จบ วิทย์ คณิต   ม ต้น   รร มัธยมวัดมกุฎ ม ปลาย  สอบ ได้ มหิดลวิทยาณุสรณ์  แล้วก็จบแค่ ม 6  ครับ  ด้วยความเกเร+ไม่เชื่อผู้ใหญ่  ผม ลงเรียน ราม อยู่ 4 เทอม แล้วก็ ไม่เรียนละครับเรียน  เคาเตอร์สไตท แถวบ้านนี่ละ(ตอนนั้น คศ 1999-2000)...5555+ จุดเริ่ม ต้น ที่ผมจะเล่าคือช่วงชีวิต ที่เริ่มเกเร  ครับ
ผมจบ ม ปลาย  มาด้วย เกรด เฉลี่ย 1.4  (เทอมต่ำสุด 0.8)  วันๆไป รร  เล่นแต่เกมไม่เรียน เลย  สอบ นี่ก็ขอ ลอกเพื่อนตลอดครับ.....ถ้าไม่ได้ลอกก็ กระดาษเปล่า   ผม จบ ม 6   มาด้วยความรู้ในการลอกข้อสอบ กับ ตารางธาตุ 20 ตัวแรก สำหรับ รร  วิทยาศาสตร์แห่งแรกในประเทศไทย....นี่คือสิ่งที่ผม คว้าออกมาได้.... อ่อ  กับฝีมือ ในการเล่น  เคาเตอร์สไตท  ระดับ  บนๆของ ตาราง.....ตอนนั้นแม่ผมให้ไปเรียนวันละ 100
จาก  บ้านไปราม พุทธมณฑลสาย3   กิน ข้าว ค่ารถ   ด้วย ความอยากได้เงินเพิ่ม เลยไปเดินหางานทำ เห็นคนอื่นทำอยากทำบ้าง.....เลยไปถามหางาน พาทไทม์ ว่าอันไหนให้เยอะสุด  ช่วงนั้น MK ให้ ชม ละ 25 บาท ครับ นั่น ละ วันละ 5 ชม  เลยตกลงปลงใจกับ MK ไป  วันแรกที่ทำงานในชีวิตผม ตรงกับ คริสมาส  เพราะจำได้เลย ทำงานทั้งวัน ฟังแต่เพลงคริสมาส ครั้งแรกกับการทำงาน   ฟิต ครับ เต็ม ที่ 7 วัน เสริฟสุกี้ ใส่ ยิ้มม ถาด ไม้ บิล กระดาษ( MK ตอนนั้น ยังไม่มี ไอ้ จิ้มๆเลย) จนเริ่มขายติ่มซำ.....   นี่คืองาน ขายครั้งแรกของผม...ยิ้ม และเข็นรถไป  พูดไป ติ่มซำ ไหมครับ ....โอวววว ง่ายมาก  สบาย ไม่เกินบ่าย2 หมด...อืม มันขายได้ด้วยตัวของมันเองอย่างดี การ ขายครั้ง นี้ไม่ได้วัดฝีมือ ออกแนวไม่ต้องง้อ เลย   เงินเดือนผมครั้งแรกในชีวิต  3500  ครับ หลังจากรับเงินเดือน ชีวิต พลิก ครับผมทะเลาะกับแม่ เรื่อง ทำงาน กับเรียน  ด้วยความเด็ก ของเรา มั่นมากครับ   ตัดสินใจ ออกจากบ้าน ด้วยเงิน 3500 บาท ผมมีแค่ชุด ทำงานครับ วันนั้น ไปนั่ง ป้ายรถ เมล หน้า เมเจอร์ปิ่นเกล้า...
แล้วนั่งคิด จะไปไหนดี ว้า เงิน มีแค่นั้น เองงง ทำงานเสร็จยังไม่มีที่นอนเลย  ผมเลิกงาน  5  โมง  ก็เดิน เตร่  ไม่กล้าไปหาเพื่อน เพราะกลัวเสียฟอร์ม+กลับบ้านก็ เฮ้อออออ แม่ไม่เข้าใจเลยย(จริงๆไม่เข้าใจแม่มากกว่านะ) ผมเดินจนห้างปิด และนี่ครั้งแรกกับการหาที่นอนนอกบ้าน  กระดาษหนังสือ พิม กระเป๋าเป้1 ใบ เดินไป ที่ตึกจอดรถ ของเมเจอร์ปิ่นเกล้า(ตึกจอดรถด้านหลังถ้าใครอยู่แถวนั้นจะรู้มันเคยมีตอนนี้ทุบไปแล้ว) แอบขึ้นไปนอน  หนุน เป้  ปู กระดาษ  แล้วก็คิดว่าทำไงต่อไปหว่า.....เงิน 3500 อยู่ได้ยังไง แล้วพรุ่งนี้จะทำยังไงกับเสื้อผ้านะ.....และแล้วก็นอนหลับไป ทั้งๆที่ น้ำไม่อาบข้าว นี่กินข้าวไข่เจียว10 บาท   ช่วงนั้น มันจะฮิตขายมากๆ ตื่นมาด้วย มีคนเดินผ่านไปมา 7-8 โมง  มีคนเดินมายก   ป้าย ที่มันโฆษณาหนังอใหญ่ๆจากชั้นบนของโรงจอดรถผ่านผมไปมา ผมลืมตา แล้วก็ งงๆ  ว่า เตรียม ทำงานทั้งๆที่ไมไ่ด้อาบน้ำ เข้าไปทำงาน  ตอนนั้น พี่ที่ทำงานคนนึง ชื่อพี่ตั๊ม   พอคุยสนิทกันอยู่เลย ถาม ว่า  พี่  พักที่ไหนอะ  เค้าบอก ซอย ฝั่งตรงข้ามเมอรี่คิง อะ   แฟลต แดง ต๋อย     เอิมมมมม  ชื่อ ก็ ทำไมต้องแดงต๋อย ด้วยวะ เลิกงาน เดินไป และตัดสินใจเริ่มชีวิตใหม่ ด้วยเงิน ที่มี 3500  บาท เออผมลืมบอกไป   แดงต๋อย  ราคาเดือนละ 800 บาท  -  -" ผมจะรับสภาพ มันได้ไหมเนี่ย.....ไปถึงห้องสภาพ  เอิม ผมว่า3*3 ได้มั้ง ห้องน้ำ  จ่ายล่วงหน้า 2เดือนเข้าได้เลย 1600  บาท เงินผม หายไปเกือบ ครึ่ง   เราเลย ต้องวางแผน การ กิน  และ เสื้อผ้า อะไรๆอีกเยอะ ด้วยเงินที่มี
ข้าวไข่เจียว 10 บาท  ทำให้ผมกิน2มื้อ ได้.... ตอนกินต้อง เอาเข้าไปกินในห้องน้ำ  อาย กลัวคนรู้ว่าเราต้องแบ่งกิน 2มื้อครับ  ความรู้สึกตอนนั้น ผม สับสนตัวเอง มากว่าทำไมเรา ทำไมถึงเป็นแบบ นี้และถ้าเรากลับบ้าน เราจะสบายกว่าไหม....ผมแอบเข้าไปกินข้าวในห้องน้ำ และกินน้ำก๊อก ในห้องน้ำ  ( ขอ ขอบคุณห้องน้ำเซนทรัลปิ่นเกล้าชั้น 5 ติดฮะจิบัง ราเมน) 1เดือน  ใช้ชีวิต แบบนี้ ซักผ้า นี่ผมใช้ สบู่ ซัก ไม่แห้งก็ใส่ไปทำงาน..แต่ใครๆก็คิดว่าผมรวย แล้วก็บอกว่าคุณหนู กลับบ้านเถอะ.....เดือนที่2 ได้เยอะ 4500 ผลจาก โอ ที  ที่ทำ  พยามคิดว่าทำยังไงเราจะออกจากที่นี่ไปให้ได้เร็ว ที่สุด....พี่ตั๊ม สุด ซี้ผม ย้ายไปทำร้านเสื้อ จิออดาโน่ แล้ว(สาขาสยาม).....แถมย้ายออกไปจากแดงต๋อยแล้วด้วยซิ .....
ผม ลืม แนะนำ ตัวละคร  ที่สำคัญ   หญิงสาว คนนึง ที่รู้จักผมดีมากที่สุดคนนึงในชีวิต แฟนคนแรกของผม  สิ่งที่น่าประหลาด คือ  เรียน อันดับ
ต้นๆของ รร   แต่เป็นแฟนกะเด็กไม่เรียนอย่างผม.....(ทุกวันนี้เป้นเจ้าของคลีนิกเสริมความงาม 5 สาขา จบหมอครับ) ผมห่างกะเค้า 2ปี  แต่เค้าก็พยามบอกผมว่า  ค้าขายดีสุด แต่สิ่งที่ผมถูกสอนมาคือ รับราชการ ดีสุด.....เราทะเลาะเรื่องแนวความคิดนี้มาตลอด ผมไม่เคยรับฟังและพยามเข้าใจเถียง+แถไปเรื่อย  กลับมาเหตุการในตอนนั้น  เกือบทุกเย็น  เค้าจะนั่งรถ มาหา ผม ที่เซนทรัล  แล้วผมเลิกงาน จะเดินไปส่ง เค้า ที่ตั้งฮั่วเส็ง โดยเดินทะลุ ซอยร่วมไปแล้วคุยกันไปเรื่อยๆ   เค้าคือ คน ที่ไม่อยากให้ผมกลับบ้าน เพราะเค้าบอกว่า มีหลายอย่างที่ผมไม่เคยรู้และมันจะมีประโยชน์มากในการใช้ชีวิต........ผมอยากจะบอกทุกคน ว่าสิ่งที่ เค้าพูด เป็นจริงทุกอย่าง.... เมื่อ ปี ค ศ 2000  จะมีร้าน โมเดล รถ รถบังคับ แบบ แพงๆ(มียี่ห้อ แบบ tamiya  HPI ) และ อุปกรณืแต่งรถ อยู่ ตรงชั้น 4 ในเซลทรัลปิ่นเกล้า ผมเลิกงานแล้วจะไปเกาะตู้ ดูเป็นประจำ..เงินไม่มีแต่อยากได้55555+ ผมเริ่ม หน้า มืด อยากได้ รถ บังคับ แล้วละซิ  55555+  รายได้แค่นี้อยากเล่นของสูง (ราคาแพง เฉพาะตัวรถก็9000 ไม่นับ ตัว บังคับ ที่ผมอยากได้ 15000  เหอๆ)  งืมๆง่วงขอต่อพรุ่งนี้ได้ไหมอะ...งืมๆต่อๆ ผมไปเกาะตู้ ทุกวันถามโน่น นี่เจ้าของตอบแบบไม่มองหน้าเลย...ผมดูท่าทางแล้วไม่ชอบแมร่งเลยไอ้เจ้าของร้าน  ท่าทางดูถูก ยิ้ม  แต่ลึกๆมันก็จริงเราไม่มีเงินนี่นา...แต่สุดท้ายด้วยความ โง่+บ้า+สิ้นคิด  ตัดสินใจ ซื้อ HPI รุ่น PRO3  ราคา 9900  จากเงินเก็บ ที่แสนลำบากทำงานก็หนัก วันที่ซื้อเจ้าของร้าน งง   คนนี้ละ นายคนที่ 2 ของผม.....นายผมคนนี้ รวย เอาแต่ใจตัวเอง  ชอบไปอาบอบนวด  55555+ผมไป นะ แต่ไม่เคยขึ้นไปอะ นั่งกินข้าวผัด หน้าตู้....แล้วก็ลูกค้ากับเจ้านาย ชี้เด็กผมก็ อืม กินฟรี  กินสนใจกินอย่างเดียว  การที่เจ้าของร้านจ้างผมด้วยสาเหตุที่ว่าเค้าจะทำสนามรถบังคับขนาดเล็กซึ่งผมชอบมากมาย และหลังจากซื้อ รถบังคับคันนั้นไป....(แค่ตัวรถ9900ไม่มีอะไรเลยจริงๆ) มาบอกกับผมว่า นายอะตังสู้ คนที่มาเล่นไมไ่ด้หรอก มีเวลา ไปเล่นเหรอ  เค้ากล่อมผมจน  เออ   บอกตอนกูซื้อไปแล้วเนี่ยนะ.....นี่ละหน้ามืดไม่คิดจริงๆเลย...ผมขายรถคันเดิมขาดทุน900 ไปซื้อรถบังคับเล้ก  ที่เจ้าของจะเปิดสนาม(รถเล็กชื่อ mini Z  ของยี่ห้อ เคียวโช่  ราคา 5500)  และเมื่อเค้าเปิดผมคือเจ้าหน้าที่คนแรก  555555  เงินเดือนเหรอครับ 4000  นี่คือ ความสุข ทางใจ ล้วนๆ   แฟน ผมเหรอ...   55555+   ไม่ว่าอะไรบอกว่าดีจบการทำงานที่ MK เป็นเวลา 6 เดือน  อ่อ  สิ่งที่แตกต่างมาก งานใหม่และงานเก่าคือ  ข้าวปลา อาหาร กะนายใหม่  ผมกินของแพง(แพงในขณะเงินเดือนผม4000)เกือบทุกวัน เลิกงาน ก็ไปนั่งกินข้าวผัดในอาบอบนวด คนเล่นรถบังคับ ยุค นั้น รวย จริงๆ  ลูกค้าผม ซื้อรถใหม่แล้วยกรถเก่าให้ผม (รถราคา5500) ผมเจอแต่ละคน น่าอิจฉา ทั้งนั้น  ตอนนั้นผม18-19 พวกเค้าเหล่านั้นอายุเท่าผม ตอนนี้เลย 29-30 เหอๆ ซื้อง่าย ของเล่น ราคา หมื่น เวลาเหลือ มาเล่นรถบังคับ  ให้เมียไปเดินซื้อของ แล้ว มาเจอกัน......ช่างมีเงินกันจริงๆ แต่สิ่งที่ผมดีใจมาก ที่นี่คือ  ผมค้นพบตัวเอง ว่าผมชอบเล่นรถบังคับมากๆ  ลูกค้ายังไม่มาผมจะเล่นคนเดียววนไปวนมา วนไปวนมา....สิ่งนี้ละที่ทำให้ผมอยู่ได้กับที่นี่  เช้ามาเปิดสนาม เล่น จนห้างปิด กินข้าวผัดอาบอบนวด...กิจวัตร 1ปีของผม  เงินที่ได้  แต่งรถบังคับหมดครับ  -   -"  แฟนที่แสนใจดีของผมกำลังจะเอนทราน เราเจอกันน้อยลง....หลังเอนทราน จบ  เรานั่งคุยกันว่า อืมอยู่ที่นี่ มันก็ดีนะกินดีอยู่ดี แต่.....เงินไม่มีนี่ซิ 55555+ แฟน ผมพูดออกมาคำนึงว่า.....เราไปขายของกัน ผม บอกว่าจะขายยังไงทุนไม่มีเลย    แฟนผมบอกว่า มีซิ รถบังคับของแกนั่นไงละ .......ขายมันเถอะแกสนุกกับมันมาพอแล้ว เราต้องเดินต่อไป... ผมตัดสินใจ ขายรถบังคับ + ของแต่ง ที่มี ในราคาที่ถูกมากมายจำไม่ผิด 6-7พัน   แล้วก็มาเริ่มธุรกิจ แรก  อ่อ เรียก ว่า  ครั้งแรกกับการขายของดีกว่า   ......ผมไปเจอแฟน แล้วถามว่าเราจะขายอะไรกันละ  แฟนผมบอกว่า สำเพ็ง.....มีอะไรให้ขายเยอะแยะ   ผมไปสำเพ็งแต่เชื่อไหม กลัว ตลอดเลย อะ  กลัว ที่จะเริ่ม ขาย อายวะ... ไม่กล้าพูด   แฟนผมบอกว่ากลัวทำไมวะ ติ่มซำ mk ก็ขาย รถบังคับก็ ขาย แกขาย มาแล้วทั้ง นั้น...มันก็จริงแต่ผมไม่เคยเสนอ นี่หว่า.....ของอย่างว่า ติ่มซำ เสนอ แต่ แบบหุ่นยนต์ มากๆเดินไปพูดไปแบบไมไ่ด้สนใจไรมากมันก็ขายได้ เอง รถบังคับ เค้าจะซื้ออยู่แล้ว ก็บอกไปว่ามันต่างกันยังไงกับรุ่นต่างๆ...แฟนผมเลือก กิฟติดผมและ ตอนนั้น มี ของ มา แรงมากๆ วิส แบนด์ รุ่นแรกเลย livestrong ของนักปั่น แลนซ์อาร์มสตอง...ของก๊อปจากสำเพ็ง...วันนั้น ได้ของมาผมกลัว แสน กลัว การเริ่มต้น สนามแรกของผม เลย  ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  ตรงประตูหลัง...  นั่นละมาถึงแฟนผมไม่พูดอะไร  เดินถามแม่ค้า พี่มีตรงไหนให้ หนูขายได้บ้างคะ...สรุปไม่มี มีแต่บอกว่าเจ้าของที่ มาก็ให้ หลบไป  เราปูผ้า ขาย....ผมนั่งเงียบ...อายยย(อายอะไรวะ) ลูกค้ามาเลือกแฟนผม ก็บอกอันนั้นสวยดี อันนี้เข้ากะอันนี้ ผม ก็......เดิมพูดไม่ได้อะแบบ นี้อะ ...ผมพูดตรๆงวันนั้นอยากจะหนีไปให้พ้นๆกะตรงที่นั่งขายช่างเป็นแฟนที่ไม่ดีเอาซะเลย ผมนั่งดูไม่พูดอะไรเลย เวลาผ่านไป 3 ชม  เราได้กำไร มา  250  บาท  แล้วก็เอาเงินที่ได้มาให้ผมแล้วพูดว่า เห็นไหมแกเป็น,ุกน้องเค้าทั้งเดือนได้ 4000  ทำห้างเปิดยันห้างปิด มาขายของ 3 ชม ได้ 250  ทำ 30 วัน ได้ 7500   ผม พยักน่า  แต่ ก็ ...งืมๆไม่ใช่กู... อ่อ เรานั่งรถกลับบ้าน พร้อม  สิ่งที่น่ากลัว ที่ออกมากจากปากแฟนผม ...พรุ่งนี้แกไปขายคนเดียวนะ..... เฮ้ยยยยยยย ขายคนเดียวแล้วก็เอาผ้าห่อของให้ผมแล้วมันก็ ลงรถเมลไป....ในหัวผมคิดอย่างเดียวว่าพรุ่งนี้ไม่เอาไม่ขายยังไงก็ต้องไปกับมันให้ได้....มันโทรมาที่บ้านย้ำว่า ให้ไปถึงภายใน3โมงครึ่งไปนั่งขายก่อน ผมไปตามที่บอกและไปนั่งที่เดิมเลยยย ปู จัดๆ แบบ มั่วถั่วต้ม มากวางขาย สิ่งที่ผมได้ในวันนั้น ทำให้ผมเข้าใจคำว่าค้าขายทันที  วิสแบรนด์ ที่แฟนผมเลือกมา เส้นละ 10บาท ได้แถมมา 1 เส้น  มีคนมากวาดไป ในราคาที่แฟนผมตั้งไว้ 60 บาท  10เส้น ทิ้ง ไอ้ของแถม ไว้ 1เส้น ผมได้ตัง 600กำไร 500 แล้วนั่ง งง   เค้าซื้อแบบไม่ต่อ   ตื่นเต้น  ไม่ได้ขาย แต่มาซื้อเองดีใจนั่ง มองแบงค์ในมือแล้วในมืออีก  โอวววว  ขายของ10 นาที เท่ากับทำงานMK ไป 4 วัน  นี่คงเป็นสิ่งนึง ที่แฟนผมอยากให้ผมได้เจอกับตัวเอง อีกวันผมบอกว่าวิสแบรด์หมดไปซื้อมาขายกันอีก ขายดีวะ เหลืออันเดียวเอง  ...สิ่งนึงที่ผมรักมา คือ วิสแบรด์อันละ10บาทที่เหลือ แฟนให้ผมแล้วบอกว่าจำเอาไว้ว่ามันจะทำให้แกเปลี่ยนความคิดได้..หลังจากนั้นผมใส่มันตลอดไปในข้อมือด้านซ้าย  ถึงเวลาผ่านไปเลิก hit แล้ว แต่ไม่มีใครรู้ว่า มันคือสิ่งที่ทำให้ผมเปลี่ยนแปลงจิตใจที่ไม่เคยยอมรับคำว่าค้าขาย ให้ผมรู้สึกว่าค้าขาย มันไม่ยาก....และมันช่างน่าสนใจเหลือเกิน อ่อ  ชีวิต ช่วงนั้นแฟนผมไปสอนพิเศษ เด็กรุ่นเดียวกันสอบเข้า เภสัช ศิลปากร .
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview