แฟนปิดบังว่าเค้าเป็นโรคจิต เราเพิ่งรู้ความจริงเพราะเห็นชื่อรพ.ที่แฟนไป ควรไปถามเค้ายังไงดีคะ แล้วควรทำยังไงต่อไปดี

กระทู้คำถาม
ตอนนี้เราเครียดมากเลยค่ะ ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี คบกับแฟนคนนี้มาได้ประมาณปีนึงแล้วค่ะ ตลอดเวลาเรารู้ว่าเค้าสุขภาพไม่ค่อยดี ต้องหาหมอตลอด แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมาก ไม่ได้อยู่ด้วยกันด้วยค่ะ เลยไม่รู้ว่าเค้าไปหาที่โรงพยาบาลไหน กินยาอะไรบ้าง

เมื่อก่อนเราเคยถามแฟนเราว่าเป็นอะไร เค้าบอกว่าเป็นไขมันในตับ กำลังหาหมออยู่ ก็เห็นเค้าออกกำลังกาย แล้วก็ไปหาหมออยู่ทุกเดือน แต่ตอนหลังเราเห็นว่าไปโรงพยาบาลทุกอาทิตย์เลย พอถามว่าเป็นอะไรมากไหม เค้าก็บอกว่าไม่เป็นอะไร เราเพิ่งมารู้ความจริงวันนี้เองว่าเค้าหาหมออยู่ 2 โรงพยาบาล อันแรกหาอยู่ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ และอีกโรงพยาบาลนึงที่เค้าไปหาคือมนารมย์ ซึ่งเค้าบอกว่าเค้าไปหาที่บำรุงราษฏร์ที่เดียว

เราเพิ่งรู้เมื่อหัวค่ำวันนี้เพราะลืมของไว้ในรถเค้า แล้วเค้าไปต่างจังหวัดพอดี เราต้องไปเอากุญแจรถในคอนโดเค้า พอเราเข้าไปเราเลยคิดว่าจะทำตัวเป็นประโยชน์เก็บกวาดห้องให้สักหน่อย พอกำลังเก็บเจอถุงยาของโรงพยาบาลมนารมย์ เราไม่เคยได้ยินชื่อเลยค้น Google ดู ช๊อคเลย เราไม่รู้ว่าเค้าเป็นโรคจิต เค้าปิดบังเรามาตลอด ตอนแรกเรานึกว่าเค้าแอบไปมีกิ๊กค่ะ

เราควรจะถามแฟนยังไงดีค่ะ ถามธรรมดาไม่รู้เค้าจะตอบหรือเปล่า กลัวเค้ามั่วไปเรื่องอื่นอีก ตอนเราคบกับเค้าเราก็ว่าแปลกๆ อยู่ เพราะว่าแฟนเราไม่เคยดูหนังเลย แล้วก็แทบไม่ซื้อของเลย ตอนจีบเราก็พาไปกินข้าวอย่างเดียว ที่เห็นซื้อก็ซื้อแต่ของชิ้นใหญ่อย่างรถค่ะ แล้วตอนหลังก็ไปไหนมาไหนโดยใช้คนขับรถตลอด เราก็อึดอัด ถามเค้าว่าทำไมใช้คนขับรถ เค้าก็บอกว่าใช้ตั้งนานแล้ว แต่ช่วงจีบเราอยากหาความเป็นส่วนตัวบ้างเลยขับรถมาเอง แล้วก็อ้างว่าขับรถไม่คล่อง แต่เราก็รู้ว่าเค้าโกหกเพราะรถตู้ก็เพิ่งจะซื้อ แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะร้ายแรงถึงขนาดนี้เลยไม่อยากถามมาก

ใครมีประสบการณ์นี้ขอความเห็นหน่อยนะคะ เราไม่รู้ว่าจะกลัวเค้าดีหรือเปล่า เพราะเค้าดูปกติ เป็นคนสุภาพ ไม่เป็นคนโรคจิตเหมือนในหนังเลย ไม่กล้าเล่าให้ครอบครัวฟังด้วยค่ะ ตอนนี้เราอายุ 27 แล้ว เค้าอายุ 26 ค่ะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 11
ทำไมถึงใช้คำว่าโรคจิต แรงไปรึเปล่า

คุณน่ากลัวกว่าแฟนคุณอีก ตัดสินว่าเค้าเป็นโรคจิต ทั้งๆที่มีข้อมูลแค่นั้น

หาข้อมูลให้มากกว่านี้จะดีกว่านะ โลกเค้าพัฒนาไปถึงไหนแล้ว อินเตอร์เน็ตก็มี

ผู้ป่วยที่ต้องพบจิตแพทย์ ไม่จำเป็นต้องเป็นโรคจิตเสมอไป

ไม่แปลกใจทำไมแฟนคุณถึงไม่ยอมบอกว่า กำลังรักษาโรคทางจิตเวชอยู่

แทนที่จะเป็นห่วงเค้า กลับมานั่งระแวงซะงั้น
ความคิดเห็นที่ 9
ก็นะครับ คนที่มีอาการทางจิตเวช เป็นใครเค้าก็อายครับ ถามว่าถ้าเค้าบอกพี่ตรงๆ พี่จะรับเค้าได้หรอครับ พี่จะทนอยู่กับคนที่มีความผิดปกติทางจิตเวชหรอครับ แฟนพี่เค้าคิออย่างนี้ ไม่อยากให้ใครรู้ การที่เค้าไม่แสดงอาการ มันมีหลายประเด็นนะครับ อย่างเช่นเค้ารับประทานยาช่วยตลอดที่อยู่กับพี่ ก็ได้ พี่เค้าก็ไม่ได้อะไรหรอก พี่เค้ากลัวพี่จะบอกเลิกต่างหาก คือแม้กระทั้งพี่เองยังรู้สึกกลัวเค้าเลยเวลาที่พี่่ รู้ความจริง ผมมีเรื่องจะเล่าเรื่องนึง มีพี่ที่สนิทกันมีแฟนเป็นโรคอารมณ์แปรปรวน พี่เค้าก็กลัวนะ วันดีคืนดี บอกให้เก็บขวดน้ำ พูดแค่นี้ถึงกับเข้ามาตบตี ซ้อมเลย ที่แรกพี่เค้าก็ทำใจไม่ได้ แต่พี่เค้าก็พยายามปรับพฤติกรรมแฟนเค้า ตอนนี้เค้าดีขึ้นมากเลยนะครับ
ผมอาจจะไม่เข้าใจความรักเท่าไร ผมยังเด็ก แต่ผมบอกเลยว่า รักนะ ต้องเข้าใจ ช่วยแก้ปัญหา ไม่ทิ้งกันเวลามีปัญหานะ ยอมรับเค้า และเปิดใจ แฟนพี่ อาจจะมีปัญหา เค้าพยายามแก้เพื่ออยู่กับพี่ พี่จะไม่รับเค้าหรอครับ?
ความคิดเห็นที่ 12
มีเวลาว่างๆเลยหาข้อมูลมาช่วย จขกท. ^^

1. CRESTOR 10MG
ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
2. LEGALON 140
รักษาโรคตับ
3. GLUCOPHAGE XR 750
ยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ยาของโรงพยาบาลมนารมย์
1. ZELDOX 40MG
รักษาโรคจิตเภท
2. ZOLOFT 50
อรักษาโรคซึมเศร้า และความผิดปกติทางจิตอื่นๆ
3. TOPAMAX 100
ยากันชัก/ไมเกรน
4. CIRCADIN 2 MG
ยานอนหลับ
5. SEROQUEL 25MG
รักษาอาการทางจิตเภท
6. ZOPIDEM 10 MG.
ยานอนหลับ
7. REMERON 15 MG.SOL.
ยานี้ใช้เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า (depression)

ยาที่ไม่ติดชื่อโรงพยาบาล
1. Zyrtec
ยาแก้แพ้
2. Avelox
รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียของระบบทางเดินหายใจ

****
ความคิดเห็นที่ 19
สรุปว่าคุณเป็นห่วงแฟนคุณ หรือเป็นห่วงตัวเองกันแน่ค่ะเนี่ย

via Pantip Talk
ความคิดเห็นที่ 13
ถ้าดูจากชื่อยาของโรงพยาบาลมนารมย์  เราเดาได้ว่าเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ  (เราเองเคยใช้ยาบางตัวในกลุ่มนี้ค่ะ)

โรคซึมเศร้ามีสาเหตุมาจากหลายอย่างค่ะ และเป็นไปได้ว่ามีสาเหตุมาจากผลข้างเคียงของการใช้ยารักษาโรคบางอย่างด้วยค่ะ
กรณีของเรา เราเคยใช้พวกยาลดความอ้วนค่ะ ทำให้ช่วงหนึ่งเกิดภาวะซึมเศร้าแบบไม่รู้ตัว
ถึงแม้เราจะเลิกใช้ยาลดความอ้วนมาช่วงหนึ่งแล้ว แต่ผลข้างเคียงก็มีอยู่มาก ก็เลยต้องไปพบจิตแพทย์และรับยามาเพื่อให้ร่างกายปรับสภาพให้ได้ค่ะ
ปัจจุบันไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยารักษาแล้วค่ะ และไม่ต้องไปหาหมอแล้ว

ณ ตอนที่เราไปหาพบจิตแพทย์ ตอนนั้นมันเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก เพราะมีเพื่อนที่คณะรู้ และก็บอกต่อๆ กันจนเกิดความกลัวและเพื่อนๆ หลายคนเลิกคบกับเราไป  มันเป็นภาวะที่แย่นะ  ในภาวะที่ต้องการกำลังใจ ต้องการคนที่เข้าใจ แต่กลายเป็นว่าต้องโดนสังคมปฎิเสธ สุดท้ายเราก็ดรอปการเรียนไปเป็นปี และได้รู้ว่าเพื่อนแท้ เพื่อนที่ยังแคร์กันอย่างจริงใจยังมีเหลืออยู่บ้าง

สำหรับกรณีของคุณเจ้าของกระทู้
เราคงบอกได้แค่ว่า ขอให้คุณพยายามทำความเข้าใจว่า ผู้ที่พบจิตแพทย์ ไม่ได้มีแต่คนโหดร้ายน่ากลัว และไม่ใช่คนที่ไม่สมควรมีที่อยู่ในสังคม
ส่วนคุณเจ้าของกระทู้จะคบกับเขาต่อหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของคุณเจ้าของกระทู้เองค่ะว่า ยังอยากอยู่เป็นกำลังใจให้ อยากดูแลซึ่งกันและกันแบบที่คนที่รักกันจริงเขาทำให้กันอยู่หรือเปล่า
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ปัญหาครอบครัว ความรักวัยรุ่น สุขภาพจิต โรงพยาบาล ยา